จาก หนังสือสารคดี ฉบับที่ 258 > สิงหาคม 49 ปีที่ 22

 http://www.sarakadee.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=585&page=1

ภูฏานนับเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อย่างไรก็ตามดินแดนที่สูงแห่งนี้กำลัง เผชิญกับภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมที่ตนเองไม่ได้ก่อ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๘ สำนักข่าวบีบีซีของประเทศอังกฤษได้ทำรายงานพิเศษ เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสภาพแวดล้อมและความอยู่รอดของคนภูฏาน เผยแพร่ไปทั่วโลก รายงานดังกล่าวระบุว่าในอนาคตอันใกล้ ภูฏานและชุมชนหลายแห่งที่อยู่ตามแนวเทือกเขาหิมาลัย อาจต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมจากการพังทลายของทะเลสาบน้ำแข็ง ( Glacial Lake Outburst Flood - GLOF) อย่างรุนแรง

ที่ผ่านมา ทะเลสาบน้ำแข็ง ( Glacial Lake) บนที่สูงและหิมะที่ละลายในหน้าร้อน ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญให้แก่พื้นที่ตอนล่างของประเทศ อันเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงชันยังทำให้แม่น้ำส่วนใหญ่ไหลเชี่ยว เหมาะแก่การติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของภูฏาน แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ลักษณะทางกายภาพทั้งสองกลายเป็นอันตรายคุกคามอนาคตของประเทศ

รายงานการศึกษาล่าสุดบ่งชี้ว่า ปรากฏการณ์โลกร้อนทำให้อุณหภูมิบนเทือกเขาหิมาลัยเพิ่มสูงขึ้นราว ๐.๐๖ องศาเซลเซียสทุกปี น้ำแข็งและธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยจึงเกิดการละลายและหดตัว เกิดเป็นทะเลสาบน้ำแข็งขึ้นหลายแห่งในช่วง ๒๐-๓๐ ปีที่ผ่านมา มีการบันทึกว่าในช่วง ๑๐ ปีหลัง ธารน้ำแข็งบางแห่งในภูฏานหดตัวถึง ๒๐-๓๐ เมตรต่อปี

ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ คนภูฏานส่วนใหญ่ได้รู้จัก กับมหันตภัยทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการพังทลาย ของทะเลสาบน้ำแข็งเป็นครั้งแรก เมื่อเกิดเหตุการณ์คลื่นน้ำขนาดยักษ์ จากขุนเขาซัดเข้าถล่มบ้านเรือน ในหุบเขาบริเวณพูนาคา-วังได ( Punakha-Wangdue) พูนาคาซอง ( Punakha Dzong) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ๒๓ คน ปัญหาน้ำท่วมดังกล่าวเกิดขึ้นจาก การที่มีปริมาณน้ำในทะเลสาบน้ำแข็ง บนที่สูงมากเกินไป จนทำนบกั้นน้ำตามธรรมชาติรับน้ำหนักไม่ไหว และพังทลายลง น้ำปริมาณมหาศาล รวมถึงเศษไม้และก้อนดินก้อนหินจากที่สูง จึงพุ่งเข้าถล่มบ้านเรือนในที่ต่ำ หลังจากอุบัติภัยในครั้งนั้น รัฐบาลภูฏานจึงให้ความสำคัญ กับการสำรวจทะเลสาบน้ำแข็งทางตอนเหนือ โดยความร่วมมือของรัฐบาลญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เกือบ ๑๐ ปีให้หลัง ภูฏานสำรวจพบทะเลสาบน้ำแข็งทั้งสิ้นถึง ๒ , ๖๗๔ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ ๑๐๗ ตารางกิโลเมตรในเขตที่สูงทางตอนเหนือ ทะเลสาบหลายแห่งในจำนวนนี้ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากการละลายของธารน้ำแข็ง อันเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น

เราต้องคอยจับตาการเปลี่ยนแปลงของทะเลสาบน้ำแข็งเหล่านี้อย่างใกล้ชิด บางทีก็รู้สึกเหมือนกับว่าหลังคาบ้านเรามีระเบิดเวลานับพันลูกติดตั้งอยู่ เอชเช ซัมดรุด เจ้าหน้าที่สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ของกรมที่ดิน และการสำรวจ ( Department of Land and Survey) กล่าว

ใครจะคิดว่าประเทศที่อยู่สูงอย่างภูฏานจะต้องกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ( ที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น) ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นรุนแรง และกว้างไกลจริงๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่าโลกใบเดียวของเรานี้ เชื่อมโยงถึงกันหมด