หลังจากแพทย์ Set ผ่าตัด วิสัญญีพยาบาลต้องเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด เพื่อตรวจประเมินร่างกาย - ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีระงับความรู้สึก - ให้ผู้ป่วยหรือญาติเซ็นชื่อยินยอมรับบริการระงับความรู้สึก - แนะนำการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด โดยเน้นเรื่องการหายใจและการไออย่างมีประสิทธิภาพ
วันนี้จะขอแนะนำเรื่อง
การไออย่างมีประสิทธิภาพ (effective cough) หลังผ่าตัด
ข้อหนึ่ง จัดท่าให้นอนหัวสูง (Fowler's position) หรือนั่งบนเก้าอี้ กอดหมอนหรือผ้าห่มไว้บริเวณหน้าท้อง หรือพยุงบริเวณที่มีแผล ก้มหน้าให้ไหล่โค้งเล็กน้อย เพื่อให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่ไม่มีหมอนอาจใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดเบาๆ ด้านข้างของแผลเพื่อลดปวดและป้องกันแผลแยก (กรณีของคนที่มีแผลที่ท้อง)
ข้อสอง หายใจเข้าออกลึกๆช้าๆ 2-3 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าลึกๆ และกลั้นหายใจไว้ประมาณ 1-2 วินาที จากนั้นให้ไอออกมาแรงๆ โดยใช้แรงดันจากช่องท้องร่วมกับกล้ามเนื้อช่วยหายใจอื่นๆ เนื่องจากการใช้แรงดันจากช่องท้องจะทำให้เกิดแรงดันมาก เสมหะจะหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
กรณีไม่มีเสมหะ ก็ต้องฝึกไอหลังผ่าตัด เพื่อหวังผลให้หน้าอกมีการสั่นสะเทือน ส่งผลให้เสมหะที่อยู่ในถุงลมปอดหลุดออกมา และดูดซึมได้ง่ายขึ้น
ข้อสาม ทำซ้ำเพื่อให้เสมหะหลุดออกมา และกระตุ้นให้เกิดการไอบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดตามมา เช่นภาวะอักเสบ, ปอดแฟบ
ในรอบปีที่แล้วมีผู้ป่วย ๑ รายที่เป็นปอดอักเสบหลังผ่าตัด เราจึงต้องเน้นกระตุ้นเรื่องการไอ, กระตุ้นให้ผู้ป่วยมี Early ambulation คือมีกิจกรรม เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่นอนนิ่งนานๆ

เรียนคุณ ระพี เคยผ่าตัดถุงน้ำดี และเอาออก การฝึกไอทรมานมากๆ พร้อมๆกับการฝึกถ่าย
มันอาจทรมานสักนิด.. ฮิฮิ อาจไม่นิดอย่างที่วอญ่าท่านผู้เฒ่าบอก แต่มันเป็นสิ่งที่ต้อง (ต้องนะคะ) ต้องทำเป็นอย่างยิ่ง.. ที่สูงเนินแพทย์จะสั่งยาฉีดแก้ปวดแผลทุก ๔ ชม.ซึ่งคาดว่าอาจช่วยลดความทรมานลงได้บ้าง
แอะ แอะ ไอ ... ไอเลิฟยู .....อิ้วววววว์
มีคนไข้ หลังผ่าตัดไม่ยอมลุกจากที่นอน - ไม่ฝึกไอ.. ผลปรากฎว่าเป็นปอดอักเสบหลังผ่าตัด.. ทีมงานเราต้องทบทวนกันยกใหญ่ค่ะ.. เรื่องมันเลยยาวววว