เกิดอะไรกันขึ้นกับเมืองนี้
แบ่งฝักฝ่ายหลายสีกูสับสน
มึงง่าวโง่โห่ด่าล้าเต็มทน
แปลกชอบกลเราก็คนไทยเหมือนกัน
กูจะเอาโน่นนี่นั่นมันต้องได้
ขืนขัดใจต้องประท้วงปิดถนน
แม่งเผาเลยพี่้น้องไม่ต้องทน
ให้ได้ผลที่อยากไคร่ได้เป็นพอ
มึงจะรวมตัวประท้วงอะไรนักหนา
ในสภาก็เถื่อนดิบบ้าฉิบหาย
พูดจาคุยกันดีดีไม่ได้หรือนาย
กูไม่ได้แม่งยิงทิ้งสิ้นเรื่องราว
สังคมเน่าฟอนเฟะเละกว่าขี้
สิ้นศักดิ์ศรีความเป็นชาติคนขลาดเขลา
ชาติจมหลิ่งดิ่งเหวลึกนึกดูเอา
ชาติอื่นเขาไปไกลไทยไม่แคร์
ญวนพม่าลาวเขมรเห็นแล้วซี๊ด
ไม่เคยคิดกระชั้นชิดติดตามหลัง
ไทยมัวแต่ถีบกัดไม่ระวัง
บ้านเมืองพังโดนแซงหน้าระอาใจ
เมื่อไหร่หนอบ้านเมืองนี้จะมีสุข
พ้นจากยุคเลวทรามกว่ายุคไหน
ก่อนตายขอได้เห็นว่าเมืองไทย
ได้เป็นชาติก้าวไกลพ้นภัยพาล
ตั้งใจเขียนกลอนนักเลง
เพื่อรำลึกถึงมหากวีเอกสุนทรภู่
บรมครูกลอนแปด
ในโอกาสครบรอบวันเกิดปีที่ ๒๒๖
(๒๖ มิ.ย.๒๓๒๙ - ๒๖ มิ.ย.๒๕๕๕)
กลอนแปด เสียดสีสังคม
กลอดแปด เสียดสีสังคม
2 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ยูมิ · 26 มิ.ย. 2555
ชัด บุญญา · 26 มิ.ย. 2555
patty_lovemetan · 26 มิ.ย. 2555
พิมพ์สุภา · 26 มิ.ย. 2555
หยั่งราก ฝากใบ · 26 มิ.ย. 2555
ตันติราพันธ์ · 26 มิ.ย. 2555
เมื่อไหร่หนอบ้านเมืองนี้จะมีสุข พ้นจากยุคเลวทรามกว่ายุคไหน ก่อนตายขอได้เห็นว่าเมืองไทย ได้เป็นชาติก้าวไกลพ้นภัยพาล
ชอบบทสรุป เพราะเป็นแรงปรารถนาเดียวกันครับ
ไพเราะ กินใจค่ะ