รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน

สำหรับเด็กปฐมวัยนั้นมีความอยากรู้อยากเห็น มีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ “นิทาน” จึงเป็นสิ่งที่เด็กจะเข้าถึงได้ง่าย สำหรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานจะเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา การสังเกต การอ่าน การใช้ภาษา ผ่านการเล่านิทาน ซึ่งนิทานที่นำมาเล่าควรเป็นนิทานที่เด็กๆ ให้ความสนใจ เหมาะสมกับวัย มีรูปภาพและสีสันสวยงามดึงดูดใจเด็ก เป็นเนื้อหาที่เข้าใจได้ง่าย และเนื้อเรื่องไม่ยาวเกินไป ซึ่งนิทานที่เด็กๆ สนใจจะสังเกตได้จากการที่เด็กๆ จะหยิบนิทานเล่มนั้นๆ มาดูรูปและอ่านเล่นบ่อยๆ ระหว่างการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังควรจะมีการซักถาม พูดคุย ในระหว่างการเล่า เพื่อให้เด็กๆ ได้แสดงความคิดเห็นและเข้าใจเรื่องราว ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสนใจและเพลิดเพลิน หลังจากการเล่านิทานจบควรจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเรื่องที่เล่าไปข้างต้น เช่น กิจกรรมเกมการศึกษา การร้องเพลง การวาดภาพ เป็นต้น หลังจากนั้นการสรุปควรสอดแทรกคติธรรม สาระความรู้ คุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เด็กได้นำไปปฏิบัติถูกต้อง 

หลักการ 1. การจัดการเรียนรู้ควรตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานตามธรรมชาติของเด็กในการค้นหาความหมาย 2. การเรียนรู้ต้องเปิดโอกาสให้เด็กกำหนดรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตน 3. การจัดการเรียนรู้ต้องให้ความสำคัญต่อบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก 4. การฟังคือที่มาสำคัญของการพัฒนาภาษา ความหมาย และภาษาที่งดงามสร้างขึ้นได้จากนิทาน 5. เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรมและการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่หรือเด็กที่โตกว่า

วิธีการ 1. เลือกวรรณกรรมที่ดีมาอ่านให้เด็กฟัง ไม่ต้องกังวลที่จะให้เด็กอ่านตาม ไม่ต้องให้เด็กคอยตอบคำถาม ไม่ต้องจำเรื่องให้ได้ ทำให้เด็กรู้สึกสนุกที่จะฟัง เรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่าให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง - ภาพประกอบในหนังสือจะสื่อความหมายให้สมองรับรู้เรื่องราวที่ได้ฟังและแม้มีคำยากปนอยู่บ้าง สมองก็จะพยายามเชื่อโยงความหมายของคำนั้นกับเรื่องราว วิธีเรียนรู้แบบนี้เป็นวิธีเรียนภาษาที่ได้ผลสัมฤทธิ์สูง - เมื่ออ่านให้เด็กฟังติดต่อกันยาวนานพอ เด็กจะเริ่มจดจำเรื่องได้ ในที่สุดเด็กจะหยิบหนังสือมาเปิดอ่าน การสะกดได้จะตามมาภายหลัง การสอนอ่านและสอนสะกดทำได้ง่ายมากเมื่อเด็กรักที่จะอ่านแล้ว

  1. กระตุ้นให้เด็กสนทนาเกี่ยวกับตัวละคร วัตถุสิ่งของ ฉาก หรือสถานการณ์ที่สัมพันธ์กับวรรณกรรม โดยใช้คำถามหลายๆ ระดับ
  2. ลักษณะของคำถาม ความจำ ความเข้าใจ การวิเคราะห์ การนำไปใช้ การประเมินค่า การสร้างสรรค์
  3. วางแผนและออกแบบกิจกรรมที่สัมพันธ์กับวรรณกรรมและสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ครอบคลุมพัฒนาการทุด้านของเด็ก และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกิจกรรมประจำวัน โดยมีศิลปะและละครเป็นองค์ประกอบสำคัญ
  4. จัดนิทรรศการแสดงสิ่งที่เด็กๆ เรียนรู้ โดยทบทวนกิจกรรมที่จัดแล้วร่วมกับเด็กให้เด็กช่วยกันเลือกสิ่งที่ต้องการนำเสนอให้ผู้อื่นรับรู้เกี่ยวกับวิธีการที่เด็กเรียนรู้ และสิ่งที่เด็กเรียนรู้ และร่มกันจัดนิทรรศการ

ผลลัพธ์สำคัญจากการจัดประสบการณ์ - เด็กมีนิสัยรกการอ่าน - เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาเหมาะสมกับวัย

สรุปคือ การเรียนการสอนโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน จะช่วยให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ ในการใช้ภาษา รักการอ่าน ส่งเสริมพัฒนาการในทุกๆ ด้าน ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เกิดความเข้าใจในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความดีความชั่ว การอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนความสามัคคี ซึ่งผู้ปกครองสามารถเลือกนิทานที่เหมาะสมกับเด็กและนำไปเล่าให้เด็กๆ ฟังที่บ้าน เป็นการสร้างความสัมพันธ์และสายใยครอบครัวอีกทางด้วย