สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

  เราคงไม่ปฏิเสธว่าเคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับคำคำนี้กันบ่อยมากในช่วงนี้ อีกทั้งเมี่อมีกลุ่มนิติราษฎร์ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา112 ยิ่งทำให้คำนี้ยิ่งอยู่ในความสนใจของสังคมมากขึ้น ตั้งแต่นักวิชาการไปจนถึงชาวบ้านร้านตลาด

   " นิติรัฐ " คำในภาษาไทยที่แปลความหมายมาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีรากศัพย์มาจากภาษาเยอรมัน เป็นงัยครับแค่ที่มาของคำยังสลับซับซ้อนขนาดนี้แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงความหมายที่ค่อนข้างหนักไปทางวิชาการ จึงทำให้มีผู้เข้าใจความหมายที่แท้จริงถูกจำกัดวงแคบอยู่เพียงในแวดวงวิชาการหรือนักกฎหมายเสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้เขียนจึงจะนำคำนี้มาอธิบายเสียใหม่เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าใจได้ตรงกัน ซึ่งจะมีผลต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติมากขึ้นนั่นเอง ทุกประเทศในโลกนี้ไม่ว่าจะปกครองในระบอบใด จะประกอบด้วยประชาชน ผู้ปกครอง(รัฐ) และกฎหมาย เพื่อการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีกฎหมายเป็นตัวกำกับการใช้อำนาจของผู้ปกครอง ไม่ให้ละเมิดสิทธิของประชาชนภายใต้ปกครอง โดยจะกำหนดให้ผู้ปกครอง มีอำนาจดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ภายใต้อำนาจตามที่กฎหมายบัญญัติให้ไว้เท่านั้น จะกระทำนอกเหนือไปจากนี้ไม่ได้ ประชาชนก็เช่นกันมีสิทธิต่างๆตามที่กฎหมายกำหนดให้ไว้เช่นกัน แต่สำหรับประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนจะได้รับการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย นั่นก็คือ ประชาชนทุกคนจะมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการ "นิติรัฐ" นั่นเอง

  ดังนั้นเมื่อผู้ใช้อำนาจปกครอง(รัฐ) จะกระทำการใดที่กระทบถึงความสงบสุขของประชาชนแล้วนั้น รัฐจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนทุกครั้งว่า มีกฎหมายให้อำนาจไว้หรือไม่ เพราะหากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้รัฐนั่นแหละจะกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง ทีนี้เรากลับมามองดูซิว่าปัจจุบันเราเองได้รับการปฏิบัติภายใต้กฎหมาย โดยเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามหลักนิติรัฐหรือยัง