ยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดพัฒนาครูผู้ผ่านการทดสอบสมรรถนะในกลุ่มต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์และทัศนศิลป์) และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี (เกษตร งานบ้าน งานช่าง เทคโนโลยีและธุรกิจ) โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีครูเข้ารับการอบรม ๖๐๐ คน จากสุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต ๑ แจ้งให้ข้าราชการครูที่มีชื่อเข้ารับการอบรมในวันที่ ๓ – ๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตัวเองก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ (วิชาเทคโนโลยี) ด้วยเหมือนกัน สพป.ชพ.๑ รายชื่อครูเข้ารับการอบรมเทคโนโลยี จำนวน ๓ คน ดังนี้
๑. นายยุทธภูมิ ภูมิวิทยา โรงเรียนบ้านหัวถนน
๒. นายสุทิน ปฏิแพทย์ โรงเรียนวัดพิชัยยาราม
๓. นางสคราญ วิเศษสมบัติ โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม
ในการเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ สพป.ชพ.๑ ให้ผู้เข้าอบรมเรื่องขอยืมเงินสำหรับค่าลงทะเบียน จำนวน ๓,๐๐๐ บาท ค่าพาหนะ จำนวน ๕๐๐ บาท และค่าที่พัก คืนละ ๔๐๐ บาท ประมาณการได้ทั้งหมดเป็นเงิน ๔,๙๒๐ บาท ซึ่งได้ทำยืมก่อนเดินทาง ๗ วัน สพป.ชพ.๑ ได้โอนเงินเข้าบัญชีให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยสารรถตู้ชุมพร – สุราษฎร์ธานี รถออกจากชุมพรเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. มีฝนตลอดการเดินทางและรถตู้เสียเวลาไปมากกับการหาแก๊สเติมรถ แวะปั๊มน้ำมันหลายปั๊ม ก็เติมไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ต้องเติมน้ำมันเบนซิน รถตู้โดยสารถึงหน้าโรงแรมไดมอนด์ ประมาณ ๑๖.๐๐ น. แวะที่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม เพื่อลงทะเบียนห้องพักตามที่ธุรการโรงเรียนจองไว้ ทุกอย่างเรียบร้อย ได้ห้องพักหมายเลข ๖๑๑ ค่าห้องเตียงเดี่ยวคืนละ ๙๐๐ บาท (เขาจัดสรรให้มา ๔๐๐ บาทเท่านั้น) ส่วนเกินคงต้องจ่ายด้วยเงินตัวเอง พนักงานขอเก็บเงินก่อน ๓ คืน เป็นเงิน ๒,๗๐๐ บาท แต่เขาขอให้ชำระไว้ ๓,๐๐๐ บาท และได้ขอใช้อินเทอร์เน็ต เป็น wifi วันละ ๑๐๐ บาท ทุกอย่างเรียบร้อย เข้าห้องพัก เก็บของแล้ว ไปห้างโลตัสเพื่อทานอาหารมื้อเย็น เดินทางลัดไม่ไกลจากโรงแรม เดินเล่นสบาย ๆ ไม่รีบร้อน มาอบรมครั้งนี้นี้ยังไม่เจอคนรู้จักสักคน เรียบร้อยแล้วกลับขึ้นห้องพัก ใช้อินเทอร์เน็ตก็เร็วดี อาบน้ำพักผ่อนเพื่อเอาแรงไว้อบรมในวันพรุ่งนี้

วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ ตื่นตามเสียงโทรศัพท์ที่ตั้งปลุกไว้ เปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กซึ่งเอาติดตัวมาด้วยอ่านข่าวในอินเทอร์เน็ตสักพัก อาบน้ำแต่งตัวลงไปห้องอาหารของโรงแรม ทานอาหารมื้อเช้า กาแฟ กับขนมนิดหน่อย ๐๘.๐๐ น. ไปลงทะเบียนเข้ารับการอบรม เขาแยกเป็น สพป.เขตพื้นที่แต่ละจังหวัด และ สพม.๑๑ , ๑๒ จ่ายค่าลงทะเบียนไป ๓,๐๐๐ บาท รับเอกสารแล้วเข้าอบรมที่ห้องประกายเพชร ๒ การอบรมครั้งนี้เป็นรุ่นที่ ๔ ผู้เข้ารับการอบรม สพม.๑๑ , ๑๒ มีผู้เข้ารับการอบรมเยอะมากส่วนครูจาก สพป.เข้ารับการอบรมเป็นส่วนด้วย โดยเฉพาะ เทคโนโลยีสารสนเทศ สพป.ชพ.๑ เข้ารับการอบรม ๑ คน (มีชื่อ ๓ คน) สพป.ชพ.๒ เข้ารับการอบรม ๑ คน (มีชื่อ ๓ คน) ๐๘.๔๕ น. คณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เริ่มเตรียมความพร้อม ทำกิจกรรมอบอุ่นร่างกาย เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดการอบรม โดยรองผู้อำนวยการ สพม.๑๒ นายประสิทธิ์ รัตนสิทธิ์ ประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ เรื่องการพัฒนาคุณภาพครูและการเตรียมความพร้อมเพื่อเตรียมเด็กเข้าสู่อาเซียน ปี ๒๕๕๘ ท่านได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า “ไม่มีการพัฒนาอะไรที่จะสำเร็จเท่ากับการพัฒนาตนเอง” จากนั้น ดร.เบญจพร แพนลิ้นฟ้า แนะนำคณะวิทยากรที่จะมาให้ความรู้ในระยะเวลา ๓ วัน ในการอบรมครั้งนี้ ๐๙.๒๐ น. ทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๒๐ ข้อ เสร็จแล้วพักรับประทานอาหารว่าง กาแฟ , ชา , โอวัลติน พร้อมขนม
๑๐.๐๐ น. ผศ.ดร. ธีรเดช ชื่นประภานุสรณ์ มาให้ความรู้คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะและกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในเรื่อง นวัตกรรมเพื่อสรรสร้างองค์ความรู้และพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ท่านเน้นว่าการอบรมยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จะให้ความรู้คุณครูในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำเด็กเข้าสู่อาเซียน ปี ๒๕๕๘ ตามสโลแกนที่ว่า “ A Fly Start to ASEAN” เรื่องแรกที่ได้รับ
การสอนแบบสรรสร้างความรู้ (Constructive Learning) เป็นการจัดกระบวนการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการเรียนรู้แนวใหม่ที่เน้นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ อันได้แก่ ๑) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒) ซื่อสัตย์ สุจริต ๓) มีวินัย ๔) ใฝ่เรียนรู้ ๕) อยู่อย่างพอเพียง ๖) มุ่งมั่นในการทำงาน ๗) รักความเป็นไทย ๘) มีจิตสาธารณะ ซึ่ง มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และในการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐาน/ตัวชี้วัดที่กำหนดนั้น จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะหลักสำคัญ ๕ ประการ คือ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ๒) ความสามารถในการคิด ๓) ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
วิธีจัดการเรียนการสอนครูควรดำเนินการดังต่อไปนี้
๑. ครูควรจัดการเรียนการสอนโดยการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS ) โดยการเรียนรู้ใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PBL) ซึ่งมีขั้นตอนการเรียนรู้อยู่ ๕ ขั้นตอน ได้แก่
๑) ขั้นตั้งประเด็นปัญหา / สมมติฐาน ( Hypothesis Formulation )
๒) ขั้นสืบค้นความรู้ (Searching for Information)
๓. ขั้นสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formulation)
๔) ขั้นการสื่อสารและการนำเสนอ (Effective Communication)
๕) ขั้นบริการสังคมแลจิตสาธารณะ (Public Service)
๒. ระเบียบวิธีวิจัย ( Research Methodology Implementation)
กรอบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน
๑. เนื้อหา (Content Based)
๒. นวัตกรรม ( Innovation Based)
๓. วิจัย ( Research Base)
เนื้อหา (Content Based) กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ยึดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดังต่อไปนี้
๑. Scope (ขอบข่าย) สาระสำคัญของหลักสูตร
๒. Sequence (ลำดับการเรียนรู้) เรียนรู้จากใกล้ตัวก่อนจึงออกไปไกลตัว
๓. Standard (มาตรฐาน)
- มาตรฐานตัวครู
- มาตรฐานตัวเด็ก ( ๘ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ ๕ สมรรถนะ )
นวัตกรรม ( Innovation Based)
๑. หลักสูตร นำหลักสูตรแกนกลางฯ และหลักสูตรเสริม มาบูรณาการ
๒. การจัดการเรียนการสอน
การสอนแบบสรรสร้างความรู้ (Constructive Learning) ประกอบด้วย
๑) กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ
๒) กระบวนการสร้างความรู้
๓) กระบวนการคิด
๔) กระบวนการทางสังคม
๕) กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา
๖) กระบวนการจัดการ
๗) กระบวนการวิจัย
๓. การวัดการประเมินผล ประเมินผลตามสภาพจริง
๔. สื่อ นวัตกรรม
ผศ.ดร. ธีรเดช ชื่นประภานุสรณ์ ได้ให้ข้อคิดว่า การสอนในอดีตประกอบด้วย กระดานดำ ชอล์ก โต๊ะครู ไม้เรียว เด็กไม่มีหนังสือเรียน ครูต้องเขียนในกระดานดำให้เด็กจด เด็กได้อะไร?
- ลายมือสวย (คัดลายมือ) การอ่าน การคิด และการวิเคราะห์ นี่คือสิ่งที่เด็กได้ ปัจจุบัน เด็กเขียนหนังสือไม่เป็น(ตัว) อ่านไม่ออก คิดไม่เป็น วิเคราะห์ไม่เป็น
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
การพัฒนาการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีวิวัฒนาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งให้เกิดการปรับวิธีการดำเนินงานให้เกิดความสอดคล้องกับยุคสมัยของการใฝ่รู้ ถือเป็นสี่เสาหลักในการจัดการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้
๑. การเรียนเพื่อรู้ (Learning to Know)
๒. การเรียนเพื่อการปฏิบัติจริง (Learning to Do)
๓. การเรียนเพื่ออยู่ร่วมกัน (Learning to Live together)
๔. การเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learning to Be)
คุณภาพของคนไทยในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้คนไทยเป็นผู้มีความรู้ความสามารถพื้นฐานที่เรียกว่า
3R’s คือ การอ่านออก (Reading) เขียนได้ (Writing) คิดเลขเป็น (Arithmetic) เป็นผู้ที่มีสมรรถนะที่สำคัญ ๕ ประการ ( 5 Domains) ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา และ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
รวมทั้ง 7 C’s อันได้แก่ - ด้านความเข้าใจในเนื้อหาองค์ความรู้ ( Content Understanding ) -ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking ) ด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-Cultural Understanding) ด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration) ด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication) ด้านอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career & Self Reliance)
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญคือ การเพิ่มระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น บาร์เบอร์และมูเช็ด ได้กล่าวไว้ว่า “..........หนทางเดียวที่จะสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนได้ ก็คือการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้.......” และด้วยเหตุนี้ การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน หรือคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน จึงต้องเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอนก่อนเสมอ เพราะถ้าครูเป็นบุคคลที่มีประสิทธิภาพในด้านการจัดการเรียนรู้ ก็ย่อมจะนำพาผู้เรียนเป็นผู้ที่มีศักยภาพ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
๑๒.๐๐ น. พักทานอาหารกลางวัน และจะเข้าอบรมช่วงบ่าย เวลา ๑๓.๐๐ น.
๑๓.๐๐ น. เรียบร้อยจากอาหารกลางวันแล้ว ดร.จันทร์แรม เรือนแป้น ได้ให้ความรู้กับคุณครูที่เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณครูโดยเฉพาะ.........การวางแผนเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้วยการวิจัยในชั้นเรียน
( WIN – WIN Model) : การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ( Classroom Action Research : CAR) เป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ ภายใต้กระบวนการ PAOR คือ การวางแผน (Planning) ลงมือปฏิบัติการ (Acting) สังเกตผล (Observing) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทดลอง/การศึกษา และการสะท้อนผลที่ได้รับ ( Reflecting) กลับไปยังตัวครูผู้เกี่ยวข้องเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูต่อไปอย่างทันท่วงที เรื่องวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องจำเป็นของครูและเป็นยาเบื่อของครูเช่นกัน ทุกคนได้ลงมือปฏิบัติจริง และนำเสนอผลงาน ๑๖.๓๐ น. เสร็จสิ้นการอบรม ทานข้าวในห้องอาหารไข่มุก ของโรงแรมไดมอนด์ อิ่มแล้วกลับห้องพัก พักผ่อนดูโทรทัศน์ และท่องเน็ตจนเบื่ออาบน้ำนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องนั่งอบรมทั้งวัน
ผลงานคุณโย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ขอบคุณมากค่ะ และขอบคุณ คุณครรชิต อนุกูล ที่เผยแพร่