GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พักยก ทำไมต้องพักยก ?

เพราะความที่ชอบดูตอน "ให้น้ำ" นักมวยในช่วงพักยกอยู่บ่อยๆ เลยอดนั่งคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า นักมวยในช่วงพักยกนี่ เขาคิด เขาทำอะไรอยู่หรือ... พี่เลี้ยงคอยให้น้ำ นวดเฟ้น พัดวี ให้สบายตัว ให้สบายใจ พร้อมๆ กับการที่ครูฝึกคอยเตือนสติกำชับกระบวนการสู้ชีวิตบนสังเวียนในยกต่อไป เหมือนกับว่าการพักของนักมวยเป็นการพักเพื่อให้ผ่อนคลายหายเหนื่อยไปพร้อมๆ กับ การเรียนรู้เพื่อก้าวต่อไป ก้าวต่อไปเพื่อชัยชนะ--ชัยชนะตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ระฆังหมดยก ระฆังพักยก 

ประสาคนไม่ชอบดูมวยตู้ นานๆ จะได้มีโอกาสนั่งดูกับพี่ๆ เพื่อนๆ  ดูทีไรก็รู้สึกขัดหูขัดตาเสียจริงกับคนเสื้อสีสดๆ ยืนคอยส่งสัญลักษณ์ที่ว่ากันว่าเป็นการบอกใบ้อัตราต่อรองสดๆ ชนิดเกาะข้างเวทีช็อตต่อช็อตทุกคราวที่กล้องแพนผ่านไป
จับคางบ้าง
กอดอกบ้าง
จับศอกบ้าง
จับกระดาษทำเป็นพัดวีบ้าง
ฯลฯ

ผมละชอบดูที่สุดตอนที่เขาพักยก
สัญญาณระฆังพักยกทีไร เป็นต้องคอยลุ้นว่าจะมีภาพหลุดๆ อย่างไรให้ได้ดูชม เป็นภาพชนิดเก็บตก สะเก็ดข่าวเสียจริงๆ

เพราะความที่ชอบดูตอน "ให้น้ำ" นักมวยในช่วงพักยกอยู่บ่อยๆ เลยอดนั่งคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า นักมวยในช่วงพักยกนี่ เขาคิด เขาทำอะไรอยู่หรือ... พี่เลี้ยงคอยให้น้ำ นวดเฟ้น พัดวี ให้สบายตัว ให้สบายใจ พร้อมๆ กับการที่ครูฝึกคอยเตือนสติกำชับกระบวนการสู้ชีวิตบนสังเวียนในยกต่อไป เหมือนกับว่าการพักของนักมวยเป็นการพักเพื่อให้ผ่อนคลายหายเหนื่อยไปพร้อมๆ กับ การเรียนรู้เพื่อก้าวต่อไป ก้าวต่อไปเพื่อชัยชนะ--ชัยชนะตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

บล็อกนี้ใจประสงค์ผมอยากให้เป็นอย่างนั้น
เป็นอย่างที่นักมวยเขาเป็นกัน เป็นการพักยกเพื่อให้น้ำ เพื่อผ่อนคลาย ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้เพื่อที่จะก้าวต่อไป ตามรอยของเหล่านักสู้ผู้ยิ่งใหญ่...

สถานสงเคราะห์เย็นวันนี้ : มุมมองจากภายนอก
ภาพ1 สถานสงเคราะห์สไตล์รีสอร์ทเย็นวันนี้ : มุมมองจากภายนอก

 พักยกชีวิตงาน เพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตส่วนที่เหลือ

การพักยกของผม จะว่าไปแล้วเป็นการหาเหตุเสียละมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับนักมวยยอดนักสู้

เป็นการหาเหตุเพื่อให้ได้พักผ่อน ได้ผ่อนคลายตามแต่ใจ ตามแต่อารมณ์ ตามแต่สถานการณ์จะพาไป

หลายจังหวะอาจพักยกได้ด้วยการเดินชมรอบ--วิ่งชม--ปั่นจักรยานชม รอบๆ สถานสงเคราะห์ หรือเตลิดไปจนถึงอำเภอจนกลายเป็นเรื่องปกติเสียแล้วสำหรับคนแถวนี้

ลำดวนข้างอาคารสำนักงาน เย็นวันนี้
ภาพ 2 ลำดวนป่า ข้างอาคารสำนักงาน เย็นวันนี้

หลายจังหวะเดินเข้าป่าชุมชน ปั่นจักรยานเข้าซอยชุมชนต่างๆ เพื่อคุยกับชาวบ้าน ชาวชนบท เรื่องต้นไม้ เรื่องพันธุ์พืช เรื่องชีวิต เรื่องเรือกสวน เรื่องไร่นา เรื่องลูกเขย เรื่องลูกสะใภ้ และเรื่องนักกานเมือง--เป็นนักกานเมืองอย่างที่ "ลาว  คำหอม" ว่าไว้

เขาพระวิหาร 11 กันยา 49 : อ้วนเกินกว่าที่โชว์
ภาพ 3 เขาพระวิหาร 9 กันยา 49 : อ้วนเกินกว่า เกินกว่าจะแขม่วท้องถ่ายรูป

หลายจังหวะก็อาจมีโอกาสได้เปิดหู เปิดตา ด้วยการเป็นอนุจร ติดสอยห้อยตามพี่ๆ น้องๆ ผู้ใหญ่ ไปที่ไหนๆ บ้าง

แม้กระทั่ง การนั่งจ่อม นอนจ่อม อยู่ในห้องเพื่อพิจารณาทบทวน เพื่อโทรศัพท์หาแม่ หาแม่ชี หาพระสงฆ์ สามเณร หรือผองเพื่อน ก็ล้วนแต่เป็นรูปแบบของการพักยกแทบทั้งสิ้น

พยายามเหลือเกิน ที่จะให้การพักยกของชีวิต ได้สักครึ่งหนึ่งของนักมวยยอดนักสู้
พยายามเหลือเกิน ที่จะให้การพักยกการงาน ได้สักครึ่งหนึ่งของนักมวยยอดนักสู้

เป็นการพักยกเพื่อให้ผ่อนคลาย เพื่อให้ได้เรียนรู้
เป็นการผ่อนคลาย เป็นการเรียนรู้ เพื่อลุกขึ้นสู้ในสังเวียนต่อไป
ไม่ใช่สังเวียนผ้าใบ แต่เป็นสังเวียนอะไรก็ไม่รู้

ผู้ใหญ่ที่นับถือ สอนไว้แต่เด็กว่า
เราทำงานกับความ ต่อสู้กับความ
เราไม่ได้ทำงานกับคน ไม่ได้ต่อสู้กับคน

สังเวียนของความ เหมือนว่าจะกว้างขวางกว่า และยุ่งยากกว่าสังเวียนของคน

ผมไม่รู้ว่าผมจะชนะหรือไม่
ผมไม่รู้ว่าผมจะพักยกบ่อยสักแค่ไหน
ผมไม่รู้ว่ารูปแบบการพักยกของผมจะแปรเปลี่ยนไปตามวัย ตามสภาพสังคม หรืออะไรอื่นอีกที่เป็นตัวแปรต่อรูปแบบการพักยกของผม

อย่างไรก็ตามแต่

 

กองเชียร์และพี่เลี้ยง

ยังจำเป็นสำหรับผม
ยังจำเป็นสำหรับนักมวยอยู่เสมอครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 49566
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 17
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (17)

     มาเชียร์ครับ ให้ด้วยใจก็แล้วกัน

ภาพสุดท้ายตกใจกลัวค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ

มาแล้วคะ...

หายหน้าหายตาไปนานเลยนะคะ...

กะปุ๋มมีเรื่องเล่าที่จิตเวช...จะเล่าให้คุณมงคลฟัง..

แต่..ก็มองซ้ายแลขวาหาตัวคนไม่เจอเลยคะ...อิอิ

*^__^*

กะปุ๋ม

พี่ ชายขอบ ครับ

ผมละปลื้มใจเป็นที่สุด ที่ให้เกียรติแวะเข้ามาในบ้านใหญ่ของผม--และของใครๆ

ปลื้มใจพอๆ กับเมื่อครั้งแรกที่คุณ Ka-Poom เข้ามาเยี่ยมเยียน

ปลื้มเพราะเหตุว่า ทั้งพี่ ทั้งคุณ เป็นแหล่งที่ผมเข้าไปโฉบ ความรู้อยู่เสมอๆ ครับ เป็นการโฉบแบบแมวขโมย โฉบแบบไม่ทิ้งร่องรอยครับ

ในส่วนของพี่ มักจะถูกโฉบในด้านมุมมองของระบบ ของกระบวนการสาธารณสุข และชุมชน
ในส่วนของคุณ มักจะโฉบเอาวาบความคิด ผลึกวิชาการที่ย่อยแล้วทางจิตเวช

ขอบคุณ พี่ ชายขอบ มากๆ ครับ

คุณมงคล หายไปนานนะ..

มาติดตามอ่านเรื่อยๆครับ...ให้กำลังใจครับ

บางที...ผมอาจต้องพักยกบ้างเหมือนกันครับ 

ขอบคุณมากครับ อาจารย์สิริพร กุ่ยกระโทก 

อาจารย์ทำให้ผมทึ่งนะครับ กับการเขียนบันทึกวันละ 1.8 บันทึก

สิ่งที่ผมตกแล้วตกอีก ในชีวิตมี 2 อย่างคือ

  1. การบันทึกประจำวัน ทำไม่ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ซื้อไดอารี่เกือบทุกปีก็ตาม กลายเป็นว่าซื้อเพื่อสะสมเสียละมากกว่าโดยเฉพาะสมุดบันทึกนิทานของมูลนิธิเด็ก  ยอมรับละว่าบันทึกไม่ได้ทุกวัน บันทึกเฉพาะที่สะดุดเสียละมากกว่าครับ
  2. การบันทึก/การทำบัญชีค่าใช้จ่าย  มักจะทำได้ตอนเงินจะหมด หรือหมดแล้วละมากกว่า

ขอบคุณอาจารย์มากๆ ครับ ที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมเยียน
ขออภัยอาจารย์มากๆ ครับ ที่ทำให้ตกใจ (ฮา)

ขอบคุณ คุณKa-Poom  มากๆ ครับ

ผมแวะเวียนเข้าไปอ่านอยู่เสมอครับเรื่องเล่าจิตเวชในบล็อกนั้น

ที่ห่างหายไป เพราะเหตุงานเร่งเร้าครับ มิได้หายไปไหน เรื่องราวในส่วนที่หายไป ถูกบันทึกไว้ในรูปของการตอบคำถามของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ใน ถาม มงคล ยะภักดี 

หายไปกับภารกิจยุ่งเหยิงตามโครงการคืนผู้ใช้บริการสู่ครอบครัวและชุมชน

เหนื่อยล้าแต่ก็คุ้มครับ

คุ้มที่จีบทีมจิตเวชชุมชนของโรงพยาบาลขุขันธ์เกือบทั้งคณะ ได้แล้ว
คุ้มที่จีบพระเอกหน้าหวานนักวิชการสาธารณสุขคนเก่ง แห่ง สสอ. ขุขันธ์ ได้แล้ว
คุ้มที่จีบ
คุ้มที่จีบรองสารวัตรปราบปรามฯ คนเก่ง โคตรๆ ตงฉิน แห่ง สภต.ปรือใหญ่ได้แล้ว
คุ้มที่ ฯลฯ

เหลือก็แต่จะวิ่งละครับ สำหรับปีงบประมาณหน้า

วิ่งภายใต้ข้อจำกัดว่า ผมมีทีมงาน 17 คน + ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์อีก 1
ทั้งหมดเป็นข้าราชการ 4 คน ลูกจ้างอีก 14 คน (ไม่รู้ว่าสิ้นปีงบประมาณนี้จะมีใครหลุดไปเพราะไม่มีเงินจ้างต่ออีกหรือไม่)

วิ่งภายใต้ข้อจำกัดว่าทั้งหมด มีบุคลากรที่จบปริญญาตรี 2 คน สูงกว่า 1 คน ไม่จบ ป.6 ก็หลายคน

แต่ย้ำทุกคนทำงานด้วยใจ ทำได้ทุกอย่างที่ผมต้องการ

แต่โครงการนี้ก็ทำให้ผมพลาดไปเหมือนกัน

ผมพลาดที่ทำให้พี่ๆ 2 คน ร้องไห้ เสียน้ำตา
เสียน้ำตา เพราะโดนนักสังคมฯดุ

ใครบางคนเอาไปต่อว่าในคำถาม ให้ผม รักษาใจ

ขอบคุณ คุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร มากๆ ครับ

ผมหายไปก็คงแต่ตัวอักษรมังครับ เพราะยังคงเข้ามาแวะเวียนอ่านอยู่เสมอๆ ในช่วงที่ห่างหาย

ผมละนิสัยเสียอย่างนึง ถ้าหงุดหงิด หรือเครียดเสียแล้วละก็จะไม่ค่อยอยากเขียน เขียนไม่ค่อยได้ เล่าเรื่องไม่ค่อยได้ ต้องรอสักพัก รอให้ยักษ์ใจร้าย ยักษ์เกเร ออกจากร่างไปเสียก่อนถึงจะเล่าได้ ลำดับเหตุการณ์ได้ จะทำได้ก็แต่ในส่วนของการตอบคำถาม ในส่วนของ ถาม มงคล ยะภักดี 

ผมไม่ได้พักยก ไปพักผ่อนที่ไหนหรอกครับนับแต่มาอยู่ที่นี่

ไปเขาพระวิหาร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ไปเพราะเหตุแห่งความเป็นเจ้าภาพ ทำให้ต้องกลายเป็นอนุจร ติดสอย ห้อยตามแขกที่มาจากกรมฯ มาจากสถานสงเคราะห์เมืองกรุงฯ นำชม-- เป็นการนำชมครั้งแรกร่วมกับแขก

ผมว่าคุณ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร เอง ณ ตอนนี้ ก็คงพักยกอย่างที่นักมวยเขาพักกันอยู่แล้วมังครับ

พักระยะสั้นๆ ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ ชีวิตและงาน

ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ครับ
รู้สึกได้จากบ้นทึกของคุณ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

เป็นบันทึกว่าด้วย ชีวิตและการเรียนรู้เรื่องเมืองปาย โดยแท้ ครับ

ขอบคุณ คุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร  ด้วยใจจริงครับ

คุณมงคลคะ...

นักสังคมสงเคราะห์ท่านนี้..ดูทีเป็นผู้มีระบบระเบียบ...จัดระบบกระบวนการคิด...และดูท่าเอาจริงเอาจัง...กับการทุ่มเท...ในงานและชีวิต...

...

แต่อย่างไรก็ตาม กะปุ๋มก็ยังแอบบเห็นอารมณ์แห่งความละมุนละไมซ่อนอยู่ภายใต้..ความเอาจริงที่กล้าแกร่งนั้น...

...

อย่าดุมากนะคะ...หากกะปุ๋มโดนก็คงน้ำตาร่วงเหมือนพี่เขาแหละคะ...

*^__^*

กะปุ๋ม

Note: ขออภัยนะคะ...ที่แอบวิเคราะห์ *^__^*

ตั้งใจจะแวะมาอีกครั้ง สวนทางกับที่คุณมงคล ตอบสวนทางพอดี

ครั้งแรก...เลยนะครั้งแรกที่ผมอ่านบันทึกคุณมงคล ผมรู้สึกมีกำลังใจกับการทำงานเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องมันจุดประกายให้ผมต้อง อดทน และมีความสุขกับกับงานที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น...(หลายครั้งที่ทดท้อนะครับ)

ผมถึงบอกในบันทึกก่อนๆโน้น..ว่าหากผมได้ร่วมเรียนรู้อะไรได้ จะเป็นเกียรติสำหรับผมเป็นอย่างยิ่ง

ผมมีเพื่อนที่ศรีษะเกษ ครับ ก็เลยถามเขาว่า สถานสงเคราะห์ฯ ที่ว่า นี่ อยู่ตรงไหน...เพื่อนเขาบอกว่าก็ไม่ไกลจากตัวจังหวัดเท่าไหร่นะครับ

ผมกำลังวางแผนว่า ผมเขียนหนังสือ เสร็จ(ต้นฉบับ) คงจะได้มีโอกาสไปที่นั่น ผมตั้งใจจะไปพักผ่อนแถบๆอุบลราชธานีด้วยครับ เคยไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้ไปไหนเลย

คร้ังนี้ตั้งเป็นโครงการอีกครั้ง...หากไม่มีอะไร ต้องมาทำให้เป็นโรคเลื่อนไปก่อน

นี่คงเป็น การ"พักยก" จริงๆ ของผม

ผมให้กำลังใจคุณ...นะครับ กับภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกผม

คำว่า  พักยก  ครูอ้อยใช้บ่อยมากค่ะ  และเคยคิดเหมือนกันว่าจะนำมาเขียน  มัวแต่ช้าอยู่

ขอบคุณมากค่ะ  ที่เข้ามาอ่านบันทึก วันละ 1.8  อิอิ

ที่ทำนั้น  ไม่มีจุดมุ่งหวังให้ทึ่งหรอกค่ะ  อิอิ

เพราะจะทำรายงานการทำงาน(ใกล้ การพิจารณา) อิอิ พูดเล่น

คุณจตุพร  กล่าวถูกใจมากเลยค่ะ  การทำงานต้องอดทน  และมีความสุขกับการทำงานค่ะ

ขอบคุณค่ะ  บันทึกนี้มีประโยชน์  สนุกค่ะ  สวัสดีค่ะ

นึกขึ้นมาได้เคยเขียนบันทึกเกี่ยวกับการพักแล้วลุกขึ้นมาใหม่  ทำนองพักยกนี้ล่ะค่ะ  เรียนเชิญอ่านที่นี่ค่ะ 

ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้  สวัสดีค่ะ

ตามมาเป็นกองเชียร์...ข้างสนาม

ขอให้ประสบความสำเร็จ...ตามความคาดหวัง

สู้ๆค่ะ..

เป็นกำลังใจให้พี่ สู้สู้ ๆๆๆๆ เหนื่อยก็พัก ฟังเพลงเบา ๆอยู่กับธรรมชาติ สายลม และแสงแดด ยังโชคดีกว่าใครๆๆที่อยู่ในเมือง  นะต้องเจอสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี แถบที่ทำงานไม่น่าอยู่ อันนี้ก็ต้องคิดหนักหน่อย เราทำงานเพื่อสังคม สู้สู้ๆๆเฮ้

ขอบคุณ คุณจตุพร มากๆ ครับ

ขอบคุณจนพูดไม่ออก อ่านกลับไป กลับมาก็หลายรอบ
ยินดี ครับ ยินดี ยินดียิ่งเลยครับ
โดยเฉพาะช่วงนี้ ช่วงที่พี่ๆ น้องๆ ผมเริ่มมีอาการท้อแท้ เหนื่อยล้าบ้างแล้ว...

สักพัก ครับ
รอให้ผมคิดอะไรเป็นรูปเป็นร่างก่อน
รอให้คุณจตุพร  เสร็จภารกิจงานเอกสารก่อน

คงได้ขอคำแนะนำ แน่นอนครับ

คุณ น้องเอง

อ่านแล้วอ่านอีก สำนวนนี้
สรรพนามแบบนี้

เป็นน้องสาวสุดที่เลิฝ แห่ง "องค์กรแห่งการขับเคลื่อน"
สำนักงานน่ารักๆ สไตล์บ้านกลางสวน พหลโยธิน 22
ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือเปล่าน้อ

ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยยิ่ง

อ้าย

พักยก...มองสายฝน

จะได้สดชื่น