อ้างอิงความหมายของ "เทคโนโลยีการศึกษา" ตามบทความนี้ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/495457 อาจกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีการศึกษาเกียวข้องกับ
- การเป็นระบบ
- การพัฒนาและประยุกต์
- เทคนิคและอุปกรณ์
- การสร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้ของคนให้ดียิ่งขึ้น
ถ้าเช่นนั้นเราก็อาจจะมองได้ปัญหาเทคโนโลยีการศึกษาน่าจะเป็นปัญหาเรื่อง
1. ปัญหาการทำงานไม่เป็นระบบหรือไม่สามารถสร้างระบบได้
2. ไม่สามารถพัฒนาและการประยุกต์เทคโนโลยีที่มีอยู่ได้
3. ปัญหาเรื่องทางเทคนิคและอุปกรณ์
4. ไม่สามารถนำมาเทคโนโลยีมาเสริมกระบวนการเรียนรู้ได้
ผมลองให้คนที่ผมรู้จักหลับตาแล้วให้บอกว่าภาพแรกที่เห็นหลังจากพูดคำว่า "เทคโนโลยี" คืออะไร ทุกคนตอบว่า "คอมพิวเตอร์" นี่แสดงว่าเราได้ผูก "คอมพิวเตอร์" เข้ากับ "เทคโนโลยี" กันแล้ว
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเวลาเราคุยกันเรื่องเทคโนโลยีก็จะต้องไม่พ้นเรื่อง "คอมพิวเตอร์" "internet" "application" "software" กัน หากเราทำการทดลองเดียวกันในสถานที่ที่ยังไม่มีสิ่งเหล่านี้
เราอาจจะได้คำตอบที่แตกต่างออกไป ขึ้นกับว่าเขาผูกเข้ากับอะไร
ผมไม่ใช่นักวิชาการการศึกษาแต่เป็นคนทำงานด้าน IT มีโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยนและค้าขายกับครูและสถานศึกษามาบ้าง ก็คงหนีไม่พ้นจะได้คุยกันเรื่อง "เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา" กัน
ช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาได้มีครูหลายท่านมาคุยกับผม ขอคำแนะนำ เรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารเพื่อจะนำไปสร้างแผนพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาของโรงเรียน หัวเรื่องที่ได้รับการหยิบยกมาคุยมากที่สุดคือการใช้ระบบ Video On Demand และ Web Conference ตัวอย่างประโยคที่ผมได้สนทนาผ่านทาง email และโทรศัพท์
"ทำไมครูถึงอยากได้ ระบบ Web Conference ครับ" ผมถาม
ตัวอย่างที่ 1. "เพราะครูที่เก่ง ๆ มีหลายคน แต่เขาอยู่ไกลครับ ระบบนี้น่าจะช่วยให้ครูที่เก่ง ๆ แต่อยู่ไกล ได้มาสอนลูกศิษย์ผมบ้าง"
ตัวอย่างที่ 2 "เพราะมีศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ แต่ไปอยู่ที่ห่างไกล ระบบนี้น่าจะทำให้ศิษย์เก่ามาเล่าเรื่องราวที่กระตุ้นให้ลูกศิษย์ผมเกิดความมุมานะได้...."
ตัวอย่างที่ 3 "ผมอยากให้ลูกศิษย์ผมได้มีโอกาสแสดงผลงานทางวิทยาศตร์ เพราะการเดินทางไปแสดงผลที่กรุงเทพ ฯ มีค่าใช่จ่ายเยอะมาก..."
ตัวอย่างที่ 4 "โรงเรียนของเราห่างไกลครับ ครูเข้าไปสอนแล้วก็ไม่ต้องไปไหน ต้องรอปิดเทอมถึงจะออกมาได้ นี่ถ้าเกิดเป็นอะไรไปก็ลำบากมาก ระบบนี้น่าจะช่วยให้เราติดต่อกับโลกภายนอกได้..."
ตัวอย่างที่ 5 "ผมต้องเดินทางสอนหลายที่ครับ อายุก็เริ่มมากแล้ว มีระบบนี้มาช่วยน่าจะทำให้ผมเดินทางน้อยลง..."
ขอเรียนให้ทราบว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกนำไปต่อยอดจนกลายเป็นระบบที่ทำงานได้จริงสักระบบครับ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ราคาของซอฟต์แวร์ครับ เพราะระบบนี้ผมตั้งใจมอบให้กับโรงเรียนเหล่านี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
ปัญหาเรื่องระบบระบบสื่อสาร internet ก็ไม่ใช่ เพราะโรงเรียนเหล่านี้เราได้สำรวจมาแล้วครับ บางแห่งมี bandwidth ดีกว่าใน กทม. เสียอีก
การไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ Hardware ก็ไม่ใช่ เพราะผลจาก CSR ขององค์กรเอกชนทำให้โรงเรียนได้มีคอมพิวเตอร์ใช้งานเยอะแยะแล้ว
เหตุผลที่ได้มาคือ
"ไม่มีผู้สนับสนุนผมครับ..."
"ผมทำคนเดียว เหนื่อยมาก งานในหน้าที่ก็เยอะอยู่แล้ว..."
"ผมไม่ทราบว่าจะเริ่มตรงไหนดี ไม่มีคนยอมรับความคิดนี้เลย .... "
"มีตัวอย่างที่ทำที่อื่นไหม ผมจะได้เอาไปอ้างอิงได้...."
จากตัวอย่างคำตอบเหล่านี้ทำให้ผมมองว่า "ปัญหาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา" คือ "ความไม่สามารถสร้างระบบใหม่ ๆ ขึ้นมาได้" ครูหลายท่านที่มาพูดคุยกับผม มีวิสัยทัศน์ ความเข้าใจและมองการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านเหล่านี้จะมองเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีว่ามากเพียงใด
ในแต่ละวันคนเรามีหลายหน้าที่กันใช่ไหมครับ ถ้าชีวิตเราสมดุลย์แล้วเราก็ไม่อยากจะให้มีอะไรมากระทบโดยไม่จำเป็น การนำเอาเรื่องใหม่เข้ามาในวงจรชีวิตหรือวงจรการทำงานย่อมหมายถึงมี "การเปลี่ยนแปลง" ถ้าคนในองค์กรพร้อมจะเปลี่ยนก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าไม่พร้อมก็ย่อมต่อต้านแม้ว่า "การเปลี่ยนแปลง" นั้นจะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม (จะว่าไปตัววัดของคำว่า "ดี" แต่ละคนก็อาจไม่เหมือนกัน) ดังนั้นการนำเอาสิ่งใหม่เข้าไปในระบบโดยไม่มีแผนการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีปัญหา แต่หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเขาเห็นว่าคุ้มค่าหรือมีการจูงใจมากพอก็คงจะเป็นไปด้วยดี
การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสังคมเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสังคม หากสองสิ่งนี้สอดคล้องกันการเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นแน่นอนและเป็นไปด้วยดี เช่น Facebook ได้กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการติดตามเรื่องราวของคนรู้จักผ่าน Internet หากเอาเรื่องนี้ไปบอกคนที่มีอายุสัก 45 ปีขึ้นไปว่าต่อไปนี้ท่านไม่ต้องโทรศัพท์หรือว่าเดินทางไปหาเพื่อนหรือญาติอีกแล้ว ใช้ Facebook แทน ท่านคงจะบอกว่า "ไม่เห็นเข้าท่าเลย ทำไมฉันต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อติดตามเรื่องของเพื่อนฉันผ่าน Facebook ด้วย" ก็เป็นได้ นี่ไม่ได้หมายความว่าท่านเป็นคนล้าสมัย แต่ท่านไม่เห็นว่ามันจำเป็นต่างหาก แต่หากการเป็นว่า ญาติท่านอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถโทรศัทพ์หรือ
เดินทางไปหาได้ ท่านก็คงต้องใช้ Facebook เพื่อติดต่อกับญาติเป็นแน่ เพราะมันจำเป็น และคุ้มค่า (เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อต้นปี พ.ศ. 2553)
เทคโนโลยีการศึกษานั้นคงไม่ได้มุ่งไปที่ผู้สอนอย่างเดียว ผู้เรียน ผู้ปกครอง และผู้สนับสนุนอื่น ๆ ก็ต้องเกี่ยวข้องด้วย ดั้งนั้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นก็ต้องเป็นไปด้วยกันทั้งระบบเช่นกัน
กล่าวโดยสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมทำให้มองว่า "ปัญหาเทคโนโลยีการศึกษา" นั้นคงไม่ใช่อยู่ที่ว่าไม่มีอุปกรณ์ ไม่ใช่ว่าครูไม่รับเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ว่า การไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมยังไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้ ทั้งนี้ความพร้อมหรือพฤติกรรมนั้นต้องเป็นทั้งผู้เรียน ผู้สอนและผู้เกียวข้องอื่น ๆ ด้วย
ขอบคุณที่สละเวลาอ่าน ครับ
ผู้เรียน ผู้สอน ผู้บริหาร ระบบการจัดการ ระบบบริหาร ระบบIT ชุมชน สิ่งที่กล่าวมามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดนะคะ
ขอบคุณ บทความดีดีนี้นะคะ