สถาบันหรือองค์กรใดก็ตาม เมื่อเกิดมีปัญหาดังเช่น นิ้วทั้ง 5 โต้งเถียงกันดังนี้ นิ้วโป้ง พูดว่า “ ข้าคือ ผู้ยิ่งใหญ่ในปฐพี”
นิ้วชี้ “ ไม่ใช่ ข้าซิ ยิ่งยงจริง “
นิ้วกลาง “ ไม่ใช่ ข้าคือผู้ที่สูงที่สุด”
นิ้วนาง “ ที่พูดมา เท็จทั้งนั้น เวลาคนมีแหวนเพชร แหวนทองอันล้ำค่า ใส่ข้าคนเดียว “
นิ้วก้อย เป็นนิ้วสุดท้ายว่า “ ที่ว่ามาทั้งหมด ถูกเพียงส่วนเดียว ข้านี่แหละคือผู้นำทำความดีทั้งปวง เช่นเวลากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือกราบพระก็ดี ข้าต้องนำพวกท่านกราบลงก่อนเสมอ”
นิ้วแต่ละนิ้วต่างก็มีความสำคัญทั้งสิ้น แต่ถ้าไม่ยอมอ่อนข้อให้กันเช่นนี้ แม้จะหยิบ จะจับแก้วน้ำมาดื่มสักแก้ว ก็คงยาก ในทางกลับกัน ถ้าต่างคนต่างลดความสำคัญของตนเอง และแปรรูปที่คิดว่าตัวเองมีความสำคัญ ให้เปลี่ยนเป็นพลังงานสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก ไม่ว่าจะงานเล็ก หรืองานใหญ่ สำเร็จได้ด้วยพลังสามัคคี
อย่าลืมว่า “ คน คือหัวใจขององค์กร เปรียบเสมือนเส้นเลือด ถ้าร่างกายขาดเส้นเลือดชีวิตจะเป็นอย่างไร”เพราะฉะนั้นคนเท่านั้นที่จะช่วยให้องค์กรอยู่รอดได้ ...........การบริหารองค์กรให้ประสบความสำเร็จ และมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับศักยภาพ ความทุ่มเท ทั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญา และคุณธรรมของคนในองค์กร บวกคุณภาพของผู้นำที่เป็นอาชีพขององค์กรนั้น
อนึ่ง หากฟ้าจะประทานความรุ่งเรือนให้ใครก็ตาม ฟ้าจะประทาน “ สติปัญญาให้ก่อน “ ตัวสติปัญญาเกิดจากผลการพัฒนาจิตให้สูงขึ้นจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น คนที่เคยเป็นคนเจ้าอารมณ์จะเปลี่ยนเป็นควบคุมอารมณ์ได้ หรือคนที่เคยเป็นคนอวดดีจะเปลี่ยนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนหลังจากนั้นฟ้าจะประทาน ความสำเร็จและความรุ่งเรืองให้ทำงานด้วยความยินดี เต็มใจเสียสละเพื่อองค์กรจะนำมาซึ่งความสุขความสามัคคีแก่บุคลากรต่อไป ..
พี่เปี่ยมสุข
เหมือน ๆ จะบอกสื่อถึงความสามัคคีของบุคลากรในสถาบันบำราญฯ ด้วยเพราะมองเห็นเป็นประจักว่านิ้วทั้งห้าของเขาสามัคคีกันดีจัง...จึงได้เห็น
ความสำเร็จ และความรุ่งเรืองในการทำงานด้วยความยินดี เต็มใจเสียสละ เพราะผลจากความสามัคคีของบุคคลการในสถาบันแห่งนี้
ขอบคุณค่ะที่นำนิ้วทั้งห้ามาฝากไว้ให้ได้คิด
พี่เปี่ยมเป็นนิ้วใหนคะ สงสัยนี้วที่ใส่แหวนเพชรเม็ดโต
ยินดีๆเป็นอย่างยิ่งที่นานๆจะได้เห็นหัวหน้ากลุ่มมงานให้ข้อคิดที่ดีในการทำงานในองค์กร ความเป็นจริงแล้วหัวหน้าฯ มีประสบการณ์ในการทำงานและผ่านอุปสรรคมาในการแก้ไขปัญหาทั้งในองค์กรและนอกองค์มามากมาย จึงมีแนวคิดและความคิดดีๆอีกมากที่สามารถให้ข้อเสนอแนะในการนำในการแก้ไขปัญหา เช่น การจะทำอะไรให้มองหลายมุมหลายด้านทั้งสิ่งแวดล้อมและมองตนเอง การพูดในสิ่งที่ควรพูด โอกาสเวลาไหนที่ควรพูด การให้อภัยแก่คนที่ควรให้อภัย สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในหัวหน้าฯ ของท่าน บางปัญหาการไม่พูดหัวหน้าฯของท่านก็ยังบอกว่าเป็นวิธีแก้ปัญหา โดยเวลาจะเครื่องแก้ปัญหา ที่กล่าวมานี้ไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือไม่ถ้าผิดพลาดต้องข้ออภัย ส่วนคำกล่าวที่ว่าพี่เปี่ยมจะเป็นนิ้วไหนนั้น ผู้เขียนคิดว่าพี่คงไไม่เป็นนิ้วไหนแต่จะเป็น <ข้อมือเท่านั้น> ให้คิดเอเองว่าข้อมมือมีความสำคัญกับนิ้วมืออย่างไร
ในทางการแพทย์ นิ้วที่ทำงานมากที่สุดคือนิ้วโป้ง ครับ ทำงาน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าองค์กรไหนคิดอยากมีนิ้ว 4 นิ้ว คือเป็นคนพิการ ก็ตามใจครับ
ในขณะนี้เรามักจะได้ยินคำว่า “ รู้รักสามัคคี” ในสังคมไทยอยู่เสมอ ไม่ว่าสถาบันหรือองค์กรใดมักจะนำคำว่ารู้รักสามัคคีเข้าไปกล่าวอยู่ในองค์กรต่างเพื่อให้เป็นข้อคิดในการทำงานหรือการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีสันติสุขและส่งผลต่อการปฎิบัติงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ซึ่งคำกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ควรนำไปปฎิบัติในองค์กรต่างๆ แต่สิ่งสำคัญของการรู้รักสามัคคีนั้นอยู่ที่ผู้ที่รู้รักสามัคคีจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในตัวของบุคคลนั้นด้วย ถ้าขาดคุณธรรมจริยธรรมแล้วการรู้รักสามัคคีย่อมจะไม่มีความจริงใจต่อ เพียงแต่การนำมาอ้างเพื่อผลประโยชน์แอบแฝงเท่านั้น
รู้รักษ์สามัคคี รู้อภัยเป็นคำกล่าวที่เป็นนามธรรม ถ้าไม่มีพฤติกรรมที่จะนำไปสู่การรู้รักษ์สามัคคีและการให้อภัย ก็ย่อมไม่เห็นผล