ส่งความฝันของคุณได้ที่นี้ครับ เหล่านักศึกษาวิชา Positve Organization Development แห่ง MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผมว่าเราทุกคนต่างเจอภาวะในชีวิตครับ..ที่รู้สึก "เข้าไม่ถึง" ทรัพยากรบางอย่างเพราะขีดจำกัดเรื่อง "ทุน" ตอนเรียนปริญญาเอก..ใช้ทุนครับ..แต่ไม่มีทุน จะหาอะไรมันก็ยากไปหมด..ไปอบรมก็เจอแต่หลักสูตรที่ถ้าดี..ก็เกินจะเอื้อมถึง..บางเรื่องเป็นความ "ลับ" ครับเพราะเป็นของบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังระดับโลก ผู้มีบุญอย่างบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น..จึงจะมีโอกาสใช้บริการ..จบมาความรู้สึกนี้ก็ตามมาหลอนอีก..เพราะบางทีไปคุยกับผู้มีบุญตามบริษัทใหญ่ๆ..ท่านก็จะชอบอ้างถึงประการณ์การใช้บริการ..บริษัทเทวดาพวกนี้ครับ...

"คุณรู้ไหมผมมีปัญหานะ..จ่ายเขาสองล้าน..เขาก็กลับไปหาตำรา เปิดให้ผมดูเลยว่าทำไง"

.....

ครับ..ไม่มีเงินคงขึ้นสวรรค์ไม่ได้แน่..ฤาว่าสวรรค์เป็นทุนนิยม...

...

ชายผู้หนึ่งอดีตจบฟิสิกส์ปริญญาเอก..แต่ไปทำไร่..เจ๊งครับ..เพราะใช้เครื่องมือการเกษตร..แพง แถมเจ๊งอีก..ทำไปทำมาหมดไฟ...เจ๊งกะบ๊ง


เลยรำพึงรำพัน..กันตัวเอง..ว่า.."ของถูกแต่ดีไม่มีแฮะ..ต้องสร้างเอง" ว่าแล้วเขาก็สร้างเครื่องมือการเกษตรเอง..ต้นทุนเหลือหนึ่งในสิบ..จากนั้นก็เปิดเผยแบบลงในอินเตอร์เน็ต..เกิดแนวร่วมส่งแบบมาให้...ตอนนี้มีเครื่องจักรราคาถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ ในโรงรถที่ไหนก็ได้..แต่ได้ผล กว่าห้าสิบชิ้น..เรียกว่าใครต้องการสร้างอารยธรรมใหม่ก็ทำได้เลย..

....

นี่คือที่มาของ Opensource Ecology ครับ..ชุมชนของนักคิด เกษตรกร วิศวกร..ทั่วโลกที่ร่วมมือกันสร้างเครื่องมือ อุปกรณ์ราคาถูกแล้วเปิดเผยให้คนอื่น...

...

เป็นสิ่งที่ผมศรัทธามากๆ...เป็นแบบอย่าง...ผมว่าแนวคิดและการกระทำอย่างนี้..เท่ห์กว่า..สร้างสรรค์กว่าที่ปรึกษาและบริษัทไทยเทวดาหลายๆบริษัท..รวมกันเสียอีก

.....

เมื่อผมได้เรียนรู้ Appreciative Inquiry ซึ่งก็คือศิลปะการถามคำถามเชิงบวก เพื่อดึงสิ่งที่ดีที่สุดในทุกระบบมาขยายผล..ให้สร้างสรรค์มากขึ้น..โดยเชื่อว่า..ทุกระบบทุกตัวคน..ล้วยแต่มีเรื่องดีๆ ซ่อนเร้นอยู่

...

ผมว่า..นี่คือทฤษฎีที่ถ้าคนทำเป็น จะสร้างอารยธรรมได้เลย..ขอให้คุณคิดดีเถอะ...

...

เพราะฉะนั้น..ถ้าเราปิดบังเรื่องดีๆ อย่างนี้ไว้กับคนกลุ่มเล็กๆ..ผมว่าโลกจะเสียโอกาสครับ...ในมุมมองของผมคือ ถ้าผมทำอย่งนี้ผมเสียชาติเกิดครับ..

...

ผมเองกับพี่ น้อง ลูกศิษย์ในกลุ่ม AI Thailand ได้พยายามเผยแพร่เรื่องนี้ผ่านชุมชน www.aithailand.org แบบไม่ปิดบัง ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว...

....

เราเชื่อว่าคำถามดีๆ..จะทำให้ประเทศของเราค้นพบเรื่องดีๆ..ได้ ถ้าคนทำ AI เป็นเยอะๆ ก็จะเกิดเรื่องดีๆ ขึ้นอีกมหาศาล เหมือนที่ Opensource Ecology เชื่อว่า การเปิดเผยเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรกล แบบง่ายๆต้นทุนตำ่ สามารถเปลี่ยนโลกได้..เราก็เชื่อว่าการเปิดเผยแนวทางการพัฒนาองค์กรแบบ Appreciative Inquiry จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้..

ด้วยเรามี Opensource Ecology เป็นต้นแบบ ชุมชน Thailand Appreciative Inquiry Network (AI Thailand) จึงพัฒนาวิสัยทัศน์ว่า

....

วิสัยทัศน์ของเราคือเป็น Opensource Ecology ในวงการ Appreciative Inquiry ของเอเชียครับ

เราได้มุ่งมั่นให้คนไม่ว่าจะชนชั้นวรรณะใด การศึกษาใด เข้าถึงทรัพยากร "ความรู้" ในศาสตร์ Appreciative Inquiry ให้ได้ครับ..อย่างเท่าเทียมกันครับ...

เราทำมาจะครบห้าปีแล้ว..แล้วจะทำต่อไป....อย่างมีความสุขมากมายครับ

มีคนยืนยันแล้วครับว่าเขาปริญญาเอก จากการอ่านงานกรณีศึกษาที่เว็บของเรา www.aithailand.org

ที่ภูมิใจที่สุดก็คือมีชาวบ้านจากแถวภาคใต้เข้ามาอ่านกรณ๊ศึกษษของเรา แล้วเอาไปใช้ได้ครับ..แล้วเขียนจดหมายมาขอบคุณ..

และถึงเราจะเริ่มจาก MBA แต่ตอนนี้ Appreciative Inquiry ได้เริ่มเข้าไปเพิ่มคุณชีวิตให้ผู้ป่วยในห้องคลอดแล้ว..และอีกหลายด้านในวงการแพทย์ มีการนำไปสอนสหภาพแรงงาน..แม้กระทั่งคนไม่รู้หนังสือ

เราทำโดยไม่ต้องอาศัยอำนาจ บารมีของบริษัทยักษ์ใหญ่ใดๆ..หรือต้องอาศัยบริษัทที่ปรึกษาเทวดาที่ไหน

...

และถ้าเราดูให้ดีเราจะเห็น Open Source Ecology ทำอย่างต่อเนื่องนั่นคือ

1. "สร้าง"คนที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยราคาถูก ตอนนี้เริ่มมีโรงเรียนแล้วครับ

2. "สาน" เครือข่ายนักคิด วิศวกร เกษตรกรให้มาทำงานรวมกัน

3. "สลัก"นั่นหมายถึงการพยายามส่งเสริมกระตุ้นให้คนในเครือข่ายออกแบบเครื่องจักรที่ใช้ต้นทุนถูกลง สุดท้ายคือการ "สละ"

4. "สละ" หรือการเผยแพร่ทุกอย่างให้ชาวโลกได้ใช้ประโยชน์...

เพราะฉะนั้นพันธกิจของ AI Thailand จึงล้อจากต้นแบบคือ

เรา "สร้าง" "สาน" "สลัก" และ "สละ"

คุณล่ะคิดอย่างไร