skynurse
นางสาว สาลินี ฮุยเสนา

เงิน 20 บาท ค่ายาวิเศษ


"ก็คุณหมอเอายาดีให้ยายเมื่อเดือนก่อนไง ยายกินข้าวอร่อยมาก ไม่ค่อยเพลียเหมือนเเต่ก่อน กลางคืนยายก็นอนหลับดีเพราะยายอ่านหนังสือธรรมะก่อนนอนเหมือนที่คุณหมอบอกวันนั้นเเหละ " วันนี้ยายตั้งใจเอาเงินมาให้เป็นค่ายาวิเศษนั่นไง

         ขณะที่ฉันกำลังยื่นมือไปหยิบยาให้คนไข้  รู้สึกมีมือมาสะกิดด้านหลัง  ฉันรีบหันไปมอง  สิ่งที่เห็นคือ  มือเหี่ยวๆ ดูแล้วมีแต่หนังหุ้มกระดูกถือธนบัตร ใบละ 20 บาท ยื่นให้ฉัน  ฉันเหลือบตามองที่ใบหน้า หญิงชราวัยราว 70 ปี รูปร่างผอมบาง ผมหงิกงอสีขาวเหมือนดอกเลายาวพอตั้งไหล่ หลังโก่งโค้งราวกับคันธนู  ใบหน้าอันเหี่ยวหย่นนั้นดูอิ่มเอิบเหลือเกิน พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้รอยเหี่ยวบนใบหน้าดูชัดเจนยิ่งขึ้น  เเววตาหญิงชรานั้นดูเหมือนจะตั้งใจจดจ้องมาที่ใบหน้าของฉันดูราวกับหญิงวัยรุ่นคลั่งไคล้ดาราเกาหลี  ภาพในนาทีนั้นเหมือนมีใครหยุดเวลาไว้ ผ่านไปสัก 2 นาที ฉันตั้งสติได้ แล้วยิ้มพร้อมมีปริศนาในใจ แล้วถามว่า  "คุณยายให้เงินหนูทำไมค่ะ" หญิงชรายังคงยิ้มไม่หุบ แล้วตอบว่า " เอาไปเถอะ ยายอยากให้"  

        เอ๊ะ  ทำไมนะ (ฉันคิดในใจ)   หญิงชราได้เเต่ยิ้มและจ้องหน้าฉัน ทำเอาฉันเขินเหมือนกัน  ในใจฉันยังกังวลว่าคนไข้นั่งรอคิวตรวจอีกเยอะ คงรอนาน  ฉันถามเป็นครั้งที่สองว่า  "คุณยายให้เงินหนูทำไมคะ" หญิงชราหยุดยิ้มแล้วตอบว่า "คุณหมอจำยายไม่ได้หรอ"  ฉันกำลังประมวลความคิดในใจ แล้วตอบไปว่า "จำได้สิคะ"(ทั้งๆที่จริงฉันจำไม่ได้เลย)  หญิงชรายิ้มเเฉ่งเหมือนดีใจว่าฉันยังจำได้  ฉันจึงหยิบเเฟ้มประวัติขึ้นมา  ตรวจดูประวัติ  1 เดือนที่ผ่านมา หญิงชราคนนี้เคยมา ด้วยอาการ  อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เป็นก่อนมา 1 สัปดาห์ และมักมีอาการบ่อยๆ เดือนละประมาณ 1-2 ครั้ง  ฉันพอจะจำได้แล้ว เหตุการณ์ครั้งก่อนเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา หญิงชราผู้นี้มาพร้อมกับลูกชายด้วยหน้าตาอิดโรย  ไม่เบิกบานดั่งเช่นวันนี้ เหมือนเป็นคนละคนเลย  สัญญาณชีพ ปกติทุกอย่าง  ระดับน้ำตาลในเลือดก็ปกติ   ไม่มีมือสั่นใจสั่น  น้ำหนักก็ไม่ได้ลด ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ  ฉันจึงตัดสินใจจ่ายยาวิตามินรวม(เพราะประเมินแล้วว่าคงไม่ใช่อาการทางกายแล้วหนะ คงเป็นอาการวิตกกังวลมากกว่า) แล้วบอกกับหญิงชราว่า  "คุณยายคะ  กินยานี้นะคะ เป็นวิตามินที่มีประโยชน์มาก แต่ยานี้จะดีได้ยายต้องมั่นออกกำลังกาย  อ่านหนังสือธรรมะ  ทำใจให้สบาย เพราะตอนนี้คุณยายสุขภาพเเข็งเเรงมากนะคะ พยายามไม่นอนกลางวัน เพราะกลางคืนจะนอนไม่หลับ  ถ้าคุณยายมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหนูได้นะคะ หนูก็เหมือนลูกหลานยาย พร้อมที่จะดูเเลเสมอค่ะ" 

       หลังจากดูแฟ้มประวัติเสร็จ ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันเหี่ยวหย่น หญิงชรายังยิ้มอยู่ไม่ยอมหยุด พร้อมกับยื่นธนบัตรใบละ 20 บาทให้ฉัน ฉันถามเป็นครั้งที่  3 ว่า  "คุณยายให้เงินหนูทำไมคะ" (คิดในใจว่าถ้าครั้งที่ 3 ยังยืนยิ้มอยู่เหมือนเดิม ฉันคงต้องพาไปตรวจสอบสภาพจิตแล้วหละ )  หญิงชราจึงพูดขึ้นอีกว่า "รับไว้เถอะคุณหมอ  ยายอยากให้ ยายไม่มีอะไรจะให้นอกจากเงิน 20 บาท เท่าที่มีอยู่"  ความสงสัยในใจฉันยังคงไม่จางลง  ฉันพยายามปฏิเสธที่จะไม่รับเงินจากหญิงชราผู้นั้น   "ก็คุณหมอเอายาดีให้ยายเมื่อเดือนก่อนไง ยายกินข้าวอร่อยมาก  ไม่ค่อยเพลียเหมือนเเต่ก่อน  กลางคืนยายก็นอนหลับดีเพราะยายอ่านหนังสือธรรมะก่อนนอนเหมือนที่คุณหมอบอกวันนั้นเเหละ "  วันนี้ยายตั้งใจเอาเงินมาให้เป็นค่ายาวิเศษนั่นไง ...ท้ายที่สุดฉันก็ไม่ได้รับเงินจากยาย แต่เพื่อเป็นการไม่เสียน้ำใจ ฉันจึงรับแล้วบอกว่าฉันรับแล้วแต่ฉันก็อยากให้ยายเหมือนกัน ยายรับไว้เถอะค่ะ .. ยายยิ้มอย่างดีใจ..และชวนลูกชายกลับบ้านไป ...นี่เเหละนะ อย่างที่ในเนื้อเพลงหนึ่งที่ฉันและหลายๆคนชอบฟัง   .... คนอ่อนไหว กำลังใจสำคัญที่สุด  ... ยายอ่อนไหวในจิตใจ จึงทำให้ส่งผลต่ออาการทางกาย เช่น อ่อนเพลีย  นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ..อาการเหล่านี้มิใช่อาการโรคร้ายเสมอไป .....

หมายเลขบันทึก: 496763เขียนเมื่อ 31 กรกฎาคม 2012 16:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 สิงหาคม 2012 09:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (13)

เงินมาก...เงินน้อย....อยู่ที่ว่า... เป็นเงินของใคร นะคะ

ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ

ขอบคุณนางฟ้า นำประสบการณ์ดีๆที่พบพานมาแบ่งปันงานสร้างสุข

 ขอบคุณค่ะ..เงินมากน้อยไม่สำคัญเท่าคุณค่าทางจิตใจค่ะ

ขอบคุณค่ะ สำหรับดอกไม้และกำลังใจ

ดีใจกับคุณยายด้วยค่ะที่มีความสุขใจกับความเอื้ออาทรต่อกันเช่นนี้

นำความสุขมาเเบ่งปันทุกๆคนค่ะ

ทุกเช้าก่อนหกโมงเช้าจะตื่นมาทันดู "นิทานแห่งความสุข" ทางไทยพีบีเอส ดูแล้วก็จะรู้สึกอิ่มใจด้วยความสุข พอมาอ่านบันทึกนี้ก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ ความรู้สึกอยากให้มีค่ายิ่งกว่าสิ่งที่ให้เสมอค่ะ ขอบคุณมากนะคะ 

อ่านบันทึกนี้แล้วดีใจที่มีพยาบาลมีแนวคิดการรักษา เสริมพลัง ให้กำลังใจ เช่นนี้คะ

ขอบคุณค่ะ คุณ Sila Phu-Chaya    ขอบคุณความคิดเห็นดีๆ ค่ะ ชอบประโยชน์นี้มาก "ความรู้สึกอยากให้มีค่ามากยิ่งกว่าสิ่งที่ให้"

ขอบคุณกำลังใจจากคุณก้ามปู ค่ะ

  • เป็นเรื่องเล่าเร้าพลังใน Humanized Health Care เลยนะครับ
  • ขอบคุณมากๆครับ
  • สำหรับเรื่องดีๆ

กำลังใจสำคัญที่สุดจริงๆ ค่ะ

ใช่แล้วค่ะ คุณครูใจดี   ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะกำลังใจทั้งจากตัวเองและผู้อื่นค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี