ย้อนหลังไป ช่วงผมรับปริญญา ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผมจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะให้ความสำคัญกับการซ้อมรับปริญญาที่เข้มข้น...หนักหน่วง (ครุยหนัก)

ต้องซ้อมกันสองวัน วันละ สองรอบ...ซึ่งก็หนักพอสมควรกับการที่จะต้องนั่งเหมือนวันรับจริง ประมาณ ๔ รอบ

กระบวนการรับปริญญา หลายๆท่านก็คงผ่านตรงนั้นมาแล้วนะครับ...เราจะถูกจัดให้อยู่ปะปนกับ ผู้ที่มีอักษรนำหน้าชื่อที่เหมือนกัน ดังนั้น รอบข้างก็เป็นเพื่อนใหม่ที่แปลกหน้า

ระยะเวลา สองวัน วันละ ๒ รอบ

ผมนั่งกับหญิงสาวคนหนึ่ง ชื่อเหมือนผม เป็นอาจารย์อยู่ที่คณะมนุษยศาสตร์ มช. สอนภาษาอังกฤษ

ด้วยความที่เราต้องนั่งอยู่ใกล้กัน เดินเรียงแถวก็ต้องเดินตามกัน  ตลอดเวลา ๒ วัน ทำให้เราสนิทกันอย่างอัตโนมัติ

...เออ  ผมสนิทกับคนที่อยู่อีกข้างของผมด้วยนะครับ เป็นเพื่อนผู้ชายจากคณะวิทยาศาสตร์ ก็คุยกันถูกคอเช่นกัน ในวันรับปริญญาจริงๆเราทั้งหมดเพื่อนใหม่ก็ได้ถ่ายรูปร่วมกันพร้อมครอบครัวเขาด้วย

เธอมาจาก สงขลา เราพูดคุยกันเรื่อง "ข้าวยำ" ที่ผมยกมาเป็นประเด็นพูดคุย ผมบอกว่าข้าวยำเป็นอาหารที่อร่อย และมีคุณค่า เพราะมีผักเป็นส่วนประกอบเยอะ... และหากส่วนประกอบพร้อมก็ทำทานเองได้ไม่ยากนัก

เธอคุยเรื่องข้าวยำ เสริมต่อจากผม...จนผมได้ความรู้เรื่องข้าวยำอีกเยอะ

วันซ้อมวันที่สอง (วันสุดท้าย) เธอมาหาผมพร้อมกับ น้ำบูดูและอุปกรณ์ข้าวยำครบชุด เธอบอกกับผมว่า เป็นน้ำบูดูสดจากใต้เลย...เพราะญาติๆของเธอมาแสดงความยินดี และนำน้ำบูดูติดมือมาฝากผมด้วย 

ผมประทับใจเธอมาก...กับน้ำใจ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการซ้อมรับปริญญา

ผมทำ "ข้าวยำ" ทานเอง อย่างเอร็ดอร่อย และอิ่มเอมมิตรภาพที่เธอมอบให้ผม 

ขอบคุณมากครับ หากเธอได้มาอ่านบันทึกนี้ นานแล้วที่ไม่ได้คุยกัน หลังจากที่รับปริญญาครั้งนั้นเสร็จสิ้น

ผมจะบอกเธอว่า เป็น "ข้าวยำ" ที่อร่อยมากที่สุดในชีวิตผม 

รสชาติของข้าวยำมิตรภาพกลมกล่อม อร่อยและหอมหวาน