ข้าพเจ้าเคยอ่านจากที่ไหนจำไม่ได้แล้วว่า
"มนุษย์พยายามเข้าใจ (make sense) ว่ามีชีวิตเพื่ออะไร
และความสุขเกิดจากความรู้สึกเข้าใจนั้น"..
แต่เพิ่งรู้ซึ้งจากประสบการณ์ตนเอง
หลังจากร่วมกิจกรรมเผชิญความตายอย่างสงบ ที่ รพ.แม่สอด จ.ตาก
กับกลุ่มพุทธิกา "พุทธศาสนาเพื่อสังคม" 
โดยการแนะนำจากกัลยาณมิตรรุ่นพี่ที่รักเคารพยิ่ง
คุณหมอโรจนศักดิ์ ทองคำเจริญ 
ท่านที่สนใจรูปแบบกิจกรรมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เวบนี้คะ 

มีกิจกรรมหนึ่ง คือการ "เขียนจดหมายถึงผู้ล่วงลับ"

แล้วให้ตัวแทนผู้เข้าอบรมที่เขียน เล่าเนื้อความในจดหมาย
ซึ่งล้วนเป็นเรื่องสะเทือนใจ เรียกน้ำตาจากผู้เข้าอบรม
แต่..ข้าพเจ้าแปลกใจตัวเอง..ทำไมรู้สึกเฉย ?
จิตใจด้านชา ไม่มีความรู้สึกร่วม (Empathy)
..ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ในฐานะแพทย์หรือเพื่อนก็ตาม
.
ตอนสะท้อนความรู้สึก ข้าพเจ้าจึงไม่กล้าบอกใคร
จนท่านพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล กล่าวถึงเรื่อง "ใจที่ปิด เพราะมีปม"
ปม คือความขัดแย้งในจิตใจ เกิดได้แม้ในคนที่คิดว่าตัวเองดี
เพราะ "ความติดดี" ทำให้ไม่ยอมรับอารมณ์โกรธ เกลียด
โดยเฉพาะการโกรธ เกลียด บุคคลที่วัฒนธรรมสังคมสอนให้เราต้องเคารพ
ณ จุดนั้นเอง ข้าพเจ้าก็สารภาพกับกลุ่มด้วยเสียงสั่นเครือ
ใจของข้าพเจ้าปิด ไม่ยินดียินร้ายเรื่องผู้อื่น 
 คงด้วยปมความโกรธต่อผู้ที่ควรเคารพในฐานะศิษย์
 ปมนี้แตะเมื่อไหร่ก็เจ็บ กดไว้ว่าต้องไม่โกรธ แต่ยิ่งกดก็..ยังโกรธอยู่
.


น่าแปลก หลังจากสารภาพและยอมรับความจริง
วันต่อๆ มาข้าพเจ้ากลับหาปมที่เจ็บปวดนั้นไม่เจอเสียแล้ว
...

ก่อนกลับ ข้าพเจ้ากราบลาท่านพระอาจารย์ไพศาล
นำหนังสือที่ซื้อสามเล่มขอลายเซ็นต์
แต่ท่านพระอาจารย์กล่าว "ให้ข้อคิดดีกว่า"
และหยิบหนังสือเล่มนี้ให้

 

วันนี้ที่อ่านจบ..ข้าพเจ้าขอสรุปบทเรียนให้ตนเองเตรียมพร้อมน้อมรับสามข้อดังนี้

1. พร้อมรับทุกเวลา : เมื่อเกิดอารมณ์ลบ เศร้า โกรธ เกลียด อิจฉา  ข้าพเจ้าจะไม่ข่ม ไม่กลบเกลื่อน แต่จะเฝ้าดูการเกิดขึ้นและดับไป ตามจริง อย่างที่มันเป็น 

   " เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา อย่าปฎิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนั่นแสดงว่าเรากำลังยึดติดกับสิ่งที่ควรเป็น ซึ่งมันไม่ใช่ปัจจุบัน" (1)

2. พร้อมอยู่ทุกที่ : อยู่ที่ใดก็ตาม ไม่เป็นการเสียเวลา ต่อให้โอกาสและบริบทไม่เอื้อให้ต่อยอดทางวิชาชีพ ก็เอื้อต่อการปูฐานวิชาชีวิตให้แน่น เพื่อว่าเมื่อฟ้าเปิดแล้วก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคง
 " พวกเราก็เปรียบเสมือนต้นไม้ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการพยายามแทงยอดให้สูงขึ้นๆ เพื่อจะได้เด่นกว่าต้นอื่น..ต้นไม้ใหญ่ที่โค่นล้มเพราะแรงพายุ ไม่ใช่เพราะมันสูงเกินไป แต่เพราะรากมันตื้นเกินไปต่างหาก" (2)

3. พร้อมเป็นทุกอย่าง : เป็นอะไรนั้นไม่สำคัญเท่ากับการได้ "เป็นมิตรกับตัวเอง"  ข้าพเจ้าพร้อมถอดหัวโขนหากมันทำให้รู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง..ยอมรับว่ายังมีความทะยานอยาก อยากเป็นประโยชน์สูงสุดของศักยภาพที่มี
 

หมายเหตุ : ไพศาล วิสาโล, เป็นมิตรกับตัวเอง ฉบับปรับปรุง, กรุงเทพ 2555, (1) หน้า 51, (2) หน้า 24.

###

บันทึกในวันที่ในที่สุดก็เป็นมิตรกับตัวเอง  :)