"กลับมาเถิด"

 

 

...

มีเวลาเขียนบันทึกบ้างไหมหนอ
หรือจะรอเวลาผ่านไปอย่างนั้น
ฤดูกาลผ่านมาเนิ่นนานวัน
ถึงวันจันทร์แล้วก็หยุดสุดสัปดาห์

จริงหรือเปล่าเรื่องเล่าไม่เคยเห็น
ใช้ชีวิตตัวเป็นเป็นถึงปีหน้า
แล้วก็ปีต่อไปไม่นำพา
แล้วก็ตายจากลาโลกนี้ไป

เราไม่มีเรื่องเล่าจริง ๆ หรือ
เราไม่เคยคิดฝึกปรือสิ่งใหม่ใหม่
หาแต่เงินจากงานแล้วผ่านไป
ไม่เคยคิดอะไรและไยดี

ลมหายใจเข้าออกเป็นดอกผล
ความเป็นคนเข้าออกเป็นศักดิ์ศรี
ทำทุกอย่างซ้ำซ้ำแม้ชั่วดี
ใช้ชีวีเช่นนี้ไปจนตาย

กลับมาเถิดจิตวิญญาณที่หาญกล้า
กลับมาทายและท้าพายุร้าย
กลับมาเป็นคนดีไม่เสื่อมคลาย
กลับมาเป็นคนใหม่ที่ใจงาม

กลับมาเขียนบันทึกอีกสักหน
กลับมาคืนความเป็นคนน่าเกรงขาม
กลับมาใช้ความคิดความพยายาม
กลับมาตามหัวใจที่สั่งมา

...


 

บ้านปลายดง ณ หางดอย

กลางฤดูฝน ณ เชียงใหม่

๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕

๐๐.๓๓ น.

 

 

......................................................................................................................................................................

อารมณ์พาระเหิด ...

 

ใคร ๆ ก็ต่างสงสัยว่า "ทำไมคนที่มาเขียนบันทึกในชุมชนแห่งนี้ จึงได้มีเวลาเขียนอะไรมากมายนัก ทั้ง ๆ ที่หลายท่านก็ตำแหน่งใหญ่โต หลายท่านก็งานรัดตัว แต่กลับเขีัยนบันทึกได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ"

คำตอบของคุณหมอท่านหนึ่ง "อยู่ที่การบริหารจัดการเวลา"

และก็น่าจะมีคำตอบ "มันมีเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อชีวิต เพื่อเป็นจดหมายเหตุก่อนสิ้นลม หรือไม่ก็เขียนเพื่อคลายเหงา แ้ล้วนั่งเฝ้ามาคอยตอบ"

 

ที่นี่ก็จะมีคำถามต่อไปอีกว่า "แล้วจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนเนี่ย เรียนไม่เก่ง สมองสี่เหลี่ยม คิดไม่ออก"

ผมตอบว่า "มนุษย์มีประสาทสัมผัสรับรู้ทั้งห้า ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย วันทั้งวันผมว่า ทุกคนมีเรื่องเล่า เพียงแต่จะเล่าอย่างไรเท่านั้น เล่าตรง ๆ เล่าอ้อม ๆ เล่าเพราะอยากเล่า เพียงแค่อยากเล่า บันทึกก็จะเกิดขึ้น เพื่อให้เราได้ใคร่ครวญ และไตร่ตรอง โดยเฉพาะสติจะเกิดขึ้นอย่างไม่ยากเย็นนัก"

 

เรียนเชิญ ... กลับมาเขียนบล็อก เขียนบันทึกกันนะครับ

พื้นที่แห่งความสุขเกิดได้ไม่ยาก หากรู้จักที่เรียนรู้มัน

 

บุญรักษา ครับ ;)

 

 

......................................................................................................................................................................