...
เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งในการทำวิจัยคือการออกแบบวิจัย ( Research Design ) ที่ผู้ทำการวิจัยต้องคำนึงถึง เพราะต้องมีการวางแผนสุ่มตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินกรรมวิธีเกี่ยวกับข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์วิจารณ์ข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ตอบให้ตรงกับปัญหาการวิจัยโดยตอบตรงเป้าหมายได้ถูกต้อง
แบบวิจัยต้องเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทั้งมวลของกระบวนการวิจัย ดังนั้นการออกแบบวิจัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่งยวด
ความหมายการออกแบบวิจัย
ตามมุมคิดของณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์ ( 2551 : 103 – 104 ) กล่าวทำนองว่า...การออกแบบ ( Designing ) มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของคนอย่างยิ่ง เช่น การออกแบบเสื้อผ้า บ้าน รถยนต์ เป็นต้น ผลการออกแบบก็เป็นวัฒนธรรมมีคุณค่าทางสังคม
การออกแบบวิจัยเป็นการวางแผนดำเนินการวิจัยอย่างเป็นระบบ มีระเบียบเหมาะสมตามองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ
1 . ขั้นตอนทำวิจัยว่า จะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร
2 . เลือกแบบแผนการวิจัยอะไรจึงเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และตัวแปร
3 . การเลือกกลุ่มประชากรตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่าง จนมาถึงรายงานขั้นตอนท้ายสุด
ในภาพรวมการออกแบบวิจัยมุ่งตรงไปที่
1 . ค้นหาคำตอบที่เที่ยงตรง แม่นยำ และประหยัด
2 . ควบคุมความแปรปรวน และคลาดเคลื่อนทั้งภายในและภายนอก
ตามมุมคิดของวัลลภลำพาย ( 2547 : 65 ) กล่าวทำนองว่า...แบบของการวิจัยเป็นแผนงาน โครงสร้าง และยุทธวิธีในการศึกษาค้นคว้า เพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ และเพื่อควบคุมขนาดของการผันแปรในประเด็นที่ค้นคว้า แบบของการวิจัยเป็นโครงสร้างทั้งหมดของการวิจัย รวมถึงหัวข้อทุกอย่างที่นักวิจัยต้องทำตั้งแต่การตั้งสมมุติฐานจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล
วัตถุประสงค์การออกแบบวิจัย
เป็นการวางแผนงานไปในอนาคตทำให้ผู้วิจัยรู้ว่าขั้นตอนไหนควรทำอะไร ทำเมื่อไร โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
1 . เพื่อได้คำตอบตรงประเด็น
2 . เพื่อคุมความคลาดเคลื่อนของตัวแปร
3 . เพื่อวัดตัวแปรแม่นยำ
4 . เพื่อทำวิจัยอย่างมีขั้นตอนหรือเป็นระบบ
5 . เพื่อการประหยัดแต่ได้ประโยชน์สูง
ข้อควรพิจารณาการออกแบบวิจัย
ตามมุมคิดของวัลลภ ลำพาย ( 2547 : 67-68 ) กล่าวทำนองว่า...แบบของการวิจัยไม่ใช่สิ่งตายตัวแน่นอน ในการออกแบบวิจัยต้องคำนึงในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1 . ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องอะไร และข้อมูลที่ต้องการเป็นประเภทใด
2 . ทำไมต้องศึกษา
3 . ศึกษาในสถานที่ใดหรือในบริเวณใด
4 . ศึกษาเมื่อใด ในช่วงใด
5 . ต้องการตัวอย่างจำนวนเท่าใด
6 . การรวบรวมข้อมูลอาศัยหลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา
7 . ใช้เทคนิคอะไรในการรวบรวมข้อมูล
ถ้าจะว่าไปแล้วแบบของการวิจัยมี องค์ประกอบอย่างน้อย 8 ข้อที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคือ
1 . แหล่งที่มาของข้อมูล เช่น จากเอกสาร ห้องสมุด การสัมภาษณ์ตัวบุคคล เป็นต้น
2 . ลักษณะของการศึกษา เช่น ศึกษาเฉพาะกรณี , ศึกษาเปรียบเทียบ , ทดลอง เป็นต้น
3 . วัตถุประสงค์ของการศึกษา เช่น เพื่อรวบรวมข้อมูลแบบพรรณนา , อธิบาย , พิสูจน์หลักฐาน , สร้างทฤษฎี เป็นต้น
4 . ลักษณะทางสังคมวัฒนธรรม เช่น สังคมเมือง , สังคมบ้านนอก เป็นต้น
5 . ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ เช่น สภาพชุมชนเมือง , สภาพชุมชนบ้านนอก เป็นต้น
6 . ระยะเวลาของข้อมูล เช่น ยุคสุโขทัย , ยุคกรุงศรีอยุธยา , ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ เวลาถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญ ซึ่งแต่ละคนจะอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ
7 . ขนาดของกลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มตัวอย่าง เช่น จะศึกษาทั้งหมดหรือบางส่วน ตัวอย่างที่เลือกต้องเป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด ตัวอย่างต้องมีขนาดเพียงพอที่จะให้ผลเชื่อถือได้ และมีวิธีการเลือกสุ่มตัวอย่างที่มีประสิทธิภาพ
8 . เทคนิคในการรวบรวมข้อมูล มีหลายวิธี เช่น สังเกตการณ์ สัมภาษณ์ สอบถามเฉพาะกรณี ฯลฯ เป็นต้น.
......................................................
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณ บีเวอร์
มีความสุขในทุก ๆ วันนะครับ
ขอบคุณครับ