เมื่อไม่มีกีฬาที่ชอบเล่น ตระกร้อก็เอาว่ะ จากนั้นชลัญก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมตระกร้อทุกเย็น ก็จะมาประจำทีม มีคนไข้ทีก็วิ่งไปตรวจที ตำรวจ ครู ปลัด พัฒนากร ต่างก็พากัน ขับรถผ่านมาดูหมออนามัยพอเห็นชลัญเตะตระกร้อ ก็ตัวใครตัวมันล่ะค้า
ในตอนที่1 ชลัญก็เกริ่นนำมากพอควรแล้วว่า พื้นนิสัย ของชลัญนั้น กับพื้นที่สถานีอนามัยที่ชลัญมาอยู่นั้น มันช่างต่างกันเราฟ้ากับเหว
ชลัญ รึ เป็นสาวสวย เรียบร้อยน่ารัก บอบบางน่า ทะนุถนอม ไม่เชื่อกลับไปดูรูปอีกครั้งเดี๋ยวจะหาว่าชลัญโม้ ดูแต่รูปนะห้ามอ่านบทความมันจะสวนทางกัน
ด้วยไปอยู่ที่สถานีอนามัยใหม่ๆ รูปร่างเล็กๆบางๆ หน้าตาอาจดูเด็กไปนิดส์ เพราะจบทำงานที่อายุ 20 ปี เศษๆ แถมอดีตเคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล พอเย็นหลังเลิกงานก็มักใส่ชุดกีฬาวิ่งออกกำลังกาย รอบๆ อนามัย จากนั้น ก็จะมารดน้ำต้นไม้ โดยบางวันมีป้าโฮมที่เป็นภารโรงมาช่วยด้วย
ข่าวการปรากฏตัวของใหม่นั้นแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว บรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ครู ปลัด พัฒนากร ก็มีแต่คนอยากเห็นหน้า แต่ไม่สามารถมาในเวลาราชการได้ ส่วนใหญ่จึงมานอกเวลาราชการแทน
มีครั้งหนึ่ง วันนั้น หลังจาก ออกกำลังกายเสร็จ ใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ ถักเปีย 2 ข้าง เลียนแบบพจมาน แห่งบ้านทรายทอง ยืนรถน้ำต้นไม้ ซึ่งใช้ปั๊มน้ำ ที่ต่อน้ำมาจากหนองน้ำหลังสถานีอนามัย ลุงเคนและป้าโฮมมาช่วยตกแต่งต้นไม้ อยู่ ด้านหลังอนามัย
มีตำรวจ ขี่รถมอเตอร์ไชด์มาจอดมา 2 คน คนหนึ่งดูท่าทางมีอายุ อีกคนดูรุ่นราวคราวเดียวกับชลัญ แล้วเดินมาถาม “ หนูๆ หมออยู่มั๊ย”
อ๊าย ปรี๊ดเลยชลัญ คิดในใจ “ป๊าดเรียก หนูเชียวเหรอนี่”
ชลัญก็เลยตอบ อยู่ค่ะ “ไม่ทราบมีธุระอะไร”
ตำรวจ เก็กน่าดู “ พอดีปวดท้อง มาหาหมอน่ะ เรียกให้หน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปรอบนอนามัย”
ชลัญสังเกต ลุงเคนกับป้าโฮม หัวเราะกิ๊กกั๊ก ชลัญก็เลยส่งสัญญาณไม่ให้บอก จากนั้นตามไปบนอนามัย แล้วทำหน้าที่หมอทันที ตำรวจยังตกใจ ถามใหม่ “ หนูๆ ไหนล่ะหมอ”
ชลัญจำใจต้องแสดงตน หนูนี่แหล่ะค่ะหมอใหม่ ยิ่งตกใจใหญ่
“หา จบมัธยมหรือยังหนู”
ตำรวจอีกคนที่ มาด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับชลัญหัวเราะจนงอหาย จนชลัญก็อดขำไม่ได้ ซึ่งก็คือตำรวจป้อมที่กลายมาเป็นเพื่อนซี้ชลัญนั่นเอง ซึ่งคนที่ตั้งใจมาดูหมออนามัยน่ะเป็นคนที่มีอายุหน่อย แกอยู่เป็นโสดมานาน คงนึกว่าหลวงแจกมาให้ พอมาเจอผิดภาพที่แกคิดไว้ แกรีบเปลี่ยนใจทันที แกคงกลัวเด็กถอนหงอกน่ะ อิ อิ
ด้วยเคยเป็นนักกีฬา มาก่อน แต่กีฬาที่เล่นออกไฮโซ นิดหนึ่งคือบาสเกตบอล แต่ที่นี่ อย่าว่าแต่สนามบาสฯเลย สนามวอลเลย์บอลที่ดูดีก็หายาก มีแต่สนามตระกร้อ บริเวณอนามัยซึ่งทำขึ้นง่ายๆ จะมีเด็กวัยรุ่นมาแตะอยู่ประมาณ 6-7 คน
เมื่อไม่มีกีฬาที่ชอบเล่น ตระกร้อก็เอาว่ะ จากนั้นชลัญก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมตระกร้อทุกเย็น ก็จะมาประจำทีม มีคนไข้ทีก็วิ่งไปตรวจที ตำรวจ ครู ปลัด พัฒนากร ต่างก็พากัน ขับรถผ่านมาดูหมออนามัยพอเห็นชลัญเตะตระกร้อ ก็ตัวใครตัวมันล่ะค้า
ข่าวหมอทอม จึงแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ชลัญไม่สนใจ ก็ไม่มีกีฬาจะให้เล่นนี่ ตอนหลังตำรวจป้อม ก็มาร่วมแจมเตะด้วย จึงได้สนิทกันมาจนทุกวันนี้และอีกอย่างชลัญได้ใจเด็กวัยรุ่น ในหมู่บ้านทีเดียว
นี่แหล่ะค่ะที่มาของชื่อหมอทอม ที่เริ่มจากคำถาม “หนูๆ หมออยู่มั๊ย”
ชลัญธร ตรียมณีรัตน์

อ่านเพลินๆ..สะท้อนความสุขดีๆของหมออนามัยมือใหม่ค่ะ..
ดีนะครับ อ่านจนจบ...ถ้าดูจากภาพ ใช่เลย......ทอมชัดๆ
อ่านสนุก ชวนให้คิดว่าต้องมีวีรกรรมแปลกๆ อีก อิๆๆ
ขอบคุณค่ะป้าใหญ่
ที่มาอ่านความเป็นมา หมอทอม พี่หัวหน้าอยามัยเห็นชลัญเตะตระกร้อ กับวัยรุ่น แกส่ายหัวยิก บอกตั้งแต่ทำงานมาเพิ่งเห็นคนแรก ทุกวันนี้เจอพี่ ยังบอก เป็นแบบนี้เป็นคนสุดท้าย ... ยังแปลกใจ ว่าชมใช่มั๊ย
ขอบคุณท่าน
จริงๆ น่ะชลัญเรียบร้อยนะ ...ชาวบ้านที่นั่นบอก เดินอยู่บ้านถ้วยชามแตกอยู่วัดน่ะ เดี๋ยวเล่าต่อตอนต่อๆไป
ขอบคุณท่าน
อย่าลืมกลับมาอ่านต่อ มีอีกมากวีรกรรม ทั้งแปลก และ น่าหวาดเสียว
ตัวจริงหวานจะตายครับ...บันทึกชวนติดตามมากครับ...จะตามอ่านให้ครบครับ
ฮ่าฮ่า เป็นวิธีเข้าถึงชุมชนได้ดีมากเลย