สรุปการนำลักษณะนิสัยของเฟลมมิงมาใช้กับตนเอง
-การใฝ่ศึกษาหาความรู้ รักการค้นคว้า เฟลมมิงทำงานมีพ่อเป็นชาวนา ต้องทำงานในบริษัทขนส่งถึง 4 ปี แต่เขาก็สามารถเข้ามาเรียนในวิชาแพทย์ได้ แล้วได้เกียรตินิยมอันดับ 1
ผลต่อตนเอง เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เข้าเรียนในคณะแพทย์เห็นความสำคัญของการมีโอกาสได้เรียนในวิชาชีพแพทย์ ต้องตั้งเรียน ขยันอ่านหนังสือ จึงจะประสบผลสำเร็จ
-การเรียนประโยชน์ต่อส่วนรวมและเห็นคุณค่าของชีวิต เฟลมมิงเห็นบาดแผลของทหารที่ติดเชื้อ
ตายอย่างทรมาน จึงอุทิศตัวในการทดลองหาวิธีการรักษา
ผลต่อตนเอง การเป็นหมอไม่ควรคาดหวังในเกียรติและความร่ำรวยแต่ควรคิดถึงวิธีที่เราจะรักษาชีวิตของผู้ป่วยให้หายได้มากที่สุด
-ความอุตสาหพยายาม เฟลมมิงอุทิศและทุ่มเทให้กับการทดลองหาวิธีฆ่าเชื้ออย่างไม่ย่อท้ออยู่เสมอ
ผลต่อตนเอง คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้ขึ้นกับพรสวรรค์หรือความฉลาดที่ติดตัวมา แต่ขึ้นกับความคิดต่อยอด ความพยามยามที่จะพัฒนา
-การรู้จักสังเกต เฟลมมิงสังเกตเห็นราบนจานเพาะเชื้อ แม้จะอยู่นอกเหนือจากการทดลองของเขา แต่เฟลมมิงก็ศึกษาและตรวจสอบละเอียยดอย่างรอบคอบ
ผลต่อตนเอง เราควรสังเกตปัจจัยอื่นๆรอบตัวเราร่วมกับการคิด หาเหตุ และผลลัพธ์ ก่อนที่จะตัดสินใจ
เพราะปัจจัยอื่นนั้น อาจนำไปสู่คำตอบของสิ่งที่เราค้นหาอยู่ก็ได้
-การยอมรับความรู้และความคิดเห็นของผู้อื่น เฟลมมิง แม้จะเป็นหมอที่เก่งและมีประสบการณ์มามากมาย ยังต้องรับความรู้ของนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้เฉพาะเรื่องนี้มากกว่า
ผลต่อตนเอง เราไม่ควรคิดว่าตนเองเก่งเหนือผู้อื่น และยึดความเห็นของตนเองเป็นหลัก เพราะคนเรามีความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องที่แตกต่างกัน ตามความถนัดของแต่ละบุคคล
-ความอ่อนน้อมถ่อมตน จากคำกล่าวของเฟลมมิงได้กล่าวว่า “ทุกหนทุกแห่งที่ข้าพเจ้าไป ผู้คนได้เข้ามาขอบคุณข้าพเจ้าที่ได้ช่วยรักษาชีวิตของพวกเขา ข้าพเจ้าไม่รู้จริงๆว่าเหตุใดพวกเขาทำเช่นนั้นกัน จริงๆแล้วธรรมชาติได้สร้างเพ็นนิซิลิน ข้าพเจ้าเป็นเพียงคนค้นพบมันเท่านั้นเอง”
ผลต่อตนเอง การที่เราไม่ยกตนให้ดูเป็นบุคคลสำคัญ คิดว่าตนเองดีเลิศนั้น มันกลับทำให้เราเป็นคนที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญและนับถือ
ชอบตรงที่เป็นหมอต้องไม่ใฝ่หาประโยชน์ให้กับตนเอง เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมากจริงๆ
การเป็นหมอไม่ควรคาดหวังในเกียรติและความร่ำรวยแต่ควรคิดถึงวิธีที่เราจะรักษาชีวิตของผู้ป่วยให้หายได้มากที่สุด >> จุดหมายของหมอที่แท้จริง :))
เขามีจิตสาธารณะจริงๆ บวกกับความเก่งของ Alexander เอง ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นได้อีกมาก
เป็นคนที่สมควรแก่การเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ นะคะ
เป็นคนที่เก่งและมีความอ่อนน้อมถ่อมตนมากๆเลย ปลื้มๆ ><"
ชอบๆ สมควรเอาเป็นแบบอย่างที่สุด
จะลองปรับใช้ดู ขอบคุณค่ะ
ผลต่อตนเอง การที่เราไม่ยกตนให้ดูเป็นบุคคลสำคัญ คิดว่าตนเองดีเลิศนั้น มันกลับทำให้เราเป็นคนที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญและนับถือ จิงๆแหละ