เมื่อวันที่  15 ส.ค.2555 เป็นอีกวันหนึ่งที่ไปนิเทศติดตามการดำเนินงานดูแลผู้ป่วยของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ สถานีอนามัยเดิมนั่นเอง  ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในการออกนิเทศ  แต่ละพื้นที่ที่ออกนั้นจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างของบริบท  และสภาพปัญหาที่แตกต่างกันออกไป  ผู้เขียนได้เตรียมแนวทางการนิเทศมาแต่พอถึงการนิเทศจริงนั้นผู้เขียนกลับใช้หัวข้อนิเทศเป็น เพียงไกด์ไลน์ เท่านั้น เพราะต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของ รพ.สต. แต่ละที่วัดกันไม่ได้ด้วยมาตรฐานเดียว  อาจต้องยืดหยุ่นอย่างครั้งนี้  สองแห่งที่ไปดูนั้นมีความโดดเด่นในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ ต่างมีจุดแข็ง ที่แตกต่างกัน 

            รพ.สต.แรกที่ไปนั้น มีจุดแข็งที่สามารถรับดูแลผู้ป่วยได้มาก  และมีความพร้อมของบุคคลากรที่ปฏิบัติงาน 

แต่ถึงกระนั้นจำนวนเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอในการดูแลผู้ป่วยได้ครอบคลุม กิจกรรม  แต่ที่ รพ.สต.แห่งนี้ เขาก็ได้  มีการปรับการทำงานเพื่อให้สามารถเข้าถึง ผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด  โดยให้ อสม.เป็นผู้เยี่ยมบ้านผู้ป่วย  เดือนละ 1 ครั้งแล้วบันทึกปัญหาที่พบมาส่ง เจ้าหน้าที่  หากพบปัญหามากเกินที่ อสม.จะดูแลได้ นั้นเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ลงไปติดตามเยี่ยมต่อไป  

ที่ รพ.สต.แห่งนี้ได้ จัดให้คุณหมอ อธิคมสงวนตระกูล  ได้ช่วยเยี่ยม case เบาหวานที่เป็น difficult case  จำนวน 2 ราย เป็นพ่อกัลูก  เบาหวานทั้งคู่  ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้  บ้าอยู่ไกลพอควร  ทางที่ไป เป็นถนนแดง ฝุ่นตลบ หลุมก็มาก  นั่งรถโยกไปโยกมา  จนชลัญรู้สึกเมารถ  สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าอ้อย 

พ่อนั้นเป็นเบาหวาน มียารับปีะทาน  ปัญหาที่พบคือไม่ค่อยควบคุมอาหาร  เข้าใจผิดว่า  กินข้าวกับน้ำพริกผักแล้วเบาหวานจะไม่ขึ้นสูง  แน่ล่ะอาหารอยู่ใน Concept อาหารเบาหวานรับประทานได้  แต่ท่านเล่นกินข้าวเวลาละ 3 จาน เบาหวานมันก็ไม่อยู่หรอกคร้าบ เพราะข้าวนั่นแหล่ะที่ทำให้เบาหวานสูง แพทย์อธิคม ต้องนั่งคุยด้วยนาน ให้เปลี่ยนเป็นข้าวจานเดียว  หากไม่อิ่มให้กินผักเติมได้ ลุงรับปากจะลองปฏิบัติ  สำหรับลูกชายนั้น เป็นเบาหวานเนื่องจากตับอ่อนอักเสบจากการกินเหล้า  Case นี้ยาก เพราะท่าจะไม่ยอมเลิกเหล้าซะเลย  แต่ด้วยบุคคลิกที่ดูอบอุ่น มีความเอื้ออาทรในคำพูดของแพทย์อธิคม  ทำให้ผู้ป่วคล้อยตามพร้อมจะลองปฏิบัติ แต่ไม่รับปากว่าจะเลิกสำเร็จ เท่านี้ก็คงพอรับได้ในขั้นต้น  

    พี่พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.นี้คือ พี่อ้อม  อ้าว! ลืมชื่อจริงซะงั้น  ถึงแม้คนไข้ที่นี่จะมีปริมาณมากก็ตามแต่พี่อ้อมจำคนไข้ได้แทบทุกคน  รู้ประวัติรู้ปัญหา  คนไข้  ได้อย่างครอบคลุม  เรียกว่าเป็นกูรู ของผู้ป่วยในพื้นที่เลยทีเดียว  ในคนไข้ที่มีปัญหามากๆในการคุมเบาหวานไม่ได้ พี่อ้อมจะลงติดตามเองถึงบ้าน  บางคร้งคนไข้ขาดยา  เพราะมไ่มีรถมาโรงพยาบาลหรือ รพ.สต.  พี่อ้อมก็จะไปตรวจร่างกายให้ที่บ้าน พร้อมนำประวัติมรับยาแทนที่ โรงพยาบาลให้  ( ยาบางอย่างที่เป็น high alert drug นั้นยังไม่อนุญาตให้เบิกไว้ที่ รพ.สต) 

      พี่อ้อม เป็นหมออนามัยคนเล็กหัวใจใหญ่  ในใจชลัญคนแรก 

..................................................................................................

ต่อมาช่วงบ่าย  แพทย์อธิคมไปกลับไป รพ. พร้อมแตะเปลี่ยนเป็นแพทย์ชาญศักดิ์  คงเศรษฐกุล  (phimaimedicine แห่ง GTK ) มาแทน  รพ.สต.แห่งนี้เล็กกว่า เจ้าหน้าที่น้อยกว่า  แต่เรียกว่า ผลงานนี่ได้ใจชลัญทีเดียว เป็นอีกที่ ที่ชลัญขอ  เชิดชู หมออนามัย "คนเล็กหัวใจใหญ่"จากใจชลัญธร  ผลงานของเขานี่ไม่เล็กเลย  

ผลงานนวัตกรรมต่างๆที่เจ้าหน้าที่ได้งัดออกมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยนั้นทำให้ชลัญถึงกับทึงว่า โอวววว์... ทำไมหัวใจของคุณช่างยิ่งใหญ่เช่นนี้  ขอคาระวะด้วยใจจริงๆ

ท่านผู้นี้คือคุณพี่หนึ่ง  จีรภา  บุญญภากร  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง  พี่หนึ่งเริ่มเล่ากิจกรรมได้น่าสนใจมาก  คือ

        การบริการที่ รพ.สต.  จะมีทุกวันอังคาร ผู้ป่วยที่มานี้ จะมาเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เวลาประมาณ 07.00 น. จากนั้นมีข้าวต้มเลี้ยง  โดยงบประมาณข้าวต้มนี่  เริ่มแรกจากเงินในกระเป๋าตัวเอง  และเงินบริจาคที่ได้  แต่ต่อมาผู้ป่วยเอาข้าวสารมาบริจาคไว้ พวกหมูพัก ต่างๆ  ก็ได้จากเงินในกระเป๋าพี่หนึ่งอยู่ดี  ตอนหลังนี่มีเงินบริจาคเข้ามาด้วย  แพทย์ชาญศักดิ์ ถามเรื่องถ้วยชามที่ใช้เลี้ยง พี่หนึ่งบอก  ตนเองและญาติอีกคนซื้อบริจาคไว้ 1 set ราคาประมาณ 7000 บาท  ออกกันตนละครึ่ง ว่างั้น  ระหว่างที่รอตรวจผู้ป่วยสามารถ เดินออกกำลังกายจากการทำอุปกรณ์นวดเท่าง่ายๆไว้ข้างๆ รพ.สต.

หรือไม่ก็เดินชมสวนสมุนไพร 

ดูอาหารแลกเปลี่ยน

เรียกว่าครบวงจร  หลังจากนั้นก็จะจัดกลุ่ม self health group ซึ่งพี่หนึ่งบอกว่า ทำทุกครั้ง  เห็นว่าได้ประโยชน์ เพราะผู้ป่วยเขาจะเป็นคนสอนกันเอง จากคนที่คุมได้ สู่คนที่คุมไม่ได้  และบังมีการแจกกระเป๋าผ้าสำหรับใส่ยาอีกด้วย งบประมาณ เหมือนเดิม เงินในกระเป๋า และเงินบริจาค 

ทุกครั้งที่มารับยาผู้ป่วยจะถือกระเป๋าใบนี้มา  เอายาเก่าที่เหลือ หากบางคนลืมกินมาแลกยาใหม่ จะได้ไม่มียาอันตรายเหลือค้างที่บ้าน  ส่งเสริมการลดโลกร้อนอีกต่างหาก  

     กระบวนการอื่นที่เสริมเพิ่มเติมในการดูแลคนไข้นั้น จุดนี้ชลัญชอบมาก มีแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่เป็นรูปถ่าย  

ครบผู้ป่วยทุกคนที่เป็นโรคเรื้อรัง  พี่หนึ่งบอกว่า อันนี้ อสม.ช่วยทำให้  โดยการตามถ่ายรูปผู้ป่วย แล้วมาทำประวัติลงแฟ้มไว้ เรียกว่า  ไม่ต้องจำแต่ชื่อเห็นหน้าด้วยแล้ว อ๋อ เลยว่าคนนี้  เป็นอย่างไร  

        อีกอย่างที่ชอบคือ  การให้ อสม.ทุกคนมีสมุด บันทึกกิจกรรมของตัวเองคนละเล่ม

 

ใครถนัดทำอะไรก็ให้บันทึกไว้ แล้วนำมาให้เจ้้าหน้าที่ดูในวันประชุมประจำเดือน  ซึ่งคงคล้ายๆกับการที่เราบันทึกลงโกว์..  ทำให้มีการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นลายลักษณ์อักษร  เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วย  จากบันทึก

 

 มีอีกหลายๆกิจกรรมสำหรับ รพ.สต.นี้  เล่าไม่หวาดไม่ไหว  

 

      ชลัญทึ่งในกิจกรรมที่พี่หนึ่ง  และพี่ชาติ (สุชาติ บุญญภากร) ซึ่งเป็น  ผู้อำนวยการ รพ.สต.คู่ชีวิตพี่หนึ่ง (วันนี้ท่านติดไปอบรม) ทำ  จนสงสัยว่าทำไมต้องทุ่มเทขนาดนี้  พี่หนึ่งบอกมีความสุข เป็นความสุขที่ได้ทำ  ตัวเองและพี่ชาติไม่ใช่คนพื้นที่  มีครั้งหนึ่งมีปัญหากับนักการเมืองท้องถิ่น  นั้น คำพูดของชาวบ้านได้ใจพี่หนึ่งคือ " หมออย่าบอกว่าไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ พวกฉันนี่แหล่ะญาติพี่น้องหมอ"และปัญหาอุปสรรนั้นผ่านมาได้ด้วยความช่วยเหลือดูแลของชาวบ้าน  คำพูดนี้มันก้องอยู่ในความรู้สึกตลอด  จนทำให้พี่หนึ่งกับพี่ชาติ อุทิศทุกสิ่งอย่างเพื่อคนในชุมชนนี้  ดูแลให้ดีเปรียบเสมือนญาติของตัวเองทีเดียว  

      นี่แหล่ะที่ชลัญซาบซึ้ง  คนตำแหน่งเล็กๆ  แต่หัวใจใหญ่  ได้ใจชลัญจริงๆ  

      ผิดกับคนตำแหน่งใหญ่ๆ  เงินเดือนมากๆบางคน ความคิดได้แค่หัวแม่เท้า เอาแต่ประโยชน์ตน คนจนๆ กลายเป็นเครื่องมือให้ตนเองโกง กินกันจนอิ่มหมีพีมัน จนพุงจะแตกตายอยู่แล้ว  กระนั้นก็ยังไม่มีจิตสำนึกที่จะทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง 

    อยากจับมากราบเท้า หมออนามัยตำแหน่งเล็กๆนี่จังเลย 

    ( ขออภัย ตอนท้ายชลัญโหดไปนิดส์  พอดีของขึ้นเพราะพี่หนึ่งเล่าเรื่องที่ตนมีปัญหากับนักการเมืองนี่แหล่ะ แต่ชลัญไม่สามารถมาเล่าใน blog ได้ ค่ะ) 

ด้วยความเคารพ  หมออนามัย คนเล็กหัวใจใหญ่ ในใจชลัญ

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์