ผม และทีมงานทุกคน รวมถึง อสม. จะมีการกำหนดว่า...จะไปเยี่ยมบ้านใครก่อน
เรียงลำดับ...เช่น...ผู้ป่วยอัมพาต ...ผู้พิการ...ผู้ป่วยระยะสุดท้าย
และอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้าน
ความยากจน...ชาวบ้านวัดง่ายๆ ..ตรงไม่มีบ้านหลังใหญ่...ไร่นา...ป่าอ้อย...หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
“ยายคูน”...เป็นอีกคนที่เป็นลำดับแรกๆ ที่ผมต้องวางแผนไว้...ถ้าลงภาคสนามหมู่บ้านนี้
ยายคูน ได้เงินผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท เงินผู้พิการ (ด้านสติปัญญา) อีก 600 บาท
ยายคูนไม่มีสามี...ไม่มีลูกๆ...ไร้ญาติสนิท...ที่มีก็เป็นเพียงญาติห่างๆ หรือเพื่อนบ้าน
แต่ยายคูน...ก็มีคนสนิท...คือ “เจ้าหมาน้อย”
บ้านยายคูนเล็กๆ...เป็นตูบ...เป็นเพิง...ห้องนอน...นั่งเล่น...ห้องครัว...รวมเป็นห้องเดียว
บ้านไม่ไฟฟ้า...เพราะเพื่อนบ้าน...ไม่ให้ต่อให้...กลัวจะเผาบ้านและตนเอง
แต่เพื่อนบ้าน...ก็มาดูแลเสมอๆ..มีข้าว...มีปลา..ก็นำมาให้ยายกินทุกมื้อ...ไม่ได้ซื้อ
ผมเห็นยายคูนตอนแรกผมสงสารมาก......
แต่พอไถ่ถาม...ยายยิ้มแย้ม...แจ่มใสเบิกบาน...
ยายบอกว่า...ไม่ต้องมาสงสารยาย...ขอแค่ให้ความรัก
ถ้าผ่านไปผ่านมา...มาแวะเยี่ยมยายบ้างนะ....
เมื่อมามองดูใจตนเอง...กลับพบว่า
ผมทุกข์มากกว่ายายหลายเท่า
จริงๆ แล้ว..ผมเคยนึกเสมอว่า...ผมเป็นผู้ให้
แต่แท้จริงแล้ว...คนอื่นให้ผมต่างหาก
และเมื่อยามเช้าอ่านบันทึกอาจารย์ท่านกะปุ๋ม...ทำให้ใจยืนยันอย่างนั้นจริง
บันทึก “เรามาเพื่อรับ...เพื่อเรียน”
“.........เรานั้นโดยส่วนใหญ่มักคิดว่า เราเป็นผู้ให้
แต่แท้ที่จริงแล้ว...เรามาที่นี่ มาดำรงอยู่เพื่อ "รับและเรียนรู้"
มีเพียงไม่กี่บุคคลเท่านั้น ที่มาเพื่อเป็น "ผู้ให้"...
ให้ความร่มเย็น...ให้อิงอาศัย และที่สำคัญมอบความเกื้อกูลให้เราได้เกิดการเรียนรู้
เมื่อใดที่เรารับรู้ว่า...เราเป็นผู้รับ
ตัวเราจะเล็กนิดเดียว
และเมื่อใดที่เรา...มองเพียงว่า เราเป็นผู้ให้
"ตัวตนเรา" นั้นจะโตอย่างมาก....
การเป็นผู้รับ...ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความนอบน้อม ตระหนักในพระคุณ
แต่...เมื่อคิดว่าเราให้...เมื่อนั้น ความอหังการมันมักจะเข้ามาครองใจ….”
ผมได้คำตอบของชีวิตจากยายคูน... เช่น
ชีวิตของคนเราน่าจะคิดถึงวัตถุน้อยลง...ให้สำคัญกับเงินทองน้อยลง
ให้มองถึงความรัก และคุณค่าของชีวิต...
แล้วสิ่งดีดี...จะหมุนความรักมา...รอบๆ ตัวเราเสมอๆ...
ขอบคุณ พ่อทินดาบมากค่ะ ...ช่วยเหลือ แม่แก่ + ชาวบ้าน ผู้ยากไร้ "ขอบคุณเหลือเกิน" น้องคือผู้เสียสละ ... ที่แท้จริง ค่ะ
ขอบคุณ แทนประชาชนอีกครั้งนะคะ
แวะมาเรียนรู้และได้รับรอยยิ้มคุณยายคูนกลับไปเป็นกำลังในการมีชีวิตที่ผาสุขค่ะ
น้อมรับการให้ของคุณยายคูนผ่านบันทึกคุณหมอค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาน้อมรับความสุขและรอยยิ้มจากคุณยายและคุณหมอเช่นกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่นำความสุขมาแบ่งปันค่ะ
และเมื่อใดที่เรา...มองเพียงว่า เราเป็นผู้ให้
"ตัวตนเรา" นั้นจะโตอย่างมาก....
การเป็นผู้รับ...ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความนอบน้อม ตระหนักในพระคุณ
.. ตรงใจอย่างแรง ในการอบรมดูแลผู้ป่วยระยะท้าย มักมีคำถาม ว่าจะ "พูด" อย่างไรให้เขาทำใจยอมรับได้ คุณหมอโรจน์ตอบ ขณะนั้น "เราพูดอะไร" ไม่สำคัญเท่า "ฟังเขาว่าอะไร"
เมื่อใดที่เรารับรู้ว่า...เราเป็นผู้รับ
ตัวเราจะเล็กนิดเดียว
และเมื่อใดที่เรา...มองเพียงว่า เราเป็นผู้ให้
"ตัวตนเรา" นั้นจะโตอย่างมาก....
ชอบครับ.....
นับถือหัวใจของคุณ
...ซาบซึ้ง..เจ้าค่ะ..ขออนุโมทนา..สาธุ..เจ้าค่ะ...ยายธี