อ่าน วันนี้ไม่มีแม่ ที่นี้

คุณมีอะไรจะให้แม่  บางคนกลับไปเยี่ยมแม่  บางคนซื้อดอกไม้ให้แม่  บางคนพาแม่ไปรับประทานอาหารอร่อยๆข้างนอก

ลูกสาวผมส่วนมากจะส่ง Card ที่มีรูปของครอบครัวเรามาให้แม่เธอดู  ผมไม่รู้ว่าภรรยาผมดูหรือเปล่า  และ ใช้เวลาพิจารณารูปและคำอวยพรอยู่กี่นาที

แต่เมื่อตอนไปเข้ากรรมฐานที่ Fresno California นั้น คู่แฝดสาวที่สนิทกับครอบครัวของผม พาคุณแม่ของเธอไปปฏิบัติแบบการเคลื่อนไหวด้วยกัน เพราะเธอไปมาแล้วหลายครั้ง  ได้รับความสงบทางใจ  เลยชวนคุณแม่ของเธอทั้งสองไปด้วย

คุณแม่ท่านเป็นชาวจีนที่อยู่เมืองไทยมาก่อน  อายุตอนนี้ก็แปดสิบกว่าปี ไม่เคยปฏิบัติธรรม สามีเป็นชาวจีนมาจากโพ้นทะเลใหญ่  พอมีลูกมีเต้าหลายคนแล้ว สามีก็ไปมีภรรยาใหม่  ทิ้งให้เธอดูแลลูกๆแต่เพียงลำพัง  แต่ตอนนี้สามีได้ถึงแก่กรรมเสียแล้ว ท่านเล่าว่าตอนแรกๆก็โกรธและเสียใจมากๆ แต่พออีเสียไปแล้ว อั้วก็ให้อภัย เวลาท่านเห็นผม ภรรยา และครอบครัว มาทำบุญที่วัดด้วยกัน  ท่านจะมาแสดงความยินดีด้วยเสมอๆ  ว่าครอบครัวอย่างลื้อนี้หาได้ยาก  คนเมืองไทย พ่อไปทาง แม่ไปทาง และลูกก็ไปอีกทาง  ไอ้ที่จะเห็นลูกมากอดพ่อแม่และทำบุญ  ปฏิบัติกรรมฐานด้วยกันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ  อั้วไม่เคยเห็น

ตอนคุณแม่มาวัด ท่านจะเอาไหมพรมมาถัก เสมอๆ เป็นการฆ่าเวลา ไม่รู้ว่าฟังธรรมรู้เรื่องหรือเปล่า

พอท่านมาปฏิบัติธรรมที่ Fresno ท่านก็ไม่รู้เรื่องการเก็บอารมณ์  เก็บวาจา  ถึงแม้พระท่านจะพูดเสมอๆ  ว่าอย่าพูดกันในเรื่องที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม  ท่านก็พูดขึ้นมาเฉยๆ  และส่วนมากก็มาคุยกับภรรยาผม  มีวันหนึ่งท่านมาถามผมด้วยความเป็นห่วงว่า ไม่รู้ว่าภรรยาผมหายไปไหน ให้ผมไปช่วยหาดู  จะเป็นลมเป็นแล้งอยู่ในเต๊นส์เพราะความร้อนหรือเปล่า  ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ ไม่พูดด้วย

บางทีก็มาพูดคุยกับภรรยาผมตอนพัก หรือตอนหลังรับประทานข้าว  ท่านบอกว่าไม่ใช่ตอนปฏิบัติพูดคุยกันได้  ผมก็ได้แต่บอกกับภรรยาว่า ไหนๆก็เสียเวลามาแล้ว  อย่ามาเสียเวลาในการพูดคุยกัน  เสร็จแล้วจะคุยกันอย่างไร ก็ไม่ว่า

ภรรยาผมก็เลยเลิกคุยกับท่าน  ลูกสาวท่านก็บอกกับท่านว่าอย่าไปคุยกับคนอื่นๆ  แต่จะมีคุณแม่คนไหนที่จะเชื่อคุณลูก

พอไม่มีใครคุยด้วย  ท่านก็ไปคุยกับคนลาว  ภาษาลาวท่านก็ไม่เข้าใจ เพราะท่านถนัดภาษาจีนเสียมากกว่า ก็เลยเลิกคุย

ใหม่ๆผมก็เริ่มจะรำคาญ เพราะไม่อยากให้ใครมากวนการปฏิบัติธรรมของภรรยา  แต่พอดูความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา  ก็รู้ว่ามันเป็นสภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นมา จะไปโกรธทำไม  ให้เอาความรู้สึกที่มีต่อท่านมาเป็นครูสอน  ความไม่พอใจก็เริ่มใจก็จางหายไป

ตอนผมไปบวชวัดปากน้ำภาษีเจริญ เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว  ตอนเย็นๆจะมีการทำวัตรเย็นแล้วจะนั่งภาวนากันหนึ่งชั่วโมง  พระอาจารย์ที่นำการนั่งภาวนาท่านก็สอนของท่านไปด้วย ซึ่งเป็นคำสอนที่ดีมากๆ  แต่ตัวกิเลสมันมารบกวน  ตามไม่ทัน  ยังรู้สึกถึงความรำคาญใจ ที่เปลี่ยนไปเป็นความโกรธได้จนถึงทุกวันนี้  มันรำคาญมันโกรธ ไปพาลคิดไปว่า ท่านมาสอนอะไร จะนั่งเงียบๆหน่อยก็ทำไม่ได้  ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนรู้การพิจารณาความรู้สึกที่เกิดในจิต  เพราะมัวแต่จะพิจารณาลูกแก้วในศูนย์กลางกาย

ผิดเป็นครู  เมื่อกิเลสมากวนใจแบบนี้อีก  ก็พอจะรู้ทัน รับรู้และก็ปล่อยมันผ่านไป มานั่งทำสติแบบการทำจังหวะใหม่

 

ท่านคุยกับภรรยาผมในวันแรกๆว่า  อีไม่รู้จะเอาอั้วมาทำอะไร  อั้วอยู่บ้านก็สบายดีอยู่แล้ว  เห็นอีตอนกลับจากปฏิบัติธรรมที่ไร  กลับบ้านแล้วเงียบกันหมด  ไม่เข้าใจจริงๆ

วันสุดท้ายตอนสอบอารมณ์  ทุกคนจะต้องขึ้นมาพูดให้กับทุกคนฟัง  ผมและภรรยาต้องขึ้นเครื่องบินกลับก่อน เลยได้พูดก่อน  เสียดายไม่ได้ยินคุณแม่ท่านจะบรรยายความรู้สึกของท่านว่าอย่างไร  เพราะเริ่มสังเกตุได้ว่า พอมาถึงสองวันสุดท้าย  หลังจากไม่มีใครพูดด้วย  ท่านปฏิบัติยกมือทำจังหวะของท่านด้วยความมั่นใจ  และตั้งใจ  ใครเขายกมือทำจังหวะท่านก็ยกมือด้วย  

ได้เห็นรอยยิ้มอย่างมีความสุขของท่านในวันสุดท้ายแล้ว

ผมคิดว่าท่านคงได้พบกับความสงบทางใจไม่มากก็น้อย  ที่คนอายุแปดสิบปีแล้ว  ไม่ได้พบเห็นมาก่อน  และเพิ่งจะได้มาพบเห็นคราวนี้

เพราะลูกแฝดของท่านจงใจจะให้ธรรมกับท่าน เป็นของขวัญวันแม่  ของขวัญที่ใครๆไม่ได้นึกถึง และเกือบจะลืมเสียแล้ว  ว่าพวกเราจะต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่

มีอยู่สิ่งเดียวที่ทดแทนบุญคุณของพ่อแม่ได้  

คือการให้ธรรมะแก่พ่อแม่ครับ 

 


การให้ธรรมะพ่อแม่ เป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด

[๓๔] การทำตอบแทนแก่ท่านทั้งสองเราไม่กล่าวว่าเป็นการทำได้โดยง่ายท่านทั้งสองคือใคร คือ มารดาและบิดา ถึงบุตรจะมีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ ๑๐๐ ปีประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง ประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง ปฏิบัติท่านทั้งสองนั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการบีบนวด  และแม้ท่านทั้งสองนั้นจะถ่ายอุจจาระและปัสสาวะลงบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแล การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรได้ทำ หรือทำตอบแทนแก่มารดาและบิดาเลย ถึงบุตรจะสถาปนามารดาและบิดาไว้ในราชสมบัติซึ่งเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งแผ่นดินใหญ่ที่มีรัตนะ ๗ ประการมากมายนี้ การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรได้ทำ หรือทำตอบแทนแก่มารดาและบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาและบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย ส่วนบุตรคนใดให้มารดาและบิดาผู้ไม่มีศรัทธา สมาทาน ตั้งมั่น ดำรงอยู่ในสัทธาสัมปทา(ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา) ให้มารดาและบิดาผู้ทุศีล สมาทาน ตั้งมั่นดำรงอยู่ในสีลสัมปทา(ความถึงพร้อมด้วยศีล) ให้มารดาและบิดาผู้ตระหนี่ สมาทานตั้งมั่น ดำรงอยู่ในจาคสัมปทา(ความถึงพร้อมด้วยการเสียสละ) ให้มารดาและบิดาผู้ไม่มีปัญญา สมาทาน ตั้งมั่น ดำรงอยู่ในปัญญาสัมปทา(ความถึงพร้อมด้วยปัญญา) ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้นชื่อว่าอันบุตรได้ทำและทำตอบแทนแก่มารดาและบิดา

พระไตรปิฎก เล่มที่ 20 หน้า78 ข้อ34 (มหาจุฬา)