เรียนภาษาไทยแบบวิทยาศาสตร์: สมมติฐาน สืบสอบ สร้างสรรค์


การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ในวิชาภาษาไทย

 

เรียนภาษาไทยแบบวิทยาศาสตร์: สมมติฐาน  สืบสอบ สร้างสรรค์

 

 

 

เฉลิมลาภ  ทองอาจ

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม

คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



 

           ถ้าพิจารณาแบบผิวเผิน เนื้อหาในวิชาภาษาไทยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นวรรณคดีไทย คำประพันธ์ กวีนิพนธ์ ฯลฯ ดูจะมีแนวโน้มเป็น"ศิลป์" ซึ่งสร้าง "สุนทรีย์" เสียส่วนมาก ซึ่งก็เป็นผลให้การจัดการเรียนการสอนของครูเอนเอียงไปเช่นนั้นด้วย หลายครั้งจึงทำให้การสอนภาษาไทยกลายเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกไป ทั้งที่จริงๆ แล้ว การสอนภาษาไทยจะขาดพื้นฐานของความเป็น "ศาสตร์" ไปเสียมิได้ เพราะในการจัดการเรียนการสอน มิได้มีความมุ่งหมายแต่เฉพาะการพัฒนาความรู้ความเข้าใจหรือการรับรู้ในเรื่องความงามทางภาษาเท่านั้น แต่รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นทักษะชีวิตด้วย ซึ่งการจะเป็นเช่นนั้นได้ ก็ต้องอาศัยการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ และเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือและสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง

 

           การสืบสอบ (investigation) เป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ได้มาซึ่งความรู้ตามแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ การสืบสอบจึงหมายถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ผู้เรียนจะต้องแสดงออกมาโดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะศึกษาตัวแปรต่างๆ ที่ตนเองสนใจ และพิจารณาต่อไปว่า การเปลี่ยนแปลงตัวแปรอื่นๆ จะส่งผลต่อตัวแปรที่ตนเองสนใจพิจารณาหรือไม่ อย่างไร จากหลักการการสืบสอบดังกล่าวนี้ จึงได้กลายมาเป็นพื้นฐานให้กับการดำเนินการทดลองในทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์กำหนดขึ้น

 

           แนวคิดเกี่ยวกับการสืบสอบ มิใช่เรื่องยากหรือเป็นเรื่องจำกัดแต่เฉพาะกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น ที่จริง บุคคลทุกคนย่อมมีกระบวนการสืบสอบในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันเป็นธรรมดา กิจกรรมเหล่านี้ก็คือ การที่บุคคล พยายาม “ปรับเปลี่ยน” หรือ “ทดลอง” ทำในสิ่งใหม่ๆ เพื่อทดสอบว่า ผลจะเป็นไปอย่างที่ตนเองต้องการหรือไม่ อย่างไร ตัวอย่างเช่น การพยายามปรับเปลี่ยนเส้นทางการมาทำงานที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด หรือใช้เวลาน้อยที่สุด การพยายามทดลองว่า การผัดอาหาร โดยผสมเครื่องปรุงลงในเนื้อสัตว์ให้เรียบร้อยก่อนนำไปผัด กับการนำเนื้อสัตว์ลงไปผัดพร้อมเครื่องปรุง อย่างใดจะให้รสชาติที่ดีกว่ากัน หรือตัวอย่างในทางการศึกษา เช่น เมื่อครูสังเกตว่า ผู้เรียนไม่สนใจเรียน และครูต้องการให้ผู้เรียนสนใจเรียน (ระดับความสนใจเรียน กลายมาเป็นตัวแปรที่ครูต้องการเพิ่มปริมาณ) ดังนั้น ครูจึงไปศึกษาหาวิธีการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจ มา 3 วิธี แล้วลองทดสอบด้วยการนำการสอนทั้ง 3 วิธีไปใช้สอน วิธีละประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นสังเกตผลว่าความสนใจของผู้เรียนจะเปลี่ยนหรือไม่ เช่นนี้ คือการที่ครูพยายามจะทดลองหรือสืบสอบว่า ระดับความสนใจเรียนของผู้เรียนนั้น เกิดขึ้นโดยเป็นผลจากวิธีการเรียนการสอนใดมากที่สุด

 

           ดังที่กล่าวแล้วข้างต้นว่า การสืบสอบ คือความพยายามที่จะหารูปแบบของปรับเปลี่ยนสิ่งที่เป็นสาเหตุ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการให้ได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ ในการสืบสอบครั้งหนึ่งๆ ผู้เรียนจะต้องแสดงพฤติกรรมหลายประการ ประกอบด้วย การระบุ การทำนายการตั้งคำถาม การตั้งสมมติฐาน การวัดและประเมิน การตีความข้อมูลหลักฐาน การสรุปอ้างอิงและการสื่อสาร

 

           ในการสืบสอบ ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเองโดยมีครูเป็นผู้คอยกำกับดูแล ขั้นตอนของการสืบสอบประกอบด้วย

 

           1. ขั้นการวางแผน ให้นักเรียนวางแผนการสืบสอบด้วยการถามตนเองว่า อะไรคือสิ่งที่เรากำลังพยายามจะค้นหา หรือเรากำลังให้ความสนใจและต้องการให้สิ่งนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลง และมีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราสนใจบ้าง

 

           2. ขั้นทำนายและตั้งสมมติฐาน ให้นักเรียนทำนายหรือตั้งสมมติฐาน ซึ่งหมายถึง คำตอบ เบื้องต้นว่า สิ่งที่เรากำลังให้ความสนใจ (หรือให้มันแปรค่าเพิ่มขึ้น/ลดลง) นั้น มันสามารถเปลี่ยนแปรค่าได้จากสิ่งใดบ้างจากที่ศึกษามาได้ในขั้นที่ 1

 

           3. ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ให้นักเรียนดำเนินการทดลองเพื่อทดสอบตัวแปรต่างๆ ที่ตนเองสนใจ โดยสิ่งที่มีความเกี่ยวข้อง และได้ศึกษาเพื่อนำมาใช้ปรับค่าสิ่งที่เราสนใจจะเป็นตัวแปรต้น ส่วนสิ่งที่เรากำลังให้ความสนใจคือตัวแปรตาม ในขั้นนี้ ผู้วิจัยจะลองทดสอบปรับค่าตัวแปรต้นในลักษณะต่างๆ กันไป เพื่อดูว่าตัวแปรตามจะเปลี่ยนหรือไม่ ลักษณะเช่นนี้เอง ที่เรียกว่าการดำเนินการการสืบสอบ

 

            4. ขั้นบันทึกและนำเสนอ ให้นักเรียนนำเสนอผลของการทดลองปรับตัวแปรต้นที่มีต่อตัวแปรตามในรูปแบบต่างๆ เช่น การพูดหรือการเขียนเป็นแผนภูมิ แผนภาพ

 

            5. ขั้นตีความและประเมิน ให้นักเรียนสรุปความคิดและพิจารณว่าผลที่เกิดขึ้นจากการสืบสอบนั้นบอกอะไรแก่ตนเอง และสมมติฐานที่ตั้งไว้แต่ตอนต้นถูกหรือผิด เพราะเหตุใด

 

ตัวอย่างกิจกรรม

ให้นักเรียนสังเกตและพิจารณาคำประพันธ์ต่อไปนี้ แล้วใช้กระบวนการสืบสอบในการพัฒนาคำประพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น

 

“การศึกษาพัฒนาปัญญาชน          เราทุกคนพึงตระหนักรักอดทน

ดี เก่ง สุข ปรัชญา นำทุกคน          เพื่อรู้ธรรมนำเลิศล้นพ้นอบาย”

 

 

1. ขั้นการวางแผน อะไรคือปัญหาของคำประพันธ์ข้างต้น และปัญหานั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

2. ขั้นทำนายและตั้งสมมติฐาน สิ่งใดน่าจะสัมพันธ์กับสิ่งที่เราสนใจ/ คำตอบของเบื้องต้น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

3. ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน จะทดสอบหรือเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อดูผลว่าสิ่งที่เราสนใจเปลี่ยนไปหรือไม่

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

4. ขั้นบันทึกและนำเสนอ ผลการทดสอบควรแสดงในลักษณะอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

5. ขั้นตีความและประเมิน การทดลองแก้ไขบทประพันธ์ข้างต้นส่งผลต่อตนเองอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

 

หมายเลขบันทึก: 499029เขียนเมื่อ 17 สิงหาคม 2012 22:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 สิงหาคม 2012 22:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี