ในระหว่างไปพบปะและทำการพบปะกันให้เป็นเวทีกระบวนการเล็กๆสำหรับถอดบทเรียนทบทวนประสบการณ์ย้อนหลัง ๑๐ กว่าปี ของชีวิตและการทำงาน รวมทั้งเป็นเวทีเสริมทฤษฎีวิชาการ ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา ในการเชื่อมโยงกิจกรรมการพัฒนาชีวิตด้านในให้ผสมผสานกับการทำงานเชิงสังคม การดำเนินชีวิต และการประกอบสัมมาชีพในสาขาต่างๆ ของกลุ่มคนกันเองกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเคยทำกิจกรรมชมรมชีวเกษมด้วยกัน เพื่อเรียนรู้ชีวิตและได้หมั่นพัฒนาตนเองไปด้วยอยู่เสมอ
ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมที่มองไปยังอนาคต และอยู่กับการปฏิบัติเจริญสติภาวนา เพื่อฝึกฝนกล่อมเกลา เตรียมตนเอง สำหรับการออกไปดำเนินชีวิตและทำการงานให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและมีความสมดุลกับการพัฒนาชีวิตด้านใน เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ ๓๐ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม อำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรี
ในวาระเดียวกันนี้ บี สินีย์ โชติบริบูรณ์ จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้หอบหิ้วถุงใส่ไหลบัวและเหง้าบัว ซึ่งเป็นบัวฉัตรแดงติดมือไปด้วย โดยบอกว่าเป็นของฝากไปถึงพี่ปรีชา ก้อนทองและผมจากผู้ใหญ่อาภรณ์ ช้อยประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๓ บ้านศาลาดิน ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
ผมแบ่งไหลและเหง้าบัวออกเป็นสองส่วน แล้วช่วยกันกับพี่วริชฌิตา ปลั่งสำราญ หรือพี่อ้วน กับพี่ปรีชา ก้อนทอง ปลูกลงในสระน้ำลูกหนึ่งของศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรม บัวที่ผู้ใหญ่ให้บีนำไปฝากกันนี้เป็นบัวฉัตรแดงหรือบัวสัตตบงกช เป็นบัวที่มีกลีบสวยงามหลายชั้น และได้ชื่อว่าเป็นบัวที่บานขึ้น ๗ ดอก บูชาและรองรับบุคลาธิษฐานการเดิน ๗ ก้าว ณ ปฐมกาลของสิทธัตถกุมาร ชาวบ้านบางแห่งปลูกไว้ในบ้านเพื่อเป็นปฏิบัติบูชา นำไปไหว้พระ และบูชาพระ จึงเป็นของฝากให้กันที่มีความหมายและเป็นมงคลมากในคติความเชื่อของชาวบ้าน
ผมต้องค่อยๆคลี่ไหลบัวและเหง้าบัวที่ม้วนในแต่ละเหง้าเป็นวงใส่รวมกันอย่างประนีตบรรจง บัวแต่ละไหลมีหลายเหง้า และคัดสรรแต่ไหลและเหง้าที่อยู่ในสภาพแตกหน่อและใบอ่อน หากใครได้เคยงมไหลบัวในโคลน เมื่อได้เห็นแล้วก็จะซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดหาและสภาพที่เห็นดังกล่าวนี้ บ่งบอกถึงการที่ต้องอดทน เหนื่อยยาก พิถีพิถัน และค่อยๆคลำไปใต้ดินโคลนเพื่อยกไหลและเหง้าบัวขึ้นมาให้ได้เป็นชุดแต่ละขุด จากนั้น คนหิ้วไปฝากก็ต้องใส่น้ำหล่อเลี้ยงเล็กน้อย หิ้วประคับประคองเดินทางไปฝากกันไกลกว่า ๓๐๐ กิโลเมตร
ผมต้องคลี่ออกและค่อยๆดำเหง้ากับไหลบัวให้ทอดลงไปในดินโคลนใต้ก้นสระทีละหน่อของทั้งไหล ไหลหนึ่งก็จะมีหน่ออ่อน ๒-๓ หน่อ ห่างกันหน่อละ ๑-๒ ฟุต ค่อยปลูกดำไปทีละไหลๆ ด้วยเช่นกัน
ผู้ใหญ่อาภรณ์ ช้อยประเสริฐ ผู้งมไหลและเหง้าบัวฝากบีให้ไปฝากกันอีกต่อหนึ่งนี้ เป็นผู้ใหญ่บ้านหญิงคนหนึ่งของชุมชนในท้องถิ่นพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ใหญ่บ้านตัวอย่าง และเป็นผู้นำการพัฒนา สร้างสุขภาวะชุมชนในแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชาวบ้านและเป็นแหล่งถ่ายทอดบทเรียนให้กับชุมชนต่างๆทั้งในท้องถิ่นและทั่วประเทศในหลายด้าน
ผู้ใหญ่และญาติๆทำนาบัวและไร่นาสวนผสม พร้อมกับเลี้ยงปลาในนาบัว และร่วมกันริเริ่มพัฒนารูปแบบต่างๆในการจัดการธุรกิจชุมชน เช่น ทำกิจการจัดท่องเที่ยวนาบัวและเรียนรู้ชุมชน พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน กระตุ้นส่งเสริมให้เกิดกระบวนการทำอยู่ทำกินของชาวบ้านให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นตามมาอีกหลายอย่าง
ผมเคยพาทีมอาจารย์ผู้ใหญ่และเป็นครูแพทย์อาวุโสจากโรงเรียนแพทย์ของเนปาลลงไปศึกษาดูงานและฝึกวิจัยชุมชนแบบ PAR เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวิจัยและถ่ายทอดบทเรียนของประเทศไทยให้กับเครือข่ายวิชาการนานาชาติ โดยการเดินสำรวจและเรียนรู้ไปกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ทุกท่านต่างได้ความประทับใจ ชอบ และผุดประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีทำงานวิชาการเพื่อสร้างสุขภาพชุมชนด้วยกันได้อย่างดียิ่ง
จึงได้บทเรียนที่ดีๆไปกับการทำงานไปด้วยว่า ประสบการณ์ชีวิตของชาวบ้านและวิถีชีวิตชุมชนนั้น หากจัดการให้ดีและใช้วิธีการทางความรู้เข้าไปเสริม ก็จะเป็นทางหนึ่งที่สามารถให้วิสัยทัศน์และสร้างการเรียนรู้ในทรรศนะใหม่ๆอย่างกว้างขวาง พร้อมกับเชื่อมโยงและยกระดับสุขภาวะชุมชนในเชิงความหมายและการมีคุณค่าในมิติอื่นๆต่อชีวิตการเป็นอยู่ของชุมชนได้ ไม่ใช่แคบๆสำหรับท้องถิ่นอย่างเดียว แต่แบ่งปันทุกข์สุขกับชีวิตชุมชนในโลกกว้างได้อีกด้วย
เมื่อปี ๒๕๔๒ ผมขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลและสำนักงานคณะกรรมการวิจัยวิจัยแห่งชาติ ทำวิจัยและเป็นกระบวนการสาธิตการเรียนรู้ชุมชนด้วยชุมชนวิจัย เพื่อสร้างเครือข่ายจัดการตนเองของชาวบ้านผ่านการสร้างความรู้ท้องถิ่นของตนเอง หรือปฏิบัติการเรียนรู้ที่จะทำวิจัยสร้างความรู้ท้องถิ่นในเรื่องต่างๆของชาวบ้านและผู้คนที่อาศัยอยู่ด้วยกันในท้องถิ่น โดยพากันทำจริงๆพร้อมกับเป็นตัวอย่างไปด้วยบนการวิจัยเรื่องวิถีสังคมของชาวนาบัว เพื่อพิสูจน์โดยการปฏิบัติไปด้วยกันให้เห็นถึงพลังของความรู้ที่จะสามารถสร้างความหมายและให้คุณค่าจากการเรียนรู้แก่สิ่งที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักเพราะเห็นเป็นสิ่งธรรมดาและไม่มีความรู้กันมาก่อนอีกหลายมิติว่าก่อเกิดและดำรงอยู่ได้อย่างไรในชุมชนของตนเอง ก็ทำให้เราได้พบความเป็นจริงหลายอย่างที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจจนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนพุทธมณฑล รวมทั้งจังหวัดนครปฐม
เป็นต้นว่า เมื่อเทียบกับสัดส่วนของพื้นที่แล้ว เราได้พบว่าพุทธมณฑลเป็นแหล่งที่ปลูกและทำนาบัวมากที่สุดของประเทศ ส่งออกไปทั่วประเทศและทั่วโลก มีระบบเศรษฐกิจและกิจกรรมชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นตั้งแต่กระบวนการปลูกบัวไปจนถึงผู้บริโภคเป็นเบื้องต้นถึง ๑๑ กลุ่มสังคมเศรษฐกิจ เงินสะพัดและหมุนเวียนอยู่ในวงจรเศรษฐกิจในแต่ละปีกว่า ๑๐๐ ล้านบาทซึ่งร้อยละ ๗๐-๘๐ จะอยู่ในระบบเศรษฐกิจชุมชนในพุทธมณฑล
ชาวบ้านที่ปลูกบัวรายแรกเมื่อประมาณปี ๒๕๐๖ ได้เรียนรู้และรับการชี้แนะจากหวังเต๊ะ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมและได้เห็นแบบอย่างของชาวบ้านไทยมุสลิมแถวเมืองมีนทำนาบัวได้ผลดีกว่าทำนาข้าว จึงแนะนำให้ชาวบ้านพุทธมณฑล เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนจากทำนาข้าวเป็นทำนาบัว ซึ่งต่อมาอีกกว่า ๓๐ ปี ในปี ๒๕๔๑-๔๒ ที่ได้ทำวิจัยกับชาวบ้าน ก็มีนาบัวในพุทธมณฑลอยู่ถึง ๗๘ ครอบครัว
ผืนดินบริเวณที่เป็นนาบัวแปลงแรกของพุทธมณฑลนั้น ต่อมา หลังจากสร้างครอบครัวและประสบความสำเร็จในชีวิตพอสมควรตามอัตภาพแล้ว ชาวบ้านก็ได้ยกที่ดินให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และเป็นพื้นตรงบริเวณก่อตั้งสำนักงานอธิการบดี ศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบันนี้นั่นเอง
ปัจจุบัน จากสภาพแต่เดิมในอดีต ที่นอกจากชาวบ้านทำนาบัวแล้ว ผู้คนและสังคมทั่วไป แม้แต่สถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและคนในพุทธมณฑลด้วยกันเอง ก็แทบจะไม่รู้จักชุมชนคนทำนาบัวเลยนั้น นาบัวก็กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนพุทธมณฑลและนครปฐม ธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชนและเที่ยวนาบัวของชาวบุทธมณฑล ดำเนินการและจัดการกันเองของชาวบ้าน ซึ่งต่อมาก็ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างกว้างขวาง เป็นการท่องเที่ยวชุมชนทางการเกษตรกิจการหนึ่งที่อยู่ในรายการแนะนำทั้งในระดับประเทศและเข้าถึงได้จากทั่วโลก
นอกจากปลูกบัวฉัตรแดง ของฝากจากผู้ใหญ่อาภรณ์จากพุทธมณฑลแล้ว ก็ถือโอกาสปลูกบัวสี ซึ่งพี่ปรีชาและพี่อ้วนบอกว่าเป็นของฝากจากนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล นครปฐม ที่หิ้วติดมือมาฝากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
บัวหลากหลายชนิดแบ่งเป็นกลุ่มหลักได้สัก ๔ กลุ่มที่สำคัญคือ บัวหลวง บัวสาย บัวสี และบัววิคตอเรียซึ่งมีใบแผ่บานเหมือนกระด้งและอาจจะใหญ่กระทั่งเด็กทารกลงไปนอนในนั้นได้ บัวสีเป็นบัวอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นที่นิยมสำหรับการจัดสวนน้ำและใช้เป็นบัวประดับตบแต่ง ที่พุทธมณฑลมีการทำนาบัวสีอยู่ไม่กี่เจ้า ส่วนใหญ่จะเป็นบัวหลวงชนิดต่างๆแบบขายดอกและใบ
บัวสายนั้นสายบัวใช้บริโภคได้ บัวหลวงนอกจากมีบัวฝักกินเมล็ดบัวและบัวดอกใช้บูชาพระหรือประดับตบแต่งเพื่อความสวยงามแล้ว ส่วนต่างๆของบัวก็สามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคและการใช้สอยได้อีกสารพัด ใบบัวใช้ทำยาบำรุงและใช้ห่อของ ทำข้าวห่อใบบัว ก้านบัวใช้เป็นวัตถุดิบผสมทำธูปและยากันยุง ดอกและเกสรบัวเป็นเครื่องเข้ายาสมุนไพรไทยและจีน รวมทั้งมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคและเป็นอาหารเสริม ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายหลายอย่าง
หลังปลูกบัวที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเบิกฟ้าธรรมาศรมกันแล้ว ผมก็แบ่งส่วนที่เหลืออีกส่วนหนึ่งไปที่บ้านสันป่าตอง เชียงใหม่ ไปถึงก็เป็นช่วงอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน และคงจะเป็นเพราะระหว่างเดินทางก็โดนแอร์รถทัวร์เป่าทั้งคืน ผมเองก็เลยเป็นไข้หวัดพอดี แต่ไหลและเหง้าบัวที่หิ้วไปด้วยก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงไปมาก หากปล่อยช้าไปหรือต้องรอให้ตนเองหายจากไข้หวัดเสียก่อน ไหลและเหง้าบัวฉัตรแดงที่หอบหิ้วไปตั้งไกลก็คงจะเน่าเปื่อยเสียหมด ดังนั้น ในวันรุ่งขึ้นผมก็เลยต้องลงสระบัวในบ้านด้วยอาการตะครั่นตะครอ ค่อยๆปลูกดำลงไปที่มุมด้านหนึ่งของสระจนหมด ๒-๓ วันหลังจากนั้นผมก็แวะเวียนเดินไปดูทุกวัน ยังคงเห็นมีสีเขียวอ่อนๆแทรกอยู่ในใบที่ยังพอเหลือติดอยู่บ้าง
บัวนั้น นำไปจากที่ต่างๆเพื่อปลูกในต่างที่ต่างถิ่นได้ยากมากเหมือนกัน แต่ถ้าหากปลูกได้แล้ว ก็เจริญงอกงามได้ง่ายและทนทานอย่างน่าอัศจรรย์ต่อทุกสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นสื่อการเรียนรู้ทางสังคมอย่างเชื่อมโยงได้หลายมิติ รวมทั้งเป็นสื่อให้การเรียนรู้ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ที่เชื่อมโยงได้กับความรู้ที่อยู่กับการดำเนินชีวิตของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
ชาวบ้านที่ไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมหนังสือและโลกความรู้สมัยใหม่ แต่สามารถอ่านธรรมชาติของบัวและได้อยู่กับการเรียนรู้ในวิถีชีวิต ก็อาจสามารถเข้าถึงความลึกซึ้งของชีวิตและเข้าใจสิ่งต่างๆของสังคมอันซับซ้อน มีส่วนร่วมในการเป็นพลเมือง ร่วมสร้างสุขภาวะสังคมในมิติต่างๆ ในวิถีแห่งการเรียนรู้ ได้เป็นอย่างดี ได้เช่นกัน.
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์,
หวังว่าตอนนี้ท่านอาจารย์คงหายจากอาการไข้ดีแล้วนะคะ
มาเรียนรู้เรื่องบัวค่ะ น่าทึ่งมากสำหรับความรู้ด้านความสำคัญทางเศรษฐกิจของดอกบัวค่ะ ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวนะคะ มีประโยชน์ทุกส่วนเลย
ถ้ามีโอกาสปริมคงต้องไปขอความรู้จากท่านอาจารย์เอาไปปลูกที่นาบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ :)
สวัสดีครับดร.ปริมครับ
ตอนนี้ อาการไข้หวัดหายจนเกือบเป็นปรกติหมดแล้วครับ ขอบคุณครับผม
ที่สิงคโปร์ก็เป็นแหล่งให้การต้อนรับนำเข้าดอกบัวฉัตรแดงหรือบัวสัตตบงกชจากพุทธมณฑล ที่สำคัญที่สุดแหล่งหนึ่งครับ ชาวพุทธมหายานและชาวจีน ให้ความนิยมว่าดอกบัวฉัตรแดงมีสีดั่งทับทิม จึงนิยมใช้สำหรับบูชาพระ ไหว้เทพเจ้า ไหว้เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ และไหว้บรรพบุรุษครับ
ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์ ใช่เลยค่ะพออาจารย์อธิบายปริมก็เห็นภาพดอกบัวสีชมพูอมแดงดอกโตๆ ที่มีขายให้คนไหว้ที่วัดจีน หรือศาลเจ้า เพิ่งทราบว่ามาจากบ้านเรา คิดว่ามาจากมาเลเซียค่ะ พูดถึงดอกไม้ ที่นี่มีนำเข้าไม่หลายหลากค่ะ
ที่มาเลเซียนี่ก็ต้องนำเข้าไปจากพุทธมณฑลและหลายท้องถิ่นในประเทศไทยเหมือนกันครับ บัวฉัตรแดงนั้น สำหรับชาวพุทธในบ้านเราแล้ว มักจะใช้บูชาพระพุทธ และใช้ในงานที่พิเศษมากๆ มากกว่าจะใช้ทั่วไปครับ เช่น ใช้ในงานพระราชพิธี งานบุญ และงานประเพณีที่สำคัญ
แต่สำหรับการทำบุญไหว้พระและการใช้งานโดยชาวบ้านทั่วไปแล้วละก็ จะนิยมใช้บัวฉัตรขาว ทั้งแบบดอกแหลมๆเล็กๆ กับบัวฉัตรขาวแบบสัตตบงกชซึ่งดอกใหญ่ครับ บัวฉัตรแดงแบบดอกใหญ่เลยเป็นบัวสำหรับส่งออกเสียมากกว่า ซึ่งก็จะมีราคาแพงมากกว่าบัวฉัตรขาวอีกด้วยเป็น ๓-๕ เท่าเลยทีเดียวครับ
ในดอกบัวเลยสามารถจำแนกลักษณะลำดับชั้นทางสังคม และลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจได้เหมือนกันครับ ในสังคมวัฒนธรรมไทยนั้นก็จะสื่อแสดงความพิเศษและมีโอกาสเข้าถึงได้มากกว่าคนทั่วไปสำหรับคนมีเงิน และเป็นดอกไม้มงคล ที่เลือกสรรเป็นของนอกสำหรับชาวต่างประเทศครับ
สวัสดีครับอาจารย์ธนิตย์ครับ
ไหลบัวและเหง้าบัวนี่ หินสุดยอดทั้งการงมและการนำไปดำอีกครั้งเลยละครับ ยิ่งกว่าการกู้ข่ายดักปลาอีกครับอาจารย์ ข่ายดักปลานั้น หากใครไม่อดทนพอและมองแพทเทิร์นที่ยุ่งไปหมดของตาข่ายไม่ออกละก็ ไม่มีทางแกะปลาและสิ่งที่ติดข่ายออกในสภาพที่ดีได้ และข่ายก็จะพังเละเทะ ไหลและเหง้าบัวก็แบบนั้นเลยครับ และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พวกหน่ออ่อนและส่วนที่กำลังตูมๆแตกออกมาตามรากกับไหลนั้น เปราะบางอย่างที่สุดและเป็นความอยู่รอดของไหลและเหง้าบัวทั้งหมดอีกด้วยครับ
แต่ละยอดจะงอกขึ้นเป็นหนึ่งกอและให้ดอกหนึ่งดอก แต่มันหักง่ายมาก โดนผิดท่านิดเดียวก็หัก และหากหักเสียแล้วก็เป็นอันหมดสภาพที่จะงอกตรงไหลนั้นๆ ตอนงมจึงต้องงมอย่างทะนุถนอมทีละไหลทีละเหง้า ตอนปลูกก็เช่นกัน ระหว่างปลูกเลยต้องรู้สึกยิ่งกว่าเดินจงกรมเสียอีก ผมละทึ่งคนงมไปฝากและทึ่งเจ้าหนูคนที่หอบหิ้วถุงขึ้นรถตะรอนๆไปได้ตั้ง ๓-๔ ร้อยกิโลเมตรละสิอาจารย์
ปลูกบัวนี่เหมือนกับสอนหนังสือมากเหมือนกันเลยละครับอาจารย์ การสอนคนและดูแลการเรียนรู้ให้กับลูกศิษย์และผู้คนต่างๆนั้น จะอ่อนล้า เหนื่อยยาก ยุ่งยากแสนเข็ญ ซ้ำซากจำเจแค่ไหน ก็ต้องดูแลอย่างดีที่สุดเหมือนกับต้องปฏิบัติจำเพาะต่อยอดอ่อนของบัวทีละหน่อ ไหลบัวทีละชุด
สวัสดียามค่ำค่ะ อาจารย์วิรัตน์ที่เคารพ
สวัสดีครับคุณหมอธิรัมภาครับ
ขอบพระคุณมากเลยครับ ตอนนี้ออกไปขุดดินและปลูกหญ้าได้แล้วครับ
ศึกษาจากชาวบ้านและชุมชนนี่ บางคนก็มือขึ้นในการปลูกบัวครับ แต่บางทีก็มีมุมที่ความรู้และทักษะของชาวบ้านที่ว่าเก่งแล้วก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
อย่างการปลูกบัวฉัตรแดงนี่ ชาวบ้านบางคนก็บอกว่า นอกจากต้องอาศัยทักษะจำเพาะตนมากพอสมควรแล้ว บางทีก็ต้องมีเคล็ดและใช้ความเชื่อความศรัทธาที่บอกต่อๆกันมาเข้าช่วยด้วย เช่น บางเจ้าก็บอกว่า พันธุ์บัวฉัตรแดงที่งามๆนั้น บางทีเอาไปปลูกแล้วก็ไม่ได้ หรือได้แต่กลายพันธุ์เป็นบัวฉัตรขาวเสียนี่ เลยอาจจะมีวิธีเอาเคล็ดเข้าช่วย เป็นต้นว่า เดินไปทำเป็นขโมย โดยทั้งเจ้าของและคนขโมยต่างก็รู้กัน เพราะต้องใช้เวลานานโขจึงจะได้แต่ละเหง้า หรือบางทีก็ใช้วิธีเดินถอยหลังลงไปนาบัวฉัตรแดงที่ต้องการได้พันธุ์ แล้วก็งมเอาเหง้าออกไป
แต่เดี๋ยวนี้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเข้าช่วย ก็พัฒนาก้าวหน้าไปมากพอสมควรครับ เช่น มีการใช้วิธีฉายรังสีให้กลายพันธุ์ ได้บัวฉัตรแดงที่มีสีสันสวยงาม และควบคุมคุณภาพอย่างที่ต้องการ ก็พอมีครับ
สวัสดีเจ้าพีระ
เยอะเลยนะนั่น งมได้เหง้าติดรากมาอย่างดีอีกด้วย ดูลักษณะใบกับก้านแล้ว อย่างนี้เป็นบัวสาย ที่แถวบ้านเราชอบนำไปแกงและจิ้มน้ำพริกกินน่ะ ดอกก็นำไปไหว้พระ บัวสายนี่ปลูกง่ายกว่าบัวหลวงมาก สดใสสวยงามดีมากด้วย ที่บ้านพี่ที่สันป่าตองก็ยังไม่มีเหมือนกัน
เตรียมผัดสายบัว...อาหารมื้อค่ำ
เมนูโปรดและชวนน้ำลายไหลทั้งนั้นเลยนะนี่ เมื่อมีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและชาวบ้านตามพื้นถิ่นต่างๆ แล้วก็ได้น้อมเข้าไปเรียนรู้ รับรู้เรื่องราว ด้านที่เป็นความงดงาม ความรื่นรมย์ในชีวิต และเป็นความภาคภูมิใจที่จะได้บอกเล่าถ่ายทอดเรื่องราวถิ่นอาศัยและสภาพรอบตัวที่ตนเองผูกพัน ของชาวบ้าน จากนั้นก็ช่วยบันทึก เผยแพร่สื่อสาร และนำเสนอออกไปสู่สังคม เล็กๆน้อยๆและง่ายๆ ไปตามจังหวะและเงื่อนไขที่เอื้อให้พอจะทำได้ อย่างที่พีระทำนี้ พี่ว่าเป็นเรื่องดีและสร้างสรรค์มากเลยเชียว
ชุมชนและท้องถิ่นหลายแห่งทั่วไทย มักไม่ค่อยเป็นที่ปรากฏให้ได้แลกเปลี่ยนสื่อสารและเรียนรู้ระหว่างกันผ่านสื่ออย่างนี้มากนัก การรับรู้ตนเองของสังคมและการสื่อสารเพื่อเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จึงไหลเข้าสู่ส่วนกลางที่มีทั้งสื่อ คนมีความรู้ และกลไกที่จะผลิตเรื่องราวและสื่อสารถ่ายทอดต่างๆมากกว่า เผยแพร่ออกไปสู่สังคม
ในชนบทนั้น ก็มีสิ่งดีๆมากมายที่ไม่ค่อยมีใครชวนสังคมวงกว้างให้มองและสัมผัสรู้ความเป็นีชิวตที่มีการดำรงอยู่และมีพัฒนาการ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอเช่นเดียวกับแหล่งที่มีโอกาสดีกว่าที่อื่นๆ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็นจริงของสังคม แต่คนในสังคมยังไม่สามารถเข้าถึงความเป็นจริงส่วนนี้อีกมาก เพราะขาดสื่อ คนเล่าถ่ายทอด และการบันทึกเผยแพร่ การนำเอาเรื่องราวต่างๆในวิถีชีวิตของชาวบ้านและชุมชนบ้านไสขนุนมาถ่ายทอดอย่างนี้นี่ หากเทียบกับสื่อในอดีต ก็เหมือนกับทำสื่อสิ่งพิมพ์แผ่นพับคุณภาพอย่างดี มีเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ พิมพ์ ๔ สี มีภาพประกอบ เขียนเรื่องราว และจัดอาร์ตเวิร์คให้ชุมชนอย่างดีเลย
หากคิดเป็นค่าจัดทำ การใช้เวลา คน ทรัพยากร และค่าใช้จ่ายสำหรับกระจายเผยแพร่ ให้ได้สักเสี้ยวหนึ่งของการได้นำมาออนไลน์ในสื่อลักษณะนี้ละก็ ก็จะเป็นมูลค่าที่ชุมชนต่างๆจะไม่สามาารถทำได้เลย แม้กระทั่งในสภาพปัจจุบันนี้แล้วก็ตาม ดังนั้น จึงมีคุณค่าและมีความหมายมาก
ทั้งเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ที่คนที่มีความรู้ ราชการ และคนของภาครัฐซึ่งทำงานความรู้และมีเครื่องมือที่ดีสำหรับสร้างพลังวิชาการ ในสังคม จะสามารถเรียนรู้ด้วยการทำไปด้วย เพื่อปรับเปลี่ยนบทบาท จากที่มักจะรวมศูนย์ คิด และทำให้ ไปสู่การเป็นผู้ให้การสนับสนุน ผ่านการเคลื่อนไหวความรู้ สื่อสาร และส่งเสริมให้ชุมชนและชาวบ้าน มีที่ยืนและเป็นผู้นำความริเริ่มเพื่อสร้างการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของตนเอง ด้วยความริเริ่ม และพึ่งการปัจจัยเพื่อการปฏิบัติของตนเอง ซึ่งจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนและมีความยั่งยืนในการพัฒนามากกว่า
สิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างนี้ จึงนอกจากจะเป็นสื่อที่มีประโยชน์มากแล้ว ก็เป็นตัวอย่างของการเป็นผู้นำการปฏิบัติอีกตัวอย่างหนึ่ง ให้เห็นวิธีทำงานสื่อสารและสร้างการเรียนรู้ชุมชน ด้วยสื่อทำกันเอง คู่ขนานไปบนวาระการทำงานและได้มีวงจรชีวิตเข้าไปสัมผัสกับผู้คนและชุมชน ขอสนับสนุนให้ได้ทำเยอะๆเรื่อยๆ นะครับ