เมื่อ ๒ ปีครึ่งมาแล้วผมไปเที่ยวเชียงรายและไปนอนที่เชียงแสน ๑ คืน ได้บันทึกไว้ ที่นี่และที่นี่และกว่า ๔ ปีมาแล้วได้ไปเที่ยวชมเมืองเก่าเชียงแสนและบันทึกไว้ ที่นี่ คราวนี้ไปกับคณะ LLEN นำโดยทีมของ มฟล. เมื่อวันที่ ๑ ก.ค.๕๕ และได้ฟังเรื่องประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนสมใจอยาก ที่อยากรู้มานานแล้ว จากประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเชียงแสน ครูบุญส่ง เชื้อเจ็ดตน โดยไปนั่งฟังที่ลานหญ้าใต้ร่มสักโบราณร้อยปี ของวัดเจดีย์หลวง ตอนบ่ายสามโมง
โชคดีผมเอาเครื่องบันทึกเสียง MP3 ไปด้วย จึงได้บันทึกเสียงประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนที่น่าสนใจมาก ไว้ ทำให้เราได้เข้าใจความโบราณของเมืองเชียงแสน และขอนำมาแบ่งปันที่นี่ และได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงล่มสลายของบ้านเมืองที่เกิดจากแผ่นดินเลื่อนหรือถล่ม อันเกิดจากรอยเลื่อนแม่จันแม่อาย ในปี พ.ศ. ๑๐๐๓ คือเวียงหนองล่ม
ผมได้เรียนรู้เรื่องของพญามังราย นักสร้างเมือง ได้แก่เชียงราย ฝาง กุ๋มก๋วม (กุมกาม) นพบุรีนครเชียงใหม่ ได้เรียนรู้ว่าชื่อเดิมคนเชียงรายเรียกว่าพญามังราย ส่วนชื่อพ่อขุนเม็งรายเป็นชื่อใหม่ และเรียนรู้ว่าที่เมืองเชียงแสนมีวัดโบราณมากถึง ๗๗ วัด ที่อยู่ภายในกำแพงเมือง และที่อยู่นอกกำแพงเมืองอีก ๖๖ วัด
หิรัญนครเงินยาง ตั้งปี พ.ศ. ๑๑๘๑ ซึ่งตรงกับปีที่พระเจ้าอนุรุทธของพม่าตั้งจุลศักราช จนถึงปี ๑๘๐๔ พญามังรายขึ้นครองเมือง และผมค้นได้ประวัติเมืองเชียงแสนที่นี่ และกษัตริย์เชียงแสนที่สร้างความเจริญมากที่สุดคือพญาแสนภู มีเรื่องราวที่นี่ คือท่านครองเมืองเชียงแสนช่วงปี พ.ศ. ๑๘๓๑ - ๑๘๕๖ แล้วไปครองเมืองเชียงใหม่
ผมได้เรียนรู้เรื่องสยามมาตีเมืองเชียงแสนขับไล่พม่าออกจากล้านนา ในปี ๒๓๔๗ (หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าตั้งแต่ปี ๒๑๐๑) มีการเผาเมืองและอพยพคนออกไปหมด ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์, อ. เสาไห้ จ. สระบุรี, อ. คูบัว จ. ราชบุรี เรียกคนเหล่านี้ว่าไทยโยนกหรือไทยยวน
คืนวันที่ ๑ ก.ค. ๕๕ เราพักที่โรงแรม สยาม ไทรแองเกิ้ล อยู่ริมโขง ผมพักห้อง ๔๐๕ ได้วิวแม่น้ำโขงสวยงาม ตกกลางคืนแม่น้ำมืดสนิท เห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ในแม่น้ำทางฝั่งลาว ๓ - ๔ ดวง เดาว่าเป็นชาวประมงหาปลา แต่แสงไฟทางฝั่งไทยตรงอำเภอเชียงแสนสว่างไสว
เช้ามืดวันที่ ๒ ก.ค. ผมออกไปวิ่งริมถนน ถนนที่ผ่านหน้าโรงแรมคือสาย ๑๑๒๙ โรงแรมอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภอเชียงแสน ห่าง ๒ ก.ม. ผมวิ่งไปทางทิศตะวันออก ไปผ่านสามแยกไป อ. แม่จัน ถนน ๑๒๙๐ ซึ่งกำลังขยายเป็น ๔ เลน ไปสัก ๕ นาที ทางเปลี่ยว จึงวิ่งกลับ (หากมุ่งหน้าไปอีก ๕๐ ก.ม. ก็จะถึงอำเภอเชียงของ) มาผ่านหน้าโรงแรม ไปพบทางเข้าริมโขง จึงพบว่าบริเวณนี้ทาง อบต. เขามาสร้างเขื่อนและถนนริมน้ำไว้ ผมจึงได้ทางวิ่งริมโขง แต่วิ่งไปหน่อยเดียวก็โดนสุนัขเจ้าถิ่นไล่ ต้องวิ่งกลับ ไปจนถึงด้านหลังโรงแรม สยาม ไทรแองเกิ้ล
ถนนสาย ๑๑๒๙ ช่วงที่ผมไปวิ่งเช้านี้เป็นถนนลาดยาง ๒ เลน สภาพทรุดโทรม ไม่มีทางเท้า ยกเว้นที่หน้าโรงแรม ผมวิ่งไปพบคลังขึ้นลงสินค้าและรับฝากสินค้า จึงนึกขึ้นได้ว่า นี่เป็นบริเวณชายแดน มีการค้าชายแดน ซึ่งคงจะมีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เห็นอาคารร้างข้างถนน ที่แสดงว่าเมืองนี้มีขึ้นมีลงมาก
ในห้องพักของโรงแรม มีหนังสือให้อ่าน ๔ เล่ม เล่มหนึ่งชื่อ การศึกษาเพื่อพัฒนาความกตัญญูกตเวที ตามแนวคิดของพระพุทธวรญาณ แต่งโดยอำนวย จั่นเงิน หนา ๓๒๙ หน้า น่าอ่านมาก
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.ค. ๕๕

พระประธานที่โบสถ์วัดเจดีย์หลวง

โบสถ์วัดเจดีย์หลวง

นั่งเสวนากันที่ลานสักในวัดเจดีย์หลวงข้างๆ เจดีย์โบราณ

ยอดเจดีย์ได้รับการบูรณะใหม่หลังจากแผ่นดินไหววันที่ ๒๔ มี.ค. ๕๔
ทำให้ยอดหักตกลงมา

ปล้องไฉนของยอดเจดีย์ที่หักตกลงมาในวันแผ่นดินไหว ๒๔ มี.ค. ๕๔


