ท่านนั่งลงที่จักรเย็บผ้าคันเก่า เย็บผ้าไปพลางพูดขึ้น "แม่เรียนมาไม่สูงหรอก ความรู้ไม่ค่อยมี มีแค่แรงที่ยังทำงานหาเลี้ยงลูกได้นี่แหละ ส่วนดอกไม้นี่ แม่ทำเองเพราะแม่ไม่รู้ว่าแม่จะให้อะไรเป็นของขวัญหนู แม่ไม่รู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้เขาชอบอะไรกัน ส่วนสีดำนี่ เคยอ่านในกามนิต เขาบอกว่าคนที่รักเราจริงจะยอมเสียสละและยอมรับความทุกข์ความเจ็บปวดเหมือนพระศิวะที่อมน้ำพิษเพื่อรักษาโลกไว้ ในชีวิตแม่ไม่เคยยอมทำอะไรเพื่อใครนอกจากลูก แม้แต่พ่อของเพลงที่แม่รัก แม่ก็ไม่เคยทำเพื่อเขามากเท่าลูก"
เพลงยังจำได้ดี...............
วันเกิดเพลงปีที่แล้ว แม่ให้ดอกไม้ประดิษฐ์สีดำ ดอกไม้ที่แม่ตั้งใจ
ทำให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่ลูกสาวคนโต ที่แม่รักยิ่งกว่าชีวิตของแม่
เอง .............
เช้าวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ได้ยินเสียงแม่เรียกแต่เช้า "น้องเพลง ตื่น ลุกไปใส่บาตร วันนี้วันเกิดตัวเองนะ" เพลงลุกขึ้นจากที่นอน ง่วงก็ง่วง ในใจยังคิดหงุดหงิดแม่ แม่เรียกอะไรแต่เช้า วันนี้วันเกิดไม่เห็นจำเป็นต้องใส่บาตรแต่เช้าเลย เดี๋ยวสายๆค่อยไปถวายสังฆทานก็ได้ แต่ก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจว่า แม่ของฉัน ท่านเป็นคนมีนิสัยใจคออย่างไร
แม่ของเพลง ท่านเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยถาม วันหนึ่งๆเพลงเห็นท่านนั่งอยู่ที่เดียวคือหน้าจักรเย็บผ้าคันที่แม่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาเป็นเวลานาน เพื่อเก็บเงินซื้อมันมาเป็นเครื่องมือทำมาหากินส่งลูกสาว ๒ คนของท่านเรียนให้สูงที่สุด เพลงไม่เคยเห็นแม่ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ้ามีเวลาก็เห็นแม่อ่านหนังสือสวดมนต์บ้าง อ่านนิยายบ้าง แต่ก็น้อยมากที่จะเห็น ไม่เคยเห็นท่านใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้เพื่อตัวของท่าน แต่ก็ไม่เคยถามท่านทั้งๆที่ในใจยังสงสัยว่า แม่เป็นช่างตัดเสื้อผ้า ไม่คิดที่จะเอาเงินไปซื้อผ้าสวยๆมาตัดเสื้อใส่ หรือไปเสริมสวยบ้างหรือ เพราะทุกทีที่ลูกค้าเข้าร้าน ลูกค้าก็จะพูดอย่างขบขันว่า "ดูช่างเย็บผ้าคนนี้สิ ไม่รู้จักแต่งตัวให้สวยๆกับเขาบ้างเลย" แม่ก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดไม่จาอีกตามเคย แม่ของเพลงหาเงินเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว พ่อไปมีครอบครัวใหม่แล้วก็ไม่ได้หันมาสนใจพวกเราอีกเลย ภาระหนักจึงตกอยู่กับผู้หญิงตัวเล็กที่เพลงเรียก "แม่"คนนี้เพียงคนเดียว
จักรเย็บผ้าคันที่แม่เก็บหอมรอมริบซื้อมาเพื่อใช้ทำมาหากินเลี้ยงลูกๆ |
เพลงอยู่กับตาและยายที่กำแพงเพชรมาตั้งแต่เกิด ชีวิต ๒๐ ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เจอแม่ หรือจะพูดว่าไม่เจอหน้าท่านเลยก็ว่าได้ ท่านทำงานที่ กทม. ตลอด วันสำคัญจึงจะกลับมาครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยได้กลับ หากเพลงถามท่านก็พูดแค่เพียงว่า ช่วงนี้ลูกค้าตัดเสื้อเยอะ ถ้าแม่กลับ แม่ไม่ได้ทำงาน แล้วจะมีเงินใช้หรือ เพลงก็ไม่พูดอะไร แต่นึกน้อยใจว่า ทำไมแม่เห็นงานสำคัญนักหนา
ปลายปี พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นช่วงที่จบการศึกษาชั้นม.๖ และสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ในคณะครุศาสตร์ ยายกับตาดีใจเป็นที่สุด เพลงก็ดีใจ แต่แม่ก็ยังไม่พูดอะไรเช่นเดิม ถามว่า "แม่ ดีใจไหม" แม่ก็พูด ๒ วลีว่า "ดีใจ" เพลงมองเห็นแววตาที่มีความกังวลของยาย ตา และแม่ จึงถามว่า "นี่ ตกลงดีใจจริงหรือเปล่า ทำไมทำหน้าตาอย่างนี้" ยายบอกว่า แม่กังวล ยายกับตาก็กังวล เพราะคนแถวบ้านเราเขาพูดกันทั้งนั้นว่า ต่อให้เรียนเก่งแค่ไหน แต่บ้านจน ก็คงไม่มีปัญญาส่งเรียนได้ตลอดรอดฝั่ง (ท่านผู้อ่านโปรดกรุณาพิจารณาความคิดของเขาเหล่านี้ เพราะถึงตอนนี้เพลงก็ยังคิดไม่ออกว่า เขาพูดเพื่ออะไร) แต่เพลงก็ขำและบอกว่า "ยายไม่รู้หรือ ว่าหนูสอบเข้าโครงการศิลปะดีเด่นของจุฬาฯได้ เขาให้ทุนเรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าเทอม" ยายยิ้้ม "ถ้าอย่างนั้นก็บุญของแม่เอ็งแล้ว เพราะแม่เอ็งส่งคนเดียว น้องก็ยังเรียนอยู่"
เพลงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นแม่ยกของที่เตรียมไว้ให้เพลงใส่บาตรมาวางให้เรียบร้อย มีข้าวสุกใส่ขันสีเงินดูสวยงามเย็นตา กับข้าวถุง ๒-๓ อย่าง และดอกกล้วยไม้ที่ขายเป็นช่อที่ซื้อมาจากตลาด เพลงนั่งรอใส่บาตรที่หน้าบ้านเช่าเล็กๆของเรา พระจะเดินบิณฑบาตทุกๆวัน แต่เวลาไหนเพลงไม่รู้ เพราะเพลงไม่เคยตื่นมาใส่บาตรเลย ชีวิตในเมืองหลวงช่างเป็นชีวิตที่วุ่นวาย แม่คงเหนื่อยน่าดูที่ต้องมาอยู่ที่นี่ ทำงานหาเงินเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว เพลงคิดในใจ
สีเหลืองของจีวรพระโดดเด่นมาแต่ไกล พระมาแล้ว เพลงยกของทั้งหมดออกไปขึ้นจบ อธิษฐานตามที่ยายเคยสอน นั่งรอหลวงพ่อ ท่านหยุดยืนรับบาตรเพลงกับแม่ ท่านถามว่า "วันเกิดหรือหนู" เพลงตอบคำท่าน ท่านก็ให้พรในบทที่แตกต่างกับที่เพลงเคยได้ยิน คงจะเป็นพรเกี่ยวกับวันเกิด
เมื่อใส่บาตรเรียบร้อย เพลงเห็นแม่เดินหายเข้าไปในห้อง กลับออกมาพร้อมกับกล่องอะไรสักอย่าง แม่ยื่นให้เพลงแล้วบอกว่า "เปิดดูสิ ของขวัญ" เพลงแปลกใจมาก เพราะในชีวิตของเพลง วันเกิดเพลงไม่เคยได้ของขวัญจากคนในครอบครัว เค้กก็ไม่เคยเป่ากับใครเขา เพราะไม่นิยม เพียงแค่ใส่บาตรตอนเช้าเท่านั้น เพลงตื่นเต้นมาก เปิดออกดู ภายในกล่องสวยใบนั้นมีดอกไม้ประดิษฐ์สีดำดอกหนึ่ง ดูคล้ายกุหลาบ เพลงสงสัย ทำไมแม่ให้กุหลาบสีดำในวันเกิดเพลง แม่จะหมายถึงอะไร.........
แม่คงเห็นเพลงสงสัย ท่านนั่งลงที่จักรเย็บผ้าคันเก่า เย็บผ้าไปพลางพูดขึ้น "แม่เรียนมาไม่สูงหรอก ความรู้ไม่ค่อยมี มีแค่แรงที่ยังทำงานหาเลี้ยงลูกได้นี่แหละ ส่วนดอกไม้นี่ แม่ทำเองเพราะแม่ไม่รู้ว่าแม่จะให้อะไรเป็นของขวัญหนู แม่ไม่รู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้เขาชอบอะไรกัน ส่วนสีดำนี่ เคยอ่านในกามนิต เขาบอกว่าคนที่รักเราจริงจะยอมเสียสละและยอมรับความทุกข์ความเจ็บปวดเหมือนพระศิวะที่อมน้ำพิษเพื่อรักษาโลกไว้ ในชีวิตแม่ไม่เคยยอมทำอะไรเพื่อใครนอกจากลูก แม้แต่พ่อของเพลงที่แม่รัก แม่ก็ไม่เคยทำเพื่อเขามากเท่าลูก" ในตอนนั้น หูเพลงอื้อ ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว ไม่สนใจมองสิ่งรอบข้าง เห็นแต่ภาพแม่ที่จักรเย็บผ้า ดวงตาและจิตใจรู้สึกมีความสว่างไสว น้ำตารื้นขอบตา ก้มลงกราบเท้าท่าน เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ที่แม่ทำทุกอย่างเพื่อเรานี่เอง ยอมเหนื่อย ยอมอดเพื่อลูกทั้งสิ้น แม้แต่ชีวิตและความเจ็บปวดของท่านท่านก็ให้เราได้อย่างเต็มใจ............
ความรักของแม่ จึงเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เพราะ "ในชีวิตแม่ไม่เคยยอมทำอะไรเพื่อใครนอกจากลูก แม้แต่พ่อของลูกที่แม่รัก แม่ก็ไม่เคยทำเพื่อเขามากเท่าลูก"
แม่ของเพลง หญิงตัวเล็กแต่หัวใจแกร่งคนนี้ ^__^ |
หนทางยาวไกล แต่หัวใจยังอยู่กับ "แม่" นะครับ ;)...
ขอบคุณค่ะ เพลงเป็นเด็กขี้สงสัย แต่ชอบเก็บงำไว้ในใจ จนกระทั่งได้ทราบว่าทำไม แม่ถึงทำทุกอย่าง ก็เมื่อวันเกิดปีที่แล้วนี้เอง ถึงอะไรจะเกิดขึ้น แม่คือคนคนเดียวที่เคียงข้างเราเสมอจริงๆ
***... เยี่ยมจ้า " หนูเพลง " ...ขอให้หนูมีความกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี อย่างเสมอต้น-เสมอปลาย...และหาโอกาสตอบแทนท่านทั้งสองเท่าที่จะทำได้....ชีวิตหนูจะมีแต่ความสุข-ความเจริญ...***

อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ.. รักแม่ที่สุด
^__^
ชื่นชมความรักของแม่ค่ะ ;)
เป็นกำลังใจให้คะ
ตกอยู่ในสถานะการณ์เดียวกัน
โตมาด้วยมือแม่คนเดียวเหมือนกันคะ
แต่ไม่เคยรู้สึกขาดหรือเป็นเด็กมีปัญหา
เพราะแม่เป็นได้ทุกอย่างคะ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทั้งเพื่อน
รักแม่คะ^^