23 ก.ค.55 เรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาครู กศน.2555", 30 ก.ค.55 เรื่อง “การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำอย่างยั่งยืน” , 6 ส.ค.55 เรื่อง “ข้าวไทย กศน.จังหวัดอ่างทอง”, 13 ส.ค.55 เทป ซ้ำวันที่ 6 ส.ค.55, 20 ส.ค.55 เรื่อง "กศน.สุโขทัยกับงานสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น", 27 ส.ค.55 เรื่อง "การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของ กศน.จังหวัดเชียงใหม่"

รายการสายใย กศน.  วันที่  27  สิงหาคม  2555

 

         เรื่อง “การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของ กศน.จังหวัดเชียงใหม่”

 

         ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  บุญหนุน
         วิทยากร คือ
         - นายนรา  เหล่าวิชยา  ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงใหม่
         - นายนิติธร  เทพเทวิน  ผอ.กศน.อ.เมืองเชียงใหม่
         - ศศิธร  ไชยชนะ  ครูชำนาญการ กศน.อ.เมืองเชียงใหม่
         - พันธ์ทิพย์  วังแผน  หัวหน้า กศน.ตำบลวัดเกตุ
         - MISS.Nanshweaein ( เรือนคำ )  อาสาสมัครอาเซียน กศน.ตำบลศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ( เป็นชาวไทยใหญ่ จากรัฐฉาน ประเทศพม่า )
         - ชัญญา  อินทรวิมลเมธา  อาสาสมัครอาเซียน กศน.ตำบลวัดเกตุ

 

         จังหวัดเชียงใหม่มีแรงงานต่างชาติมาก และมีนักท่องเที่ยวปีละ 5 ล้านกว่าคน  เปิดศูนย์อาเซียนศึกษาที่ กศน.อำเภอทุกอำเภอ  โดยเฉพาะ อ.เมืองฯส่วนกลางมอบให้เป็นศูนย์ภาษานำร่องอยู่แล้ว   ได้วิทยากรจากประเทศต่าง ๆ มาช่วยสอนในลักษณะปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เสริมจากการเรียนโดยการฟังจากคอมพิวเตอร์  ทั้งนี้เพื่อให้พร้อมที่ประชาคมอาเซียนเหมือนบ้านเดียวกันเมื่อถึงปี 2558
         บุคลากรในสังกัดเป็นกลุ่มแรกที่ต้องพัฒนา  แต่เฉพาะบุคลากรที่มีน้อยนี้จะดำเนินการไม่ทัน  อ.เมืองฯจึงร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ เช่น กำนัน  พ่อหลวง ( ผู้ใหญ่บ้าน )  และอื่น ๆ ให้เข้ามาช่วย  โดยให้ผู้นำในท้องถิ่นทำความเข้าใจ และไปสื่อสารถ่ายทอดต่อกับประชาชน  ด้วยการจัดโครงการอบรมผู้นำหมู่บ้านในการประชุมประจำเดือน 3-5 เดือน    ทำ MOU และใช้สื่อ+หลักสูตรระยะสั้น ( 10 ชม., 15 ชม. ) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   รวมทั้งมีการจัดค่ายภาษา  จัดโครงการทัศนศึกษาประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศเพื่อนบ้าน
         ในระดับตำบลจัดให้มีอาสาสมัครอาเซียนเป็นชาวต่างชาติ ตามอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านลงไปด้วย

 

         มีบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องอาเซียนศึกษา  จัดทำโดย อ.ศศิธร  ไชยชนะ ครูชำนาญการ กศน.อ.เมืองเชียงใหม่ สำหรับนักศึกษาระดับ ม.ปลาย และประชาชนทั่วไป    ( มีการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างประเทศด้วย )

 

         การจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาของ อ.เมืองฯ จัดให้มีศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของประเทศในอาเซียนด้วย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน

 

         มีการจัดให้เป็นวิชาบังคับเลือกวิชาอาเซียนศึกษา สำหรับ กศ.ขั้นพื้นฐาน ทั้งในระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย โดยใช้หลักสูตร กศน.ภาคเหนือ

 

         ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ มีชาวต่างชาติมาก จึงขอความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดให้ความรู้ทางเสียงตามสายทุกวัน เวลา 18:00 น.  และมีชาวต่างประเทศโดยตรงมาช่วยสอนภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ ที่ กศน.ตำบล ทุกวัน เวลา 17:30 – 19:30 น.

 

         คนไทยสนใจภาษาเขา น้อยกว่าเขาสนใจภาษาไทย  เมื่อถึงการแข่งขันในปี 58 เราจะแพ้เขา  เรื่องภาษาเป็นจุดอ่อนของประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 9 ใน 10 ประเทศ

 

         อ.เมืองฯมีการฝึกอาชีพให้แรงงานที่มีฝีมือค่อนข้างน้อยควบคู่ไปด้วย มีศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนในแต่ละตำบลโดยเพิ่มเติมเรื่องภาษาเข้าไปด้วย

 

         หลังจากมีอาสาสมัครอาเซียน มีความเปลี่ยนแปลง เช่น ผู้ขายในถนนคนเดิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิษย์ กศน. สามารถชวนชาวต่างประเทศพูดคุยได้ ( แต่ยังเขียนไม่ได้ )    อาสาสมัครอาเซียนเรียน กศน.ขั้นพื้นฐานด้วย

 

         ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนก็ตื่นตัวในเรื่องนี้ มีการสอนภาษาไทยและภาษาต่าง ๆ เช่นเดียวกับประเทศไทย

 

         เป้าหมายต่อไป จะขยายศูนย์อาเซียนศึกษาสู่ระดับตำบล ให้มีศูนย์ฯทุกตำบล


 

 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  20  สิงหาาคม  2555

 

         เรื่อง “กศน.สุโขทัยกับงานสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น”

 

         ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  บุญหนุน
         วิทยากร คือ
         - นายปัณณพงศ์ ท้าวอาจ  ผอ.กศน.จังหวัดสุโขทัย
         - นายสมชาย  เดือนเพ็ญ  รองปลัดเทศบาลตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
         - นายจำรัส  แม้นเหมือน  ข้าราชการบำนาญ กรรมการ กศน.ตำบลเมืองเก่า  และศิษย์เก่า กศน.
         - รัชดา  ศรีปาน  บรรณารักษ์ชำนาญการ ห้องสมุดประชาชนอำเภอศรีสัชนาลัย

 

         กศน.จังหวัดสุโขทัย ร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยดึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในวัฒนธรรมประเพณีการละเล่น เข้ามาสู่การเรียนรู้และเผยแพร่

 

         สำเนียงสุโขทัย จะพูดเสียงเอกเป็นเสียงจัตวา เช่น เก่า เป็นเก๋า ใส่เป็นใส อร่อยเป็นอร๋อย หล่อเป็นหลอ ถิ่นเป็นถิน  หนังสื่อ ลายสื่อไทย  ภาษาสำเนียงสุโขทัยจะพูดกันใน 10 จังหวัด จากชัยนาทขึ้นไปถึงอุตรดิตถ์ ( อาณาจักรสุโขทัยเก่า )   ประเพณีการแต่งงานของชาวอาณาจักรสุโขทัยเก่า เรียกว่าประเพณีกินสี่ถ้วย  โดยมีขนม 4 ชนิด จัดเลี้ยงที่บ้านเจ้าสาว คือ “ไข่กบ นกปล่อย มะลิลอย อ้ายตื้อ” ไข่กบคือเม็ดแมงลักแช่น้ำให้บาน   นกปล่อยคือลอดช่องใบเตย   มะลิลอยคือข้าวตอก   อ้ายตื้อคือข้าวเหนียวดำมูน  กินรวมกัน ผสมน้ำกะทิ   ขบวนเจ้าบ่าวต้องมาพร้อมต้นไม้ 4 ชนิด คือมะพร้าว 2 ต้น  หมาก 2 ต้น  กล้วยน้ำว้า 2 ต้น  อ้อย 2 ต้น  เพื่อให้ลูกที่จะเกิดมาได้มีสวนเหมือนครัวเรือนอื่นๆ   มีเจดีย์ทรงดอกบัวตูมและพระพุทธรูปปางลีลาเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้เป็นมรดกโลก   ในอดีตมีเตาทุเรียง เป็นแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอุษาคเนย์

 

         บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนอำเภอศรีสัชนาลัย ได้รวบรวมศิลปวัฒนธรรมประเพณีของศรีสัชนาลัยไว้ เช่นประเพณีแห่ช้างบวชนาค ( ประเพณีของหาดเสี้ยว เป็นวัฒนธรรมของไทยพรวน )  จัดทำเป็นเอกสารวิถีชีวิตไทยพรวนเผยแพร่ รวมทั้งทำแบบจำลอง ให้ผู้สนใจศึกษา   ไทยพรวนมีผ้าซิ่นตีนจก 9 ลาย เป็นเอกลักษณ์ของศรีสัชนาลัย

 

         ภาคเรียนหน้าจะมีวิชาบังคับเลือก สำหรับนักศึกษา กศน. ในจังหวัดสุโขทัย ให้เรียนรู้เกี่ยวกับสุโขทัย เช่นเรื่องพ่อขุนรามคำแหงฯ สืบทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ให้รู้รากเหง้าทางภาษา ทางมรดกวัฒนธรรม เพื่อเป็นฐานในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

 

         สุโขทัยมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข”  สุโขทัยเป็นรากเหง้าของพระพุทธศาสนาของชาติไทยในปัจจุบัน  มีทั้งฝ่ายมหายานและฝ่ายหินยาน  สมัยพ่อขุนรามคำแหงพระองค์ได้นิมนต์พระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมาเผยแพร่ที่เมืองสุโขทัย

 

         ห้องสมุดประชาชนอำเภอศรีสัชนาลัยเปิดบริการทุกวัน ( เว้นวันนักขัตฤกษ์ )  จัดกิจกรรมทั้งเชิงลุก ( ออกหน่วยในชุมชน ) และเชิงรับ ( ให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการในห้องสมุด )  จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ชาวสุโขทัยซึมซับศิลปวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ของสุโขทัย


 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน. วันที่  13  สิงหาคม  2555

 

         เทป ซ้ำวันที่ 6 ส.ค.55 เรื่อง “ข้าวไทย กศน.จังหวัดอ่างทอง”


 

 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  6  สิงหาาคม  2555

 

         เรื่อง “ข้าวไทย กศน. จังหวัดอ่างทอง”

 

         ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  บุญหนุน
         วิทยากร คือ
         - นายวีระ  บุญประสิทธิ์  ผอ.กศน.อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
         - นายสมบัติ  เกตุถาวร  ครูอาสาสมัครฯ กศน.อำเภอไชโย
         - นายสมชาย  สุนทรนันท์  เกษตรกรภูมิปัญญาไทยอำเภอไชโย
         - นายสมชาย  ชนะภัย  เกษตรกรภูมิปัญญาไทยอำเภอแสวงหา

 

         พื้นที่ 80 % ของจังหวัดอ่างทอง เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกข้าวได้มากที่สุดในเขตภาคกลาง สัญลักษณ์ของจังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดเดียวที่มีรวงข้าว ( อยุธยาเป็นเขตโรงงานอุตสาหกรรมไปมากแล้ว )   เมื่อ 10 ปีที่แล้ว กศน.ได้ส่งเสริมขบวนการทำนาแบบ IPM ( ทำนาแบบผสมผสาน )  กศน.อ่างทองได้ส่งเสริมการทำนาแบบผสมผสานโดยใช้ชีวภาพ ( ข้าวปลอดสารพิษ ) ลดต้นทุนการทำนา อย่างจริงจังทั้ง 7 อำเภอมานานแล้ว เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตปลอดภัย  เริ่มโดยการทำเวทีชาวบ้านจุดประกายให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกในการใช้สารชีวภาพ ให้รู้อันตรายของสารเคมีซึ่งจะส่งผลให้ส่งออกข้าวไม่ได้ด้วย  การรณรงค์ให้ความรู้สร้างจิตสำนึกนี้ประสบความสำเร็จมาก   ครู กศน.ทั้ง 7 อำเภอ ผ่านการฝึกอบรมรับความรู้ แล้วไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแปลงนาจริง ๆ ในลักษณะของหลักสูตรระยะสั้น กลุ่มละ 16 สัปดาห์  ลงสำรวจแมลงตัวดีตัวร้ายในแปลงนาทุกสัปดาห์  ( 4 ปีหลังนี้ให้จัดอำเภอละ 2 กลุ่ม/ปี กลุ่ม ละ 20 คน ปัจจุบันมีอำเภอละ 8 กลุ่ม ) มีการเปรียบเทียบกันระหว่างข้าวที่ผลิตโดยใช้สารเคมีกับข้าวที่ใช้ชีวภาพ   อีกลักษณะหนึ่งจัดเป็นทักษะอาชีพการแปรรูปเป็นข้าวสารปลอดสารพิษ และผลิตพันธุ์อื่น ๆ เช่น ขนมจีน   นอกจากนี้ จัดเป็นโครงงานของนักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานที่สนใจ เช่น โครงงานการหว่านข้าวโดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างกัน การทดสอบความงอกของเมล็ด   ผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นคือชาวนาทั้ง 100 % ที่หัวไวใจสู้ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน  ในเบื้องต้นจะ ลด การใช้สารเคมี เพราะถ้า งด เลยจะส่งผลเรื่องผลผลิต

 

         เกษตรกรที่ใช้สารเคมีจะมีอาการเจ็บป่วย เช่นนายสมชาย  สุนทรนันท์ จึงหันมาเข้าโครงการนี้  ได้ผลผลิตน้อยกว่าการใช้สารเคมีเล็กน้อย แต่สุขภาพร่างกายดีไม่อายุสั้น และลดต้นทุนลงประมาณ 10 เท่า  ( ยังมีเกษตรกรที่ไม่เห็นด้วย )
         นายสมชาย  ชนะภัย เป็นอีกคนหนึ่งที่เจ็บป่วยเพราะสารเคมี  ทำนา 60 ไร่ หันมาใช้สารชีวภาพ เริ่มทดลองกับสวนมะม่วง ได้ผลดีลูกดก จึงนำมาใช้กับข้าว 5 ไร่ก่อน ได้ข้าว 6 เกวียน 30 ถัง ( นาเคมี 5 ไร่ ได้ 4 เกวียนกว่า )  ต้นทุนก็ลดลงมาก จากการฉีดสารเที่ยวละ 300 บาท เหลือเที่ยวละ 20 บาท รวมรายได้ที่หักรายจ่ายแล้วมากขึ้น 1 เท่าตัว ต่อมาจึงทำทั้ง 60 ไร่ ได้ไร่ละ 80-90 ถัง  ทำมา 10 กว่าปีแล้ว   นาข้างเคียงใช้เคมี ต้นทุนไร่ละ 5,000 บาท  แต่ใช้สารชีวภาพต้นทุนไร่ละ 2,600 บาท

 

         เครือข่ายที่สนับสนุนงานข้าวไทยนี้ นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่านที่ผ่านมา ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เหมือนทำ MOU กับ กศน. ให้ กศน.เป็นผู้จัดขบวนการเรียนรู้ให้แก่ประชาชน  นอกจากนี้ หน่วยงานทางด้านการเกษตร ด้านพัฒนาที่ดิน ล่าสุดหอการค้าจังหวัดอ่างทอง ร่วมให้การสนับสนุนส่งเสริมเป็นอย่างดี มีการพาเกษตรกรไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวต่าง ๆ ที่ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดปทุมธานี  อีกหน่วยงานคือมูลนิธิการศึกษาไทย ทำ MOU กับ กศน. เรื่องวิจัยพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับพื้นที่แต่ละจังหวัด
         จังหวัดอ่างทองทำการวิจัยเรื่องพันธุ์ข้าวและส่งเสริมการใช้สารชีวภาพกับพืชผักผลไม้ นำร่องที่ กศน.อำเภอไชโย อำเภอแสวงหา อำเภอสามโก้  ในปีงบประมาณหน้า กศน.จะส่งเสริมปูพรมทั้งประเทศ  
         ปัจจุบันคนอ่างทองนิยมบริโภคข้าวพันธุ์หอมมะลิ แต่ปลูกที่อ่างทองไม่หอมไม่นุ่มเหมือนปลูกที่ภาคอิสาน ทดลองปลูก 3 ปี จึงหอมและนุ่มขึ้น ( ข้าวหอมมะลิปลูกได้ปีละครั้งเดียว )  ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาลักษณะประจำพันธุ์ต่าง ๆ ยังไม่ถึงขั้นการผสมพันธุ์กัน    ในการลดต้นทุนมีเป้าหมายการลดต้นทุน 30 % ซึ่งแต่ละพื้นที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี  กำจัดแมลงศัตรูพืชด้วยสมุนไพร  ซังข้าวที่เกี่ยวแล้วไม่เผา ใช้สารชีวภาพสลายใน 20 วัน แล้วทำนาหว่านข้าว จะแตกกอไว เขียวทนโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยในขั้นแรก  ขั้นต่อมาจึงใส่ปุ๋ยชีวภาพซึ่งมีส่วนผสมหลายอย่างเช่นกล้วย มะละกอ หน่อไม้  ( สารชีวภาพจะทำให้แมลงศัตรูพืชตายช้า อย่างน้อย 3 วันจึงจะตาย )   มีการทดลองพันธุ์ข้าวประทุมธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท กข.29 กข.31 ล็อคละ 10 วา  ( เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะกำจัดยาก ชอบกัดกินข้าวพันธุ์หอมปทุมธานี  ในเบื้องต้นพบว่าข้าวพันธุ์ กข.31 จะต้านทานเพลี้ยกระโดด เหมาะกับจังหวัดอ่างทอง แต่เป็นพันธุ์สูงและล้ม ถ้าไม่นำน้ำเข้านาสูงและใช้ปุ๋ยชีวภาพต้นจะแข็งแรงไม่ล้ม )

 

         ผลผลิตข้าวปลอดสารพิษ จะนำมาเข้าโรงสีเอง ( ต่อไปจะทำโรงสีชุมชน )  แยกจำหน่ายโดยเฉพาะ ตอนนี้จำหน่ายเพื่อการบริโภคในชุมชนเองยังไม่พอ  ถ้าจะส่งจำหน่ายทั่วไปจะแพ็คให้สวยงาม   ต่อไปจะพัฒนาพันธุ์ข้าวเป็นพันธุ์ของจังหวัดอ่างทองโดยเฉพาะ


 

 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  30  กรกฎาคม  2555

 

         เรื่อง “การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำอย่างยั่งยืน”

 

         ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  บุญหนุน
         วิทยากร คือ
         - จีระนันต์  เสนเผือก  ผอ.กศน.อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
         - เดือนฉาย  ทามณี  หัวหน้า กศน.ตำบลแร่
         - สายสุณี  ไชยหงษา  วิทยากรวิชาชีพ
         - กรกัลยา  การุญ  หัวหน้า กศน.ตำบลพังโคน
         - สุนทร  แสงลุน  วิทยากรวิชาชีพ

 

         เครือข่ายต่าง ๆ ทุกภาคส่วนในอำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร บูรณาการกันพิจารณาเลือกอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้านที่ดีอยู่แล้วตามวิถีชีวิตชาวบ้านอิสานที่ทำอยู่แล้วมาต่อยอดให้ก้าวสู่ตลาดสากล สู่วัฒนาธรรมใหม่ สามรถแข่งขันในระดับอาเซียน และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  คืออาชีพการทำผ้าย้อมสีธรรมชาติจากมูลควาย และอาชีพสานตะกร้าลายขิด  โดย กศน.อ.พังโคน จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพในลักษณะของการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนและอาชีพหลักสูตรระยะสั้น 50 หรือ 100 ชั่วโมง โดยมีการฝึกอบรมและพาไปศึกษาดูงานหลายรุ่นแล้ว และช่วยประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์โดยนำไปจัดนิทรรศการออกร้านจำหน่าย

 

         ได้รับแนวคิดเรื่องการใช้มูลควายย้อมเส้นฝ้ายจากพระอาจารย์ดัสกร มหาภิญโญภิกขุ มาทดลองพัฒนา พบวิธีการย้อมฝ้ายที่ดีคือใช้ขี้ควายสดมาใส่น้ำ หมักไว้ 2 วัน ให้ตกตะกอน แล้วกรองน้ำมาย้อมโดยการต้ม ได้สีโทนเขียว เขียวเข้มเขียวอ่อน ย้อมแล้วซักล้างผึ่งแห้ง  ย้อมแต่ละครั้งจะได้ความเข้มของสีไม่เท่ากัน ถ้าจะให้เท่ากันต้องย้อมพร้อมกัน  จากนั้นกำจัดกลิ่นด้วยการนำสมุนไพรพวกข่าตะไคร้ใบมะกรูดมาต้มอีกครั้งประมาณครึ่งชั่วโมง  ( มีการใช้ดินและเปลือกไม้มาย้อมด้วย )  แล้วทอเป็นผ้า แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นของตกแต่งบ้าน หมอนอิง เสื่อ เบาะรองนั่ง เปลญวน ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ที่นอนเพื่อสุขภาพ ผ้าชิ้นสำหรับตัดเสื้อผ้า ( ส่วนราชการใส่เป็นเสื้อประจำอำเภอ )   ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือตุ๊กตาควาย    จัดที่หมู่บ้านต้นแบบก่อนแล้วขยายสู่หมู่บ้านอื่น  ปัจจุบันติดตลาด ส่วนใหญ่ได้รับออเดอร์จากต่างประเทศ ผลิตจำหน่ายไม่ทัน จำหน่ายได้เดือนละ 3-4 หมื่นบาท   กากที่เหลือจากการย้อมก็นำมาทำเป็นกระถางต้นไม้ ปลูกต้นไม้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย   ( ผอ.กศน.อ. ได้ฉายาว่า “ผอ.ผ้าขี้ควาย” )  จัดเป็นศูนย์พัฒนาอาชุมชนเพื่อเยาวชน เพื่อถ่ายทอดอาชีพนี้ให้ยั่งยืนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน  และจะทำเป็นแบรนด์ตำบล-อำเภอ


         ตะกร้าสานลายขิดจากต้นกกผสมหวาย

         เป็นผลิตภัณฑ์ของ กศน.อ.พังโคน มีที่มาจากการที่ชาวบ้านทอเสื่ออยู่แล้ว  กศน.ไปจัดการศึกษาต่อยอด ปรับประยุกต์ให้มีลวดลาย รูปแบบใหม่ เพิ่มสีสัน  โดยจัดกระบวนการให้ความรู้เติมเต็มปัญญา ทั้งการศึกษาพื้นฐาน การศึกษาอาชีพระยะสั้น 100 ชั่วโมง การศึกษาเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนลงไปในกลุ่มของคุณป้าสุนทร ( เดิมคุณป้าได้ความรู้เรื่องการจักสานจากต้นกกนี้มาจากการการดูรายการทีวี แล้วฝึกทำเอง )   เป็นกลุ่มที่แอคทีฟมาก ครูผิดเวลา 5 นาที จะโทร.ตาม   เป็นศูนย์ฝึกอาชีพที่รับการศึกษาดูงานเป็นประจำ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาดูงานเมื่อ ม.ค.55    อยู่ในเขตตำบลพังโคน ใกล้สำนักงาน กศน.อำเภอ  ผลิตภัณฑ์ได้ระดับ 5 ดาวของจังหวัด ขยายเป็น OTOP  ได้ออเดอร์ตลอด ขายดีมาก ผลิตไม่ทัน  ให้คุณป้าเป็นครูขยายเครือข่ายไปหลายอำเภอ ทำได้ทุกเพศทุกวัย


 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  23  กรกฎาคม  2555

 

         เรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาครู กศน.2555”

 

         ดำเนินรายการโดย นายวสันต์  บุญหนุน
         วิทยากร คือ
         - นายสัจจา  วงศ์สาโรจ  ผู้อำนวยการ กลุ่มการเจ้าหน้าที่ 
         - นายสาธิต  เจรีรัตน์  ครูเชี่ยวชาญ สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก

 

         ครูในสำนักงาน กศน. มีหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  อีกกลุ่มหนึ่งคือพนักงานราชการ เช่นตำแหน่งครูอาสาสมัคร และตำแหน่งครู กศน.ตำบล  มีหน้าที่จัดการเรียนการสอนจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับนักศึกษาและประชาชน

 

         ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาครูของ กศน. จะมีแผนในแต่ละปี เพื่อให้ครูมีความรู้ มีทักษะ มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน  เพื่อส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพ    แผนในการพัฒนาปี 2555 เช่น
         - การพัฒนาครูก่อนการแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ ( ชำนาญการ เชี่ยวชาญ ) 
         - พัฒนาครูก่อนการแต่งตั้งให้เปลี่ยนตำแหน่ง เช่น เปลี่ยนจากครูเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยสำนักงาน กศน.จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด
         - การพัฒนาครูอาสาสมัคร / ครู กศน.ตำบล  ปีนี้ 6 รุ่น ๆ ละ 800-900 คน แบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 23 คน มี ผอ.กศน.อำเภอ เป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม  มีประเด็นให้ถกแถลงในระบบกลุ่มและสรุปเป็นสาระสำคัญนำไปสู่การปฏิบัติได้    ( ในจังหวัดภาคใต้ จะมีการพัฒนาครูปอเนาะ    สำหรับครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้สิทธิพิเศษในเรื่องระยะเวลาการลาพักผ่อน การขอเครื่องราชฯ การขอเลื่อนวิทยฐานะ และได้รับบำเหน็จเดือนละ 2,500 บาท)
         - การพัฒนาครูในเรื่องความรู้เฉพาะสาขา โดย กศน.อำเภอ/เขต  สถาบัน กศน.ภาค  สำนักงาน กศน.จังหวัด  กลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัด  หรือกลุ่มศูนย์ส่วนกลาง

 

         ครู จะต้องมีหลักการสอนที่ดี ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ส่วน
         1. ครูต้องรู้ว่าจะสอนอย่างไร
         2. ครูต้องรู้ว่าการจะเรียนรู้นั้น จะเรียนรู้อย่างไร
         3. ครูต้องรู้ว่าการสอนของครูนั้น ดีหรือไม่ดีอย่างไร

 

         หลักการสอนแบบ 8 ขั้นตอน
         1)  เตรียมความพร้อมก่อนที่จะสอน ( สถานที่ ห้องเรียน สื่ออุปกรณ์ต่าง )
         2)  นำเข้าสู่บทเรียน
         3)  ดึงประสบการณ์เดิมจากผู้เรียนรายบุคคล  ซึ่งผู้เรียนมาจากหลากหลายอาชีพ ดึงให้มามีส่วนในการจัดกระบวนการเรียนการสอน
         4)  รวมกลุ่ม เพื่อแชร์ประสบการณ์ รวมประสบการณ์
         5)  ให้ผู้เรียนนำเสนอผลงานกลุ่ม ในประเด็นที่กำหนด
         6)  ครูเติมเต็ม ตามเนื้อหาสาระตามหลักวิชา
         7)  นำไปสู่วิถีชีวิต นำไปสู่การปฏิบัติ
         8) บันทึกการสอนในครั้งนี้ ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรพัฒนาอย่างไร
         ( เตรียมความพร้อม อุ่นเครื่อง เรื่องรายบุคคล รวมพลช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน สื่อสารวิธี มากมีวิชาการ สืบสานรายคน สรุปผล กศน. )  ขอรับเอกสารได้ที่สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก  หรือจังหวัดจัดอบรมโดยแจ้งขอรับการสนับสนุนวิทยากร ( หลักสูตร 3 วัน )

 

         ในขณะจัดการเรียนการสอน ครูต้องใช้ยุทธศาสตร์ “การสังเกต” เป็นอาวุธสำคัญ  สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่ากล้าคิดกล้าทำกล้าพูดกล้าแสดงไหม  โดยครูต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนพูดเป็น พูดหน้าชั้นได้ สื่อสารได้ ยอมรับความคิดเห็นความแตกต่าง รู้จักเป็นผู้นำผู้ตาม เป็นต้น  และสนับสนุนส่งเสริมด้านที่โดดเด่นของเขา  หรือแก้ปัญหาเช่นฝึกให้พูดในเรื่องง่าย ๆ ก่อน

 

         ตามกรอบอัตรากำลัง อำเภอขนาดเล็กจะมีครู 5 คน รวมทั่วประเทศต้องมีครูประมาณสี่ถึงห้าพันคน  แต่ขณะนี้มีข้าราชการอยู่เพียงสองพันกว่าคน  จึงใช้เงินอุดหนุนรายหัวจ้างครู ศรช. มาช่วยสอน  และได้ปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบลประมาณ 8,400 กว่าอัตรา  รวมกับครูอาสาสมัครซึ่งเปลี่ยนจากลูกจ้างชั่วคราวเป็นพนักงานราชการในปี 2548 มาช่วยจัดการเรียนการสอน เดิมครูอาสาฯมีบทบาทหน้าที่สอนผู้ไม่รู้หนังสือ ปัจจุบันเพิ่มบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ   ปัจจุบันมีพนักงานราชการประมาณ 14,000 คน ควรจะพอ แต่จำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้นอีกเพราะต้องสอนประชาชนตั้งแต่แรกเกิดตลอดชีวิตจนตาย จึงไม่พอ  ต้องพัฒนาให้ครูมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

         ขณะนี้มีการประสานงานกับคุรุสภา ให้รับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูให้มหาวิทยาลัยเปิดสอนครู กศน.ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  มีผู้แสดงความจำนงจะเข้าเรียนสามถึงสี่พันคน   เมื่อมีใบประกอบวิชาชีพครูแล้วก็สามารถสมัครสอบเป็นครูผู้ช่วย กศน.ได้

 

         ในด้านการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558  จะมีการจัดอบรมให้ความรู้ผู้บริหารเรื่องภาษาอังกฤษที่จะใช้ในการสื่อสารในประชาคมอาเซียน   และกลุ่มแผนงานมีแผนอื่น ๆ อีก    ในเรื่องของการพัฒนาครูมีการให้ไปเรียนรู้ในประเทศเพื่อนบ้าน  และใหครูจากประเทศจีนมาสอนภาษาจีนตามสถานศึกษาต่าง ๆ   มีโครงการเพชรน้ำหนึ่งให้ครูไปอยู่โฮมสเตย์ในต่างประเทศ 3 อาทิตย์เพื่อเรียนรู้ภาษาอังกฤษ/การอยู่ร่วมกัน/การทำงาน  แล้วกลับมาถ่ายทอด   มีการเผยแพร่ความรู้เรื่องอาเซียน

 

         ( เรื่องปรับฐานเงินเดือนข้าราชการครูฯเพิ่มขึ้นเป็นบัญชีเงินเดือนใหม่  กำลังส่งเข้า ครม.  ต้องรอบัญชีเงินเดือนใหม่ของครูก่อน )

 

         เดือน ก.ย.55 นี้จะมีข้าราชการครูรวม ผอ. เกษียณประมาณ 80 คน  ต้องรอ ค.พ.ร.คืนอัตราเกษียณมาให้ก่อนจึงจะบรรจุคนใหม่แทนได้ บางครั้งต้องรอเป็นปี จึงขาดครูช่วงหนึ่ง

 

         การเป็นครูต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงจะขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ ( ต่อทุก 5 ปี )

 

         กศน. ขาดครูสอนคนพิการ ซึ่งมีสเป็คเฉพาะ ( ปกติต้องวุฒิปริญญาโท หรือเคยสอน/ผ่านการอบรมมาก่อน ) และเราไม่มีตำแหน่งด้วย จึงทำในลักษณะเสริม แต่ก็มีผู้เรียนที่เป็นคนพิการมาก

 

         ครู กศน.ต้องศึกษาหาความรู้ให้ทันสมัย สอนให้ผู้เรียนมีความรู้จริง และเป็นแบบอย่างที่ดี คือหัวใจสำคัญของการเป็นครู
         ในฐานะที่เป็นครูสอนประชาชน ครูเองต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ต้องพัฒนาตัวเองให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมบ้านเมืองและสังคมโลก