บันทึกนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมวงเสวนาทำความรู้จัก Ba ร่วมกันค่ะ
เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการสรุปความหมายไว้โดย ท่าน ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์ โดยข้าพเจ้าได้ขออนุญาตนำมาใช้นำเสนอและอธิบายขยายความเพื่อสร้างความเข้าใจคำนี้ไปพร้อม ๆ กันกับกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ ทั้งนี้ ได้พยายามอธิบายโดยยกตัวอย่างประกอบจากความเข้าใจของตนเอง และนำเสนอให้เห็นด้วยว่าศาสตร์ Enneagram จะนำมาเป็นเครื่องมือเกื้อกูลกันกับ Ba อย่างไรค่ะ
ความรู้ขึ้นอยู่กับคนและบริบทรู้ขึ้นอยู่กับบริบท
จัดการได้ และสร้างได้
Seci Model
Sharing & Knowledge Spiral
ในการปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราไม่เพียงแลกเปลี่ยนตัวความรู้/องค์ความรู้/ประสบการณ์เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันอยู่เสมอ คือ สิ่งที่เป็นมิติภายในตัวคน มีความเป็นนามธรรมสูง ที่เราต้องส่งเสริมให้ผลิบาน งอกงามให้เห็นและสัมผัสได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอย่างแท้จริง เช่น
-
ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน Care
-
ความรัก Love
-
ความไว้เนื้อเชื่อใจ Trust
-
ความปลอดภัย Safety
การหล่อเลี้ยง ทะนุบำรุง high emotional knowledge à นับว่าเป็นทุนสังคมของชุมชนนั้น social capital à เป็นพื้นฐานของการเกิด ชุมชนที่เป็นสุข happy community
Ba Concept
SECI and Ba (from Nonaka and Konno, 1998)
gramconsulting.com
Ba is Place-Time-People, a dynamic relation in context that enables creation of an Atmosphere : Shared context in motion Emotions and truth are changing rapidly ; we must share deep thoughts, not explicit knowledge
Ba คือ พื้นที + เวลา/โอกาส + ผู้คน
ตามแนวคิดของ Nonaka "Ba" เป็นความคิดเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีการแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ในกลุ่ม ชุมชน หรือสังคม ดังนั้น พื้นที่ที่แลกเปลี่ยนอาจจะเป็น
Physical สถานประกอบการทางธุรกิจ บ้าน ที่ทำงาน (โรงเรียน
มหาวิทยาลัย โรงงาน โรงพยาบาล ทุ่งนา ฯลฯ)
Virtual ออนไลน์ (อีเมล เฟสบุ๊ค โกทูโนว์)
Mental ประสบการณ์ที่แบ่งปัน ความคิด อุดมการณ์ อุดมคติ
หรือการผสมผสานทั้งสามช่องทางไว้ด้วยกัน
Ba ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับการพัฒนาปัจเจกบุคคล และ/หรือนำไปสู่การสร้างความรู้ร่วมกัน (collective knowledge)
Ba เป็นความสัมพันธ์ที่มีความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งในบริบทที่เกื้อหนุนให้เกิดบรรยากาศที่ผู้คนรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งร่วมกันภายในความเคลื่อนไหวของบริบทนั้นๆ ยกตัวอย่าง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโกทูโนว์ (GOTOKNOW) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มที่มีความสนใจเดียวกัน CoPs สำหรับ CoP โครงการสร้างพื้นที่ความสุข เป็นประเด็นร่วมที่ขอเชิญชวนให้ท่านเล่าเรื่องความรู้ประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับ "พื้นที่และผู้คน" ว่าท่านมีส่วนทำให้เกิดความรู้และความรักผ่านพื้นที่และผู้คนในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใดได้อย่างไร
อารมณ์ต่างๆ และ ความจริง (ของแต่ละคน) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่แห่งการสร้างความรู้เช่นนี้จึงต้องแบ่งปันความรู้สึกที่อยู่ลึกภายใน ไม่ใช่มุ่งแค่การแลกเปลี่ยนความรู้แจ้งชัดซึ่งเป็นวิชาการ เป็นทฤษฎี
S
Socialization …Tacit -à Tacit
Originating Ba: Physical and face to face experiences are the key to conversion and transfer of Tacit Knowledge.
ขจัดสิ่งขวางกั้นระหว่างตัวเรากับผู้อื่น ด้วยการแบ่งปันความรู้สึก ประสบการณ์ มีทั้งความสงสาร เห็นใจ และเข้าใจ (Sympathy and Empathy)
E
Externalization…Tacit -à Explicit
Interacting Ba: Right mix of specific knowledge and capabilities for a project team, task forces, or cross-functional team is critical.
การเลือกคนที่เหมาะสม มีความรู้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เป็นที่ที่เราจะทำ Tacit Knowledge -à Explicit
โดยการใช้สุนทรียสนทนา หรือ Dialogue เพื่อให้ทีมมาร่วมกันสร้างความหมายและคุณค่าของงานที่จะทำ
C
Combination…Explicit -à Explicit
Cyber Ba: การปฏิสัมพันธ์ สื่อสารสามารถทำได้ในโลกไซเบอร์ real time เป็นที่ที่เราจัดระบบรวบรวมข้อมูล ความรู้ ที่เป็น Explicit Knowledge ที่มีอยู่และแลกเปลี่ยนกันได้ การใช้ ICT เป็นการทำให้เกิด Collaborative Environments
I
Internalization…Explicit -à Tacit
Exercising Ba: เป็นพื้นที่ที่เกื้อหนุนกระบวนการ internalization ที่นี่ Explicit Knowledge ถูกทำให้เป็น Tacit Knowledge กลับเข้าไปภายในตัวเราผ่านการลงมือทำจริงจัง Learning by doing
เมื่อนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับโครงการสร้างพื้นที่ความสุข จะทำให้เห็นว่าพื้นที่ความสุขแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดเกลียวความรู้ อารมณ์ความรู้สึกผูกพันร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้ แนวคิดนี้ ทาง ดร. ยุวนุช และข้าพเจ้าจะนำมาใช้เป็นกรอบความคิดในการอธิบายความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิดของทุกท่านที่ถ่ายทอดออกมา โดยที่กัลยาณมิตรทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการสร้างพื้นที่ความสุข เพียงแต่นำเสนอ "บริบทพื้นที่" ของตนเองเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้แนวคิดดังกล่าวในการอธิบาย หากไม่สะดวกหรือยังไม่ชัดเจน เพราะโดยส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง ซึ่งไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยตรงก็จะนำเสนอในเครื่องมือที่ตนเองถนัดเท่านั้นคือ Enneagram ว่ามาใช้ในการทำให้พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ไปทำมาเกิดความสุขอย่างไร
Enneagram จะช่วยทำให้เราค้นพบความทุกข์และความสุขของเราค่ะ
การเริ่มต้นจากการทำความรู้จักโลกทัศน์ของตนเองคือจุดเริ่มต้นของการเห็นต้นทาง "ความสุขภายใน" ของเราเองค่ะ พื้นที่ความสุขภายในทำให้เราแบ่งปันพื้นที่ความสุขภายนอกกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจและมีเมตตาต่อกัน เราจะก้าวพ้นความไม่ชอบ ความชอบ ความพอใจ ความไม่พอใจกับคนที่ไม่ถูกจริตกับเรา เราจะให้อภัยตัวเองและคนอื่นได้ง่ายขึ้นจากการยอมรับที่มาของโลกทัศน์ที่แตกต่างนั้น
จนนำไปสู่การละวางความไม่มีเขา ไม่มีเราค่ะ
สิ่งที่จะนำเสนอก็จะเป็นทำนองนี้ค่ะ เขียนในสิ่งที่เราถนัดจากพื้นที่ เวลา/โอกาส ที่่เราได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนค่ะ
กัลยาณมิตรที่สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถอธิบายในสไตล์ของท่านผ่านคำว่า "พื้นที่ และ ผู้คน" ที่ท่านเข้าใจและให้ความหมาย จากนั้น ทางทีมงานหลักจะช่วยกันสะกัดความรู้ประสบการณ์ และอารมณ์ความรู้สึกของท่านออกมาเป็น "การถอดบทเรียน" เพื่อแบ่งปันร่วมกัน
ทุกเรื่องเล่าที่ท่านนำเสนอเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และตัวตนของท่านจะนำมาใช้ในการถอดบทเรียนเพื่อนำเสนอเจ้าของทุน (สสส. และ GOTOKNOW) ค่ะ
-----------------------
อนุทิน วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕
ที่มาของบันทึก "Ba - พื้นที่ เวลา กัลยาณมิตร" http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499145
- ต้องขอบพระคุณกัลยาณมิตรทั้งสามท่านค่ะ
ท่านแรก พี่หมอเล็กภูสุภา จากคำถาม
" Baย่อมาจากอะไรหรือคะ ถามเพราะไม่รู้และอยากรู้ค่ะ"
ถามฝากไว้ในบันทึก โครงการสร้างพื้นที่ความสุข "Happy Ba"
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/496990
ท่านที่สอง คุณหมอทิมดาบ
"อาจาย์ช่วยดูแนวโน้มบันทึกของผมด้วยครับ..ว่า...สามารถใช้คำ
สำคัญ...Happy Ba...ได้ไหมครับ...จะได้อาศัยร่มในการเรียนรู้ด้วยคน
ครับ"
ขอบพระคุณและรู้สึกซาบซึ้งมากเลยค่ะ ได้แวะไปตอบไว้ในบันทึก
ของคุณหมอแล้วว่า
- สำหรับพื้นที่ความสุขของคุณหมออยู่ทั้งในตัวคุณหมอเองที่มีความรัก ความใส่ใจในคนรอบข้างและอยู่ในพื้นที่ทำงานที่ไม่ว่าคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และคนไข้ต่างร่วมใจกันสร้างค่ะ หากจะนิยามความสุขในพื้นที่ที่กล่าวถีงมาทัั้งหมดของคุณหมอ.Themeคือพื้นที่ที่มีหัวใจรักในการแบ่งปัน
- บันทึกเดิมๆของคุณหมอหลายบันทึกเพียงใส่คำสำคัญว่า happy baได้เลยค่ะ
- ดีใจมากค่ะที่จะได้ตัวอย่างพื้นที่ความสุขที่เป็นแบบอย่างของการทำงานหัวใจรักในบริการเพื่อชุมชนค่ะ
ท่านที่สาม ท่านอาจารย์ชยพร แอคะรัจน์
จากบันทึกพื้นที่ความสุข(Happy Ba) ในความหมายของผมครับ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499134 ซึ่งเขียน "ความ
หมาย" จากหัวใจ
"ทุกวันนี้ ผมมีความสุข ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ครับ...
มาวันนี้ เกิดโครงการสร้างพื้นที่ความสุข (Happy Ba) ในGotoknow
ขึ้น...ผมอยากมีส่วนร่วมในการเขียนถึง พื้นที่ความสุข (Happy Ba)ครับ
แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจในคำว่าพื้นที่ความสุข(Happy Ba)เท่าใดนัก...เลย
คิดว่า...หมายถึงการบันทึกว่า...เรามีความสุขในเรื่องอะไร...เล่ามาให้
ฟังหน่อยซิ...ทำนองนี้น่ะครับ.."
จึงต้องเขียนบันทึกดังกล่าวขึ้นมาเพราะรู้สึกผิดที่ว่าในตอนแรกอยากเห็นบันทึกเรื่องเล่าตามความเข้าใจของกัลยาณมิตรทุกท่านก่อน ทั้งนี้หลายบันทึกที่แต่ละท่านเขียนก็มี "พื้นที่และผู้คน"ที่ส่งผ่านความสุขร่วมกันอยู่แล้ว เพียงใส่คำสำคัญคำว่า "Happy Ba" ทางทีมงานหลักก็จะนำบันทึกของทุกท่านมาประมวลและใช้แนวคิดดังกล่าวจับประเด็นอธิบายภายหลังเพื่อแลกเปลี่ยนร่วมกัน
แต่เมื่อท่านทั้งสามให้ความกรุณาตั้งประเด็นคำถาม "Ba"ขออนุญาตนำมาอธิบายทำความเข้าใจไปพร้อมกันนะคะ หากขาดตกบพร่องประการใด กุรู (ดร.ยุวนุช) จะมาช่วยเพิ่มเติมค่ะ
ขอบพระคุณทั้งสามท่านจากใจด้วยจิตคารวะค่ะ
------------------------------------------


การพื้นที่ที่มีการแลกเปลี่ยนแบ่งกันเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ในกลุ่ม ชุมชน หรือสังคม ดังนั้น พื้นที่ที่แลกเปลี่ยนอาจจะเป็น
Physical ที่ทำงาน สถานประกอบการ
Virtual ออนไลน์ (อีเมล เฟสบุ๊ค โกทูโนว์)
Mental ประสบการณ์ที่แบ่งปัน ความคิด อุดมการณ์ อุดมคติ
หรือการผสมผสานทั้งสามช่องทางไว้ด้วยกัน ...
Ba ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับการพัฒนาปัจเจกบุคคล และ/หรือนำไปสู่การสร้างความรู้ร่วมกัน (collective knowledge) เข้าใจแล้ว...ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณ "ความรู้ใหม่นี้นะคะ" ..... ทางสา"สุข...เราใช่คำว่า....สิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อความปลอดภัย ต่อ "ผู้ป่วนะคะ" .... อ่างล้างมือ ... ห้องน้ำผู้พิการ....เอื้อต่อสุขภาพดีดีนะคะ
ขอบคุณมากนะคะ
ขอเรียนรู้ด้วยคนนะค่ะอาจารย์
มาให้ดอกไม้ไว้ก่อนหลังจากอ่านไปหนึ่งรอบค่ะ ขอศึกษาเพิ่มเติมและอ่านต่ออีกก่อนจะเขียนได้นะคะ ติดไว้ก่อนค่ะ อิอิอิ
คืนนี้ว่าจะเข้านอนให้เร็วหน่อยค่ะ เพราะหนึ่งเดี๋ยวโดนแซวจากคนในโกทูโนว่าเป็นคนนอนน้อย สองเพราะกลัวหน้าแก่ และสามพรุ่งนี้ต้องออกไปถ่ายรูปแต่เช้าค่ะ อันนี้ตื่นเต้นมากเพราะยังไม่เคยไปเรียน street photography เลย พรุ่งนี้เป็นวันแรก สารแห่งความสุขหลั่งไหลรอแล้วค่ะ :))))))
ฝันดีค่ะคุณศิลา ;))))
กำลังคิดปรึกษาเรื่อง กิจกรรมเขียนเรียงความดีมีทุนการศึกษา
ดำเนินกิจกรรมนี้อยู่ในโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของนครปฐม ร่วมกับคุณหงุ่นผู้เป็นเพื่อนรักค่ะ
ไม่ทราบว่าเข้าขอบเขตหรือไม่ จะบันทึกให้คุณศิลาและพี่นุชอ่านดูค่ะ
ในใจมีคำถาม และข้อสงสัย แต่คิดว่าความกระจ่างคงจะเกิดในเร็ววัน จากบทถามตอบและตัวอย่าง "Happy Ba" ที่จะมีให้เทียบเคียงมากขึ้น .....
"แผนกตามน้ำ" ครับ ขอให้บอกครับ จะไปตามมาให้เต็ม .....Happy.Ba........อิอิ
สรุปที่เขียน....ได้แค่ 1 ประโยค
"ผมยังไม่ค่อยเข้าใจครับ แต่จะคอยช่วยเมื่อต้องการ"
ขอบคุณครับ
ผมกำลังจะไปสอนนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์พอดีเลยครับ ประเด็นนี้เลย ขอบคุณมากครับ
อาจารย์ครับ....บันทึกผม...ถ้ามีความสุข...แบ่งปัน...ต้อง....Happy Ba...ในคำสำคัญแน่นอนครับ
สวัสดี ครับ อาจารย์ พื้นที่ (ความรู้) เวลา (ความคิด) กัลยาณมิตร (ที่น่ารักน่านับถือ)...เห็นด้วยไหมครับ อาจารย์ครับ บันทึกหน้า ผมจะลองเขียนให้อาจารย์พิจารณา...ว่าใช่หรือเปล่า แล้วผมจะส่งการบ้าน นะครับ
โอ้ ต้อง Happy Ba อย่างระมัดระวัง ;)...
การบ้านพี่มาแล้วเลย.....^____^
จะเร่งเขียน บอกเล่า เรื่อง Ba อย่างเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ขอเวลาปรับตากับแว่นใหม่หน่อยค่ะ เนื้อหาในใจมีอยู่แล้ว รอสักนิ๊ดๆๆ
เรื่อง Ba ตามแนวคิดของโนนากะนี้ ส่วนมากคนไทยไม่ค่อยสนใจศึกษาลึกซึ้ง ไปมุ่งที่การหมุนของวงจร SECI มาก ตัวพี่เองก็ไม่ถึงกับเป็นกูรู แต่ก็รู้จากประสบการณ์ในการใช้จริงกับสิ่งที่ที่เกิดขึ้น หากไม่เคยลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงเอง คงไม่กล้าใช้ในโครงการของเรา ก็บอกได้ตามประสบการณ์อันจำกัดของตัวเองค่ะ ก็ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการตัวจริงในบ้านเรามีมากมาย พี่พวกชายขอบ ชายน้ำป่าสัก^___^
ขอบคุณผู้สนใจใคร่รู้ทุกท่านและขอบคุณคุณศิลาด้วยค่ะที่ไปเสาะหามาตอบไปพลางๆก่อน
มาด้วยความระลึกถึงเช่นกัน
เลยโชคดีได้อ่าน เจ้าพ่อ KM ของเอเซีย
เคยเข้ารับการอบรมจาก อ.ประพนธ์ มาบ้างแล้ว
ชอบค่ะ
เยี่ยมเลยครับ
สวัสดีค่ะ เคยถูกบังคับให้ทำkmด้วยความไม่เข้าใจ พูดไปเล่าไปก็กลัวผิดกลัวถูก ขาดตรงนั้นเพิ่มตรงนี้ทำเอาเครียด ก็ไม่มีความรู้โดยตรง ดังนั้นเมื่อต้องเข้าประชุมอบรมงานkmจึงแอบเบื่อ แต่บอกตามตรงถ้าวิทยากรสามารถบอกได้อย่างคุณsila รับรองว่าเข้าใจลึกซึ้งขึ้นเลยค่ะ ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะพี่ศิลา...
กำลังไล่ตามอ่านตามคำแนะนำของพี่อยู่น่ะคะ^^