Empathy การเข้าใจผู้อื่น เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักรต้องการความรักและเข้าใจ

         วันนี้นั่งทำงานในศูนย์คุณภาพ ท่ามกลางอากาศภายนอกที่ร้อนระอุ  แต่ภายในห้องทำงานที่ผู้เขียนนั่งทำงาน  แอร์เย็นฉ่ำสบายๆ วันนี้มีงานส่งเอกสารเรื่องการรับ-ส่งผู้ป่วย ฉุกเฉิน  (EMS)ที่ต้องให้ รพสต. ในเขตอำเภอ  17 แห่ง และท้องถิ่นเทศบาล / อบต.อีก 7 แห่ง มาร่วมประชุมปรึกษาหารือแก้ปัญหาร่วมกัน

 

       ที่ผ่านมามีบทเรียนว่า  หนังสือเรื่องสำคัญๆ ที่เชิญระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจ ใน อบต/เทศบาล  เขามักจะส่งคนระดับที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ มารับฟัง ประชุม  งาน  EMS ที่ผ่านมาของโรงพยาบาล ยังไม่ได้ความรวดเร็วตามที่กำหนด  เพราะพื้นที่บางแห่งเป็นเกาะ ห่างไกลจากโรงพยาบาลตั้ง 30 กิโลเมตร  กว่ารถโรงพยาบาลจะไปถึง ก็ใช้เวลาหลายนาที  

 

    ในการเชิญประชุมในครั้งนี้  ผู้เขียนจึงอาสา นำสาส์นหนังสือประชุมไปส่งด้วยตนเอง  เพื่อจะได้พูดคุยทำความเข้าใจในเบื้องต้นถึงความสำคัญของงาน EMS นายก  อบต / เทศบาลทั้ง 7 แห่ง  เพื่อจะได้ให้นายกหรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ เข้ามาประชุมวางแผนแก้ปัญหาการรับ-ส่งผู้ป่วย ร่วมกับโรงพยาบาล

 

    ในงานนี้ได้รับเกียรติจากท่านนายก อบต. / เทศบาลหลายแห่งที่ได้ไปพบไปส่งสาส์น ได้ทำความเข้าใจกันเบื้องต้น และรับปากว่าถ้าไม่ติดธุระจะมาประชุมด้วยตัวเอง  นอกเหนือจากนั้นได้เปิดประเด็นต่อในเรื่องโครงการสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุให้ทางอบต. / เทศบาล ที่ได้ไปพบไปคุยทราบและหาแนวทางในการสนับสนุน  

      เรื่องการให้การสนับสนุน พบว่าหลาย อบต./เทศบาล ได้สนับสนุนงบประมาณให้ผู้สูงอายุ  ทำโครงการกิจกรรม รวมทั้งบางแห่งทำงบประมาณซื้อรถกู้ภัย ในการเชื่อมต่องาน EMS ของโรงพยาบาล นอกจากนั้น รพสต.ทั้ง 16 แห่งของอำเภอปากพะยูน เราก็ได้สานสัมพันธ์ แห่งความผูกพันระหว่าง โรงพยาบาล และรพสต.ในการส่งสาส์นให้มีการร่วมมือกัน ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น  ได้เห็นหน้าได้พูดคุย บางครั้งการกลับไปสู่รูปแบบเก่าๆ ก็ใช่จะไร้ค่าเสียทีเดียว

 

     การกระทำอย่างนี้ ถ้ามองในแง่ เศรษฐศาสตร์สาธารณสุขถือเป็นการขาดทุน  

แต่ไปได้กำไรในเรื่อง สังคมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน

 

    เพราะผู้เขียนใช้หลัก"การเข้าใจผู้อื่น"(Empat้้hy)

"เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักร  ต้องการความรักและเข้าใจ" ..

                (จากบันทึกอาจารย์ ปริม)แห่งกทน.