ผมลองจัดการความรู้เรื่องความขัดแย้ง จากบันทึกใน Gogotknow โดยค้นบันทึกด้วยคำหลัก การจัดการความขัดแย้งได้บันทึกทั้งหมดที่นี่
KM เน้นที่ความรู้ปฏิบัติ คือความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ และความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติ หรือเพื่อใช้งาน การปฏิบัติในที่นี้คือการบันทึก (ลงใน Gotoknow)
คุณ prasert rk เขียนบันทึกทบทวนความรู้เชิงทฤษฎีเรื่องความขัดแย้งที่นี่ ผมอ่านแล้วได้ความรู้มาก และคุณเรวัต จันทรจนา ก็ทบทวนไว้ที่นี่อีกแนวหนึ่ง
นักการทูต พลเดช วรฉัตร บันทึกเรื่องความขัดแย้งระดับประเทศไว้ที่นี่ น่าสนใจมาก การจัดการเป้าหมายร่วม สำคัญกว่าการจัดการความขัดแย้งโดยตรง
ผมพยายามหาบันทึกเรื่องความขัดแย้งในเชิงชีววิทยา หาไม่พบครับ ลองค้นด้วย Google ใช้คำหลัก “conflict in biology” พบหนังสือ Genes in Conflict : The Biology of Selfish Genetic Elementsซึ่งชี้ให้เห็นว่า ในธรรมชาติ ความขัดแย้งเป็นส่วนหนึ่งหรือกลไกหนึ่งของวิวัฒนาการ
ความขัดแย้งแบบอ่อนๆ ที่มีฤทธิ์สร้างสรรค์ ดังบันทึกของ ดร. อโณทัย ที่นี่
ความขัดแย้งและเจ็บปวดที่เกิดขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่นำไปสู่การพัฒนา ดังในบันทึกนี้
ผมไล่อ่านหัวข้อบันทึกที่มีคำหลัก “ความขัดแย้ง” และอ่านรายละเอียดบันทึกที่สนใจ ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๘ อันเป็นปีเริ่มต้น Gotoknow ก็ได้ภาพใหญ่ว่าคนในสังคมไทยมองเรื่องความขัดแย้งแตกต่างกันจากแง่มุมใดบ้าง ได้แก่ในระดับระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ความขัดแย้งภายในองค์กร ความขัดแย้งภายในจิตใจคน แปลกใจที่ไม่มีบันทึกเรื่องปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ลงคำหลัก “ความขัดแย้ง” จำได้ว่าอัยการชาวเกาะมาเรียนหลักสูตรสร้างสังคมสันติสุขของสถาบันพระปกเกล้า ที่ลุงเอกเป็นครูใหญ่ แล้วเขียนเล่าตอนไปดูงานที่มาบตาพุดไว้อย่างละเอียด แต่ไม่ได้ลงคำหลัก “ความขัดแย้ง” ไว้ จึงไม่พบจากการค้นครั้งนี้ เช่นบันทึกนี้
ผมสรุปกับตัวเองว่า ความขัดแย้ง ก็เหมือนกับเรื่องที่ซับซ้อนอื่นๆ ที่มองได้หลายมุม หลายมิติ ตีความได้หลากหลาย ข้อเตือนใจที่สำคัญคือต้องมองข้ามมิติด้านลบ ไปสู่มิติด้านบวกให้ได้ และรู้จักใช้มันให้เป็นพลังสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ค. ๕๕
.... ทุกๆๆ บันทึกใน Gogotknow==> มีคุณค่ามาก จริงๆ ค่ะท่าน อจ.หมอ