น้ำใจ

น.นิรนาม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ผมได้เรียนรู้ว่าเมื่อผมฟังมากขึ้น ผมก็ได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องราวชีวิตของนายตำรวจผู้มียศต่ำต้อย แต่เป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงส่งอย่างดาบเสรีมากขึ้นด้วย คุณค่าและงดงามแห่งความเป็นมนุษย์กำลังถูกเผย และผลิบานสะพรั่งดุจดอกไม้แห่งมิตรภาพที่กำลังเบ่งบานในใจของผม

     ราวตีห้าสิบห้านาทีของเช้าตรู่วันที่ ๒๓ ส.ค. ๕๕ ผมขึ้นรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ - ขนอม ที่สถานี บขส สุราษฎร์ธานี รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปเยี่ยมเยือนเมืองขนอมครั้งแรกในชีวิต และก็รู้สึกกังวลว่าจะไปทันร่วมประชุม UKM - University Knowledge Management หรือประชุมเครือข่ายการจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัย ครั้งที่ ๒๒ หรือไม่

     ผมมีโอกาสไปนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานีเมืองคนดีหลายครั้งหลายโอกาส จึงพอจะรู้จักเรื่องราวและคุ้นเคยกับเมืองทั้งสองบ้าง แต่สำหรับ "ขนอม" ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยี่ยมยือน เมื่อก่อน รู้จักขนอมน้อยมาก เคนได้ยินชื่อในหนังสือแผนที่ พอรู้ว่าเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดทางใต้ แต่เมื่อได้รับโอกาสจาก ผอ.นภามาศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUQD) ให้ร่วมประชุม UKM ครั้งที่ ๒๒ จึงต้องรีบเปิดแผนที่และสอบถามข้อมูลของขนอมจากคุณ Google พลัน

     ราว ๐๗.๐๐ ผมลงรถที่บ้านตลาดสี่แยกซึ่งเป็นป้ายรถป้ายสุดท้ายก่อนรถจะไปจอดพักปลายทางในเขตใจกลางเมืองขนอม หนุ่มหน้ามนคนเซอร์ๆ กับกระเป๋าเป้ขนาดย่อมใบเก่ง ยืนหยุดอยู่กลางสี่แยกตลาดยามเช้าอย่างงุนงงทิศทาง พลันเหลือบเห็นวีรบุรุษร่างตุ้ยนุ้ยในชุดสีกากีนายหนึ่ง จึงพลันเดินเข้าไปถามจุดหมายปลายทาง

     "ขอโทษครับพี่"

     นายตำรวจวัยกลางคนหันควับ

     "สวัสดีครับพี่ ราชาคีรีไปทางไหนครับ"

     "อ้อ ไปทางโน้น" พี่ตำรวจชี้ทางพร้อมเปล่งสำเนียงเสียงภาษาใต้บอกทาง  

     "เดินไปได้มั้ยครับ" ผมถามด้วยความมุ่งมั่น เพราะปกติจะชอบเดินเท้าไปโน่น นี่ นั่นเสมอๆ

     "ไปไม่ได้" เสียงขึงขันดุดันสวนทันควัน

     "มันไกลมาก"

     ผมนึ่งอึ้งชั่วแมลงวันกินอิ่มหนึ่ง (ขอยืมสำนวน "สามก๊ก" มาใช้นะครับ) ตอนนั้นรู้สึกกังวลว่าแล้วจะเข้าไปร่วมประชุมทันหรือไม่ แล้วจะเข้าไปยังไงหนอ

     "มาจากไหน แล้วไปทำอะไรล่ะ" พี่ตำรวจส่งคำถามแหวกผ่านความเงียบงัน

     "อ้อ มาจากสุราษฎร์ จะไปประชุมครับ"

     ความเงียบเข้ามาทักทายเพียงชั่วงูแลบลิ้น

     "เดี๋ยวไปส่ง รออยู่ตรงนี้ล่ะ"

     ผมรู้สึกงงๆ แต่แอบดีใจนิดๆ "อะไรวะเนี่ย" และมองตามพี่ตำรวจไปอีกฟากถนน พี่แกไขกุญแจรถเก๋งคันเก่งและขับเข้ามาจอดเทียบรับผู้โดยสารนิรนามขึ้นรถในอึดใจ เราสองคนมุ่งหน้าสู่ถนนซึ่งมีปลายทางเป็นภูผาตระหง่านในทิศเบื้องหน้า ... "ราชาคีรีรีสอร์ทแอนด์สปา"

     ระหว่างนั่งรถเปิดกระจกรับลมเย็นยามเช้า พร้อมชื่นชมบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร และทิวทัศน์ทะเลข้างทาง ผมกับพี่ตำรวจมีโอกาสได้พูดคุยถามไถ่เรื่องราวของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ผมแนะนำตัวว่าเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร และแสดงความรู้สึกขอบคุณน้ำใจไมตรีที่พี่แกช่วยเหลืออย่างดี ในขณะเดียวกันพี่ตำรวจก็ชวนพูดคุยด้วยความเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยอัธยาสัยไมตรี บอกเล่าเรื่องราวเมืองขนอมให้ผมฟังอย่างน่าสนใจ ผมไม่ลืมถามชื่อและภูมิลำเนาบ้านเกิดของพี่ตำรวจ เพราะผมเชื่อว่าสองสิ่งนี้คือประตูสู่มิตรไมตรีที่จะเชื่อมประสานความสัมพันธ์ของเพื่อนใหม่ได้อย่างดี พี่ตำรวจชื่อ "เสรี" เป็นคนสงขลา เป็นตำรวจยศนายดาบซึ่งเป็นหัวหน้าสายตรวจในเขตเมืองขนอม พี่ท่านสังกัด สภ.ขนอม เมื่อเช้านี้เพิ่งออกเวรยาม และก็ยังอุตส่าห์ออกเดินตรวจเยี่ยมตลาด พบปะชาวบ้าน พี่เสรีเล่าให้ฟังว่าพี่แกช่วยเหลือแขกต่างถิ่นหรือนักท่องเที่ยวอย่างนี้หลายครั้งแล้ว ไม่ใช่ช่วยผมเป็นครั้งแรก พี่แกทำอย่างนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่แกมาอยู่ขนอมได้ราว ๒ ปี พี่เสรีเชื่อมั่นเรื่อง "การให้" เชื่อมั่นเรื่องการทำความดีโดยช่วยเหลือผู้คน และเชื่อมั่นเรื่องผลานิสงส์แห่งการให้และความดี พี่เสรีจึง "คิด" และ "ลงมือก่อการดี" ช่วยเหลือผู้คนแบบนี้เสมอๆ  

     ชั่วระยะทางการนั่งขับรถกินลมราว ๑๐ กิโลเมตร เครื่องมือ dialogue ได้ถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพโดยคน ๒ คน ผมได้เรียนรู้ว่าเมื่อผมฟังมากขึ้น ผมก็ได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องราวชีวิตของนายตำรวจผู้มียศต่ำต้อย แต่เป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงส่งอย่างดาบเสรีมากขึ้นด้วย คุณค่าและงดงามแห่งความเป็นมนุษย์กำลังถูกเผย และผลิบานสะพรั่งดุจดอกไม้แห่งมิตรภาพที่กำลังเบ่งบานในใจของผม

    พี่เสรีขับรถส่งผมถึงโรงแรม ผมก้าวลงรถเพื่อหยิบกระเป๋าเป้สัมภาระที่เบาะหลัง พร้อมกล่าวคำขอบคุณ และไหว้สวัสดีร่ำลา

    "อาจารย์ ถ้าอยากเที่ยวขนอมก็บอกได้นะครับ เดี๋ยวมารับ"

    "อ้อ ขอบคุณครับ" ผมกล่าวตอบด้วยเกรงใจ แต่นึกลิงโลดและดีใจ 

    "จัดไปครับพี่..."

    .

    .

    .

    "เมืองขนอมล้อมรายด้วยชายหาด ดารดาษโขดหินถิ่นเลใส โรงไฟฟ้าป่าเขาลำเนาไพร อัธยาศัยผู้คนเยี่ยมเปี่ยมไมตรี"

    (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)   

 

     

             

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กาลครั้งหนึ่ง ณ เมืองขนอม



ความเห็น (4)

ยินดีต้อนรับค่ะอาจารย์หนู :)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วมีความสุขค่ะ คนไทยใจดีแบบนี้น่าจะมีการช่วยกันบันทึกเล่าสู่กันฟังบ่อยๆนะคะ เชื่อว่าเราจะพบเจอได้เสมอ เพียงแต่ไม่ได้เอามาเล่าสู่กันฟัง คุณน.นิรนาม น่าเพิ่มคำสำคัญที่เกี่ยวข้องอีกนิดดีไหมคะ เช่น คนดี คนมีน้ำใจ เรื่องดีๆ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ พอดีตอนอ่านแล้วคิดถึงคำพวกนี้น่ะค่ะ เลยขออนุญาตแนะนำ และขอต้อนรับสู่โลก GotoKnow นะคะ

เขียนเมื่อ 

แวะมาทักทาย สหายเก่า ครับ

เขียนเมื่อ 

อิ...อิ...คริ..คริ... สนุกเหมือนได้นั่งท้าวคาง ฟังอยู่ใต้ต้นมะขาม

พี่ตำรวจแกก็แน่นะคะ...ที่รับ อาจารย์หนูมา