การลงทุนด้านความรู้เป็นการลงทุนที่ดีที่สุด - เบนจามิน แฟรงคลิน

ตอนเป็นเด็กถึงแม้ว่าบ้านจะอยู่ไกลจากใจกลางเมืองเชียงใหม่แค่ไม่ถึงสิบกิโลเมตร แต่ความรู้สึกของเด็กตัวเล็กๆ นั้น “ในเมือง” และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นั้นช่างไกลเหลือเกิน

ตอนเป็นเด็กประถม นอกจากหนังสือเรียนวิชาต่างๆ และหนังสือเรียนภาษาไทยที่ตอนนั้นมี มานี ชูใจ ปิติ มานะ เพชร เป็นตัวแสดงนำก็ไม่ได้อ่านหนังสืออะไรอีก นอกจากหนังสือ “ตัวเมือง” ที่คุณตาพยายามสอนให้อ่านเขียน จำไม่ได้ว่าโรงเรียนประถมใกล้บ้านมีห้องสมุดหรือเปล่า พอเข้าเรียนชั้นมัธยมประจำอำเภอโลกของการอ่านเปิดกว้างขึ้นด้วยความเพ้อฝันของเด็กที่กำลังจะย่างเข้าสู่วัยรุ่น และเพราะห้องสมุดประชาชนประจำอำเภออยู่ติดโรงเรียน หนังสือบางเล่มในซีรีย์เพชรพระอุมาที่หาไม่เจอจากห้องสมุดโรงเรียนก็ไปยืมจากห้องสมุดประชาชน ที่นี่คือที่ทำให้ฉันรู้จัก ทมยันตี, โสภาค สุวรรณ, ศรีบูรพา, หยก บูรพา, ดอกไม้สด, นิพพาน, อัญชัน, ยาขอบ, บุษยมาศ, พ. เนตรรังสี, ลักษณวดี ฯลฯ

และหลังจากนั้นโลกในตัวหนังสือภาษาไทยของฉันก็หยุดไปตั้งแต่เรียนปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย ทำให้การอ่านดำเนินไปช้ากว่าที่ควร ฉันเลยเลิกอ่านหนังสือที่นอกเหนือไปจากหนังสือประกอบการเรียนและบทความทางวิชาการ และเพิ่งจะมาเริ่มอ่านหนังสืออื่นๆ อีกครั้งไม่กี่ปีมานี้

สิ่งที่ไม่ได้อ่านตอนเป็นเด็กคือหนังสือเด็กเล่นรวมไปถึงนิทานสำหรับเด็กทั้งหลาย สิ่งที่ขาดไปในวัยเด็ก ได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง เรื่องราวของอานุภาพของรักแท้จากนิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทราหรือซินเดอเรลลา การรู้จักระวังภัยของคนแปลกหน้าจากนิทานเรื่องหมาป่ากับลูกแพะทั้งเจ็ดและหนูน้อยหมวกแดง ตลอดจนการเรียนรู้โทษของความโลภจากนิทานเรื่องชาวประมงและภรรยา ทั้งการรับรู้ถึงฤทธิ์เดชของความริษยาอาฆาตจากนิทานเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด และประโยชน์ของความสามัคคีจากนิทานเรื่องนักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน

เรื่องราวเหล่านี้กลับมาเติมสีสันให้ชีวิตของฉันในวัยที่เลขสามเข้ามาเยือน ขอบคุณ National Library of Singapore (http://www.nlb.gov.sg/) ที่นอกเหนือจากการไปนั่งซุกตัวอยู่ที่มุมหนังสือเด็กเล่นในห้องสมุดใกล้บ้านให้เด็กๆ เดาเอาว่า “ป้า” คนนี้จะมาอ่านหนังสือนิทานเหล่านี้เพื่อไปเล่าให้ลูกหลานหรือแมวที่บ้านฟังหรือ? ฉันยังสามารถนั่งอยู่ที่บ้านอ่าน/ฟัง หนังสือเหล่านี้และหนังสืออื่นๆ อีกมากมายจากเวปไซด์ของสำนักหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเป็นสมาชิกฟรี การล็อคอินเข้าไปก็ใช้หมายเลขบัตรประชาชนกับข้อมูลส่วนตัวเท่านั้น

นอกจาก e-book แล้ว ก็ยังมี audio book ที่หากไม่อยากอ่านก็ฟังเฉยๆ ก็เป็นการหัดฟังที่ดี ถึงแม้ส่วนตัวจะชอบการอ่านหนังสือโดยการพลิกหนังสือในมือทีละหน้า แต่ในยามที่ไม่มีหนังสือให้จับให้สัมผัส การอ่านจาก “สิ่งที่มีบนหน้าจอ” ก็ได้ความรู้ความบันเทิงไม่ต่างกัน

..

 

http://eresources.nlb.gov.sg/index.aspx

เพราะไม่ค่อยได้เข้าเวปไซด์ของบ้านเรา นอกจากที่นี่ – g2k จึงไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนบันทึกในหัวข้อนี้อย่างไรดี ก็เลยลองจินตนาการว่า ณ ตอนนี้หากอยู่ที่บ้านเรา ฉันอยากเข้าไปเวปไซด์ใดมากที่สุด ด้วยความเคยชินก็เลยตอบตัวเองว่าสำนักหอสมุดแห่งชาติสิ ก็เลยลองเข้าไปดูที่ http://www.nlt.go.th/th_index.htm

เลยคิดว่าคงจะดีไม่น้อยหากสำนักหอสมุดแห่งชาติจะมีการพัฒนาการบริการด้าน e-resources เพิ่มขึ้นเพื่อให้ชาวไทยที่อยู่ห่างไกลสำนักหอสมุดแห่งชาติแต่มีสัญญาณอินเตอร์เนทได้อ่านหนังสือพิมพ์, นิตยสารต่างๆ, audio book รวมไปถึงการเพิ่มประเภทของหนังสืออิเลขทรอนิกส์ที่ในขณะนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่องให้กว้างขวางขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้โดยทั่วไปแก่คนไทยที่ไม่มีสิทธิ์ใช้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ นอกเหนือไปจากบริการสืบค้น บริการพิเศษด้านลิขสิทธิ์ และการแนะนำหนังสือต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในขณะนี้

..

http://www.nlt.go.th/th_index.htm

งบประมาณด้าน Infrastructure อาจมากหน่อยในตอนแรก แต่ทว่าการลงทุนด้านความรู้เป็นการลงทุนที่ดีที่สุด ดังที่เบนจามิน แฟรงคลิน กล่าวเอาไว้ เห็นด้วยไหมคะ?

 

จากนี้ไปจนนิรันดร์ 

http://www.youtube.com/watch?v=Vh-Pp4LuLW4