คุณแม่ของครูอ้อยเป็นผู้หญิงที่มีฝีมือมาก ท่านเรียนมาน้อยเำพราะคุณตาคุณยายมีลูกหลายคน แต่ด้วยความสนใจและมองการณ์ไกล คุณแม่จึงเรียนรู้การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตนเอง ครูอ้อยโชคดีจึงได้สวมใส่เสื้อผ้าที่คุณแม่ตัดให้สวมใส่ตลอดจนกระทั่งถึงวันออกเรือน
*****
เท่าที่จำความได้ ครูอ้อยเกิดและมีชีวิตที่ผูกพันกับจักรเย็บผ้า แบบใช้เท้าถีบ เสียงจักรเย็บผ้าของคุณแม่ทุกค่ำคืน เพราะรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย
*****
ครูอ้อยได้รับมรดกทางปัญญา และความละเอียดอ่อนในเรื่องการฝีมือมาจากคุณแม่มาอย่างมาก จวบจนทุกวันนี้ ครูอ้อยก็ยังทำได้เรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้า
*****
ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าอะไรๆก็ตัดเย็บได้ ขึ้นอยู่กับการสร้างแบบเสื้อนั้นๆ ที่ครูอ้อยได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติมาจากคุณแม่
*****
เมื่อครูอ้อยเป็นสาว คุณแม่ตัดชุดไทยให้สวมใส่ไปประกวดในวันทำบุญขึ้นปีใหม่ เคยได้รับรางวัลมาแล้ว และทำให้ครูอ้อยซาบซึ้งกับคำว่า.....รัก ของคุณแม่เป็นอย่างมาก ท่านอดตาหลับขับตานอน ตัดและเย็บด้วยฝีมือละเอียดอ่อน.....
*****
เมื่อครูอ้อย แต่งงาน มีลูก ครูอ้อยก็ดำเนินตามคุณแม่ ได้ตัดเย็บเสื้อผ้าให้ลูกสาวบ้างตามความจำเป็น......
*****
มีคราวหนึ่ง ลูกสาวคนเล็ก มีงานเปิดกีฬาสี และครูอ้อยนี่ล่ะ ตัดเสื้อผ้าชุดเปิดกีฬาสีให้ลูกสาว สีเขียวสะท้อนแสง กับถุงน่องสีขาว ตัดกันอย่างรุนแรง.......
*****
ครูอ้อย ยังคิดว่า ทำไมครูอ้อยได้สิ่งเหล่านี้มาจากคุณแม่ ได้มาด้วยความรัก และไม่เข้าใจว่า.....ได้รับมาตั้งแต่เมื่อไร
*****
ก้มดูมือของครูอ้อย.....อูยยยย 55 ปีแล้ว มือของครูอ้อย ช่างเหมือนมือของคุณแม่เสียเหลือเกิน
ขอบคุณ ท่านทั้งสามมากมายค่ะ
นาง นงนาท สนธิสุวรรณ,
ทพญ.ธิรัมภา, และ
หมอสุข.
ทราบซึ้งครับที่ครูอ้อยเขียนมาให้ทุกท่านใด้อ่าน ผมอีกคนหนึ่งอ่านแล้วน้าตาแทบไหลเลยนะครับ
ขอบคุณมากค่ะ คนล่าฝัน
ฅนล่าฝัน,