ในโชคร้ายมักมีสิ่งดีแฝงอยู่ คอยเวลาให้ผล...

ตอนทำงานใหม่ๆ ต้องฝึกงานโดยมีรุ่นพี่ประกบสอนงาน

เพื่อนรุ่นเดียวกันมีหลายคน ต่างลุ้นระทึกว่าจะเจอพี่คนไหน

บางคนโชคดี เจอพี่ใจดี ไม่ดุ ดูแลสอนงาน ปกป้องยามที่ทำผิดพลาด

บางคนโชคไม่ดี เจอพี่ดุ หน้าบึ้ง ไม่ค่อยสอน และไม่ปกป้องยามผิดพลาด

 

เพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกันชอบมาจับกลุ่มคุยกัน ซึ่งก็ไม่พ้นประเด็น "พี่ที่เป็นคนสอนงานให้เรา"

 

ฉันมักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็น "คนโชคดี"

 พี่คนแรกที่ฝึกงานด้วย เป็นคนใจดี พูดเพราะ ขยันเป็นที่สุด น้องทำอะไรไม่ทัน ก็จะกุลีกุจอช่วยจนงานลุล่วงไปด้วยดี

เพื่อนๆบอกว่าฉันมักจะโชคดีที่ไ้ด้พบคนดีๆ

แต่...พี่คนนี้่ลาออกไปหลังฉันฝึกงานด้วยเพียง 3 เดือน

เรื่องร้ายมักตามหลังโชคดีมาติดๆ...

 

พี่คนที่สอง เป็นคนทำงานเก่ง ไม่ช่างพูดช่างสอน หากทำผิดก็จะตำหนิตรงๆ ไม่เคยมีคำชื่นชม พี่บอกว่าฉันไม่เหมาะกับงานนี้เลย เพราะเป็นคุณหนู เหยาะแหยะ เหยียบขึ้ไก่ไม่ฟ่อ  T_T (แรงนะนี่)

ฉันและเพื่อนๆ บอกว่า...โชคร้ายอย่างแรง ที่เจอพี่คนนี้ (ใช้คำแย่กว่านี้มาก)

ฉันฝึกงานกับพี่คนที่สองนี้เกือบปี

ทำงานไปทุกข์ไป ปวดท้องไป อยากลาออกจากงานหลายครั้ง

แต่อดทนเพราะทิฏฐิ ไม่อยากให้ใครดูถูก...ว่าทำงานนี้ไม่ได้

 

วันหนึ่งพี่เดินเข้ามาบอกว่า...พี่จะเออรี่รีไทร์แล้วนะ อยากคุยด้วย...

ฉันก็ลิงโลดดีใจ สีหน้าคงปกปิดไม่ได้

พี่บอกเรียบๆว่า "เธอทำงานใช้ได้แล้ว แต่ยังไม่ละเอียดรอบคอบ ขอให้ปรับปรุงตัว ตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้... ต่อไปเธอจะเป็นคนเก่งคนดีของหน่วยงาน"

 

ฟังแล้วพูดไม่ออก ไม่แน่ใจว่าพี่ตำหนิหรือชม (ฮาาาาา)

 

ผ่านมาหลายปี...

เมื่อไตร่ตรองอีกครั้ง ฉันพบว่าหลักการ วิธีการทำงานที่ฉันใช้ ล้วนมาจากพี่คนที่สองนี้เกือบทั้งหมด

ฉันได้ความรู้และทักษะการทำงานจากคนที่ชอบตำหนิ จับผิด และไม่เคยชมฉันเลย

ในโชคร้ายมักมีสิ่งดี ๆ แฝงอยู่ คอยเวลาให้ผล...

 

ในโลกของการทำงานหรือโลกเสมือน/โลกออนไลน์ ก็ไม่ต่างกัน

เคยรู้สึกรำคาญใจเล็กๆ กับคนที่ชอบมาคอยคอมเม้นท์โน่นนี่ ไม่เห็นด้วยอย่างนี้อย่างนั้น (อ้าว...แล้วมาอ่านทำไม) ทักท้วงที่ผิดตรงนี้ตรงนั้น ...ฯลฯ

คิดในใจ... จะมากวนใจอะไรกับฉันมากมายเนี่ย ดูแต่ของตัวเองดีกว่าไหมนะ อย่ามายุ่งกับฉัน...ไปทำอะไรโกรธเคืองใจกันมาแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้ ...@#*+@-%#@...

 

เวลาผ่านไป...

ฉันก็ มาพบอีกว่า ฉันละเอียดลออ ระมัดระวัง ไตร่ตรองมากขึ้นก่อนจะคิดเขียนอะไร แม้จะยังตกๆหล่นๆ เลินเล่อตามนิสัยเดิม (ฮาๆๆๆ) แต่ก็น่าจะน้อยลงกว่าเดิมแล้ว

 

วันนี้รู้สึกว่า...

ไม่ว่าจะโชคดีที่ได้พบ "ครูใจดี" หรือ โชคร้ายที่ได้พบ "ครูใจร้าย/ครูดุ" 

ก็ควรรู้สึก "ขอบคุณ" ทั้งนั้น

 

พบครูใจดี ถือว่าโชคดี เพราะไม่ถูกดุว่าให้ระคายเคืองใจ แต่ให้บทเรียนด้วยความรักความเมตตา 

พบครูใจร้าย/ครูดุ ถือว่าโชคดี...อีกเหมือนกัน

เพราะ แม้ดุว่า ก็เพราะเขามีจิตเมตตาอยากให้เราทำให้ถูกให้ดี ไม่เช่นนั้นจะมาคอยตรวจตราหาที่ผิดและคอยชี้บอกเราทำไมให้เหนือยใจ ปล่อยไปเฉยๆื สบายกว่ากันเยอะเลย...

 

ฉันตกลงใจ เมื่อมีโอกาสได้เป็น "ครู"

ได้เป็นพี่ที่ต้องฝึกงานให้น้องหรือต้องสอนหนังสือให้นักศึกษา

ฉันจะเป็นพี่คนที่สองในคราบของพี่คนแรก

นั่น คือ ให้วิธีการ/ทักษะในการทำงานที่ถูกต้องเข้มข้น โดยไม่ดุว่าแต่หาช่วงจังหวะที่เหมาะสมในการจะบอกจะตักเตือนด้วยใจที่เมตตา และไม่อคติ

ซึ่งต้องยอมสารภาพว่า...การจะทำให้ได้ดังที่ตั้งใจไว้นั้น

ยากจริงๆๆๆๆๆๆและต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวด....

แต่แม้จะยาก ฉันก็ตั้งใจจะทำดังที่ตั้งใจไว้ เพื่อขอบคุณ "ครู" ทุกคนในชีวิตที่ผ่านมา


 ด้วยจิตนอบน้อมและขอบคุณ