ต้องสร้างประสบการณ์ให้เขามากกว่านี้

พี่สอนน้อง..กับการจัดการความรู้ในโรงเรียน

       ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ครูติดอบรมสัมมนา ทำให้ผมต้องสอนแทนในชั้นป.๖ คิดอยู่นานว่าจะสอนอะไรดี นึกขึ้นมาได้ว่านักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับความคิดรวบยอดในงานหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ หลายครั้งที่ทำกับมือ แต่เวลาให้พูดอธิบายกลับพูดไม่ตรงประเด็น อันนี้ก็แสดงว่ากระบวนการเรียนรู้ยังไม่สมบูรณ์

      สืบเนื่องมาจาก ผมลำดับขั้นตอนไว้ว่า เมื่อเวลาผู้นิเทศโรงเรียนเข้ามาอย่างเป็นทางการ ต้องรับชมความสามารถของนักเรียนก่อน ประมาณครึ่งชั่วโมง จึงจะเชิญเข้าห้องพักครูดูเอกสาร/แฟ้มผลงาน/ภาพกิจกรรม/ร่องรอยการทำงาน จากนั้นอาจจะพบพูดคุยกับครู ดูการจัดการเรียนการสอน ถ้าผู้ที่มานิเทศต้องการ สุดท้ายผมจะนำชมแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรม โดยมีนักเรียนเป็นผู้บรรยาย

      วันนั้น จำได้ว่านักวิชาการจากสพฐ.มานิเทศงานวิจัยของครู ทุกกิจกรรมผ่านไปอย่างเรียบร้อย พอถึงช่วงนำชมโรงเรียน นักเรียนป.๖ ก็พร้อมดีเดินนำอย่างกล้าหาญ พูดฉะฉานไปตามเรื่อง จากจุดนี้ไปจุดนั้น ผมเดินตามหลังคอยลุ้น และสังเกตการตอบคำถามของนักเรียน บางคำถามของนักวิชาการ เด็กตอบช้าถึงตอบไม่ได้ก็มี เช่น

        - ทำไมใบไม้ถึงกลายเป็นดิน ....ใช้เวลานานไหม

        - รดด้วยอีเอ็มเดือนละ ๒ ครั้ง ผสมน้ำกี่ลิตร

        - วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ ทำอย่างไร ทำไมต้องใส่กากน้ำตาลด้วย

        - กากแก๊สชีวภาพ ทำไมต้องหมักก่อน ไม่หมักได้ไหม

        - แปลงเกษตรปลอดสารพิษ ทำไมต้องเอาฟางรองแล้วเอาดินกลบ  ผักบุ้งปลูกกี่วันถึงจะนำไปรับประทานได้  ฯลฯ

        คำถามดูจะไม่ยาก  แต่ผมไม่โทษเด็กหรอกที่เขาคิดนาน เพราะผมยังสอนไม่ครอบคลุมหลักการทฤษฎี กระบวนการและภาคปฏิบัติ ทำอย่างไรจะให้เขาเข้าใจและซึมซับความรู้ได้ในหลายแง่มุม ประยุกต์ใช้และรู้จักแก้ปัญหา ทางที่ดีผมคิดว่าต้องสร้างประสบการณ์ให้เขามากกว่านี้

     ว่าแล้วก็เรียกนักเรียนชั้น ป.๖ มาคุยพร้อมอุปกรณ์ กระดาษ ดินสอ ปากกา ดินสอสี ฟิวเจอร์บอร์ด ว่าไปทีละกิจกรรม เริ่มจากปุ๋ยหมักใบไม้ แปลงผักปลอดสารพิษ และแก๊สชีวภาพ เอาเท่านี้ก่อน เพราะเวลามีจำกัด  เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถาม ถึงชื่อเรื่องที่ทำ เราทำอะไรกันบ้าง ทำไมถึงทำ มีประโยชน์อย่างไร... นักเรียนพูด ผมบันทึกสั้นๆ นักเรียนพูดอภิปรายกันมาก ผมต้องให้สรุปเป็นหนึ่งเดียว ทุกเรื่องต้องบอกวัสดุอุปกรณ์ได้ด้วย และบอกขั้นตอนกระบวนการจัดทำได้ทั้งหมด ซึ่งเยอะมากแต่ต้องบอกให้เป็นถ้อยคำสำคัญให้ได้ จะช่วยให้จำได้ง่ายไม่เยิ่นเย้อ

      จริงๆแล้ว กิจกรรมที่ผมให้นักเรียนทำนี้ ทำได้วันละ ๑ กิจกรรมเท่านั้น เพราะผมต้องให้นักเรียนรวมกลุ่มกันเขียนถ้อยคำที่เขาพูดสรุป ลงในกระดาษ ตกแต่งสีสัน และวาดภาพประกอบ ดูแล้วเหมือนชิ้นงานที่เกิดจากการทำโครงงาน บางทีก็มองว่าเป็นโครงงานอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งเกิดขึ้นจากผลของงาน/กิจกรรมที่ทำเสร็จสิ้นแล้ว

      นักเรียนนำผลงานที่ติดฟิวเจอร์บอร์ดเสร็จแล้ว ไปติดยังแหล่งเรียนรู้นั้นๆ ผมมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคน ทำหน้าที่แต่ละวัน ฝึกพูดอธิบายในสิ่งที่เขียนขึ้นมา โดยมีน้องป.๑ - ป.๔ เป็นผู้ฟัง ทำบทบาทสมมุติว่าเป็นครู ทำหน้าที่เป็นพี่สอนน้อง พูดผิดพูดถูกไม่เป็นไร ครูคอยเสริมให้ ไม่ต้องอายน้อง ส่วนน้องก็ตั้งใจฟังพี่เป็นอย่างดี

      งานนี้ยังมองไม่เห็นภาพความสำเร็จ เป็นช่วงของการเริ่มต้นการสอนแบบบูรณาการ โดยใช้นวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ ช่วงแรกอาจเป็นแค่ความรู้ความจำ ทำไปนานๆ อาจเป็นทักษะนิสัย ตระหนักรู้และเข้าใจซาบซึ้งก็ได้ ต่อไปสอนอะไรก็คงไม่ยากแล้ว แต่ตอนนี้พี่สอนน้องไปก่อนนะ ครูจะคอยยืนดู