...

        เมื่อวันวานมีผู้มาเยือนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. ทักษิณ

ผมได้รับเชิญเข้าร่วมงานด้วย  ผู้มาเยือนเป็นกลุ่มนักศึกษามาจากประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 28 คนมีอาจารย์มาด้วย 3 คน ใน 3 คนนั้นอาจารย์ผู้หญิงมาจากอินโดนีเซีย 1 คน อาจารย์ผู้ชายมาจากมาเลเซีย 1 คน อาจารย์ผู้ชายมาจากภาคใต้ของไทย 1 คน คืออาจารย์ทั้ง 3 คนนี้กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ในมหาวิทยาลัยใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซียนั่นเอง( ถ้าผมฟังไม่ผิด )

 

        ก่อนแขกของคณะจะเข้ามาภายในห้องประชุมด้วยการเดินทาง  เวลาช้าไปกว่าที่นัดหมายไว้พอสมควร  ได้ที่เลยคือผมเดินเข้าไปทักทายกับอาจารย์ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง  ถามขอความรู้ทำนองว่า...ท่านทำตัวอย่างไรจึงดูดี...ท่านว่า

 

ตอนนี้อายุ 73 แล้ว  นอนประมาณ 3 ทุ่มไปตื่นเอาตี 2 แล้วมีเวลาทำอะไรหลายอย่างจนกว่าจะสว่างนะ  ตอนยังหนุ่มชอบวิ่งออกกำลังกาย  เดี๋ยวนี้เดินไปถีบจักรยาน  วันก่อนโดนหมาชาวบ้านไล่งับ  เดี๋ยวนี้ไม่ปลอดภัย  คนไทยชอบเลี้ยงหมา  เป็นอันว่า...การนอนหัวค่ำนี่สำหรับท่านมองว่าดีครับใครจะเอาตามแบบอย่างก็ได้นะนี่

        พอหันมาอีกข้างเจอฝรั่งมาเป็นอาจารย์อยู่ในคณะนานแล้วละ  หลังจากทักทายกันแล้วผมชวนคุยได้มุมคิดอย่างนี้ว่า...เขาเกิดอยู่สหรัฐ ฯ เขาชอบมาอยู่เมืองไทยเขาเปรียบเทียบว่าที่บ้านเมืองเขาค่าครองชีพสูงมากไปหาหมอทีหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องฟันที่เมืองไทยจ่ายไปไม่กี่ร้อย  แต่เรื่องเดียวกันนี้ในบ้านเมืองเขาต้องจ่ายหลายพันบาทละครับ  ตอนนี้บ้านเมืองเขาอากาศร้อนมาก ๆ ประมาณ 40 องศาขึ้นไปอีกละ  เออผมว่าฝรั่งเขามีเหตุผลเพียงพอที่จะหาสถานที่อยู่อาศัยในประเทศที่มีค่าครองชีพถูกไงละ

 

        คุยถึงความร้อนของอากาศกับอีกคนหนึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นใต้  เขาแหล่งว่า...ร้อน ๆ พันนี่  อยากนอนถกผ้าขาวม้าเหนือเข่า  ม่ายใส่กางเกงใน  ให้ลมโกรกเย็น ๆ ให้บายนี่...อิ อิ อิ.