ผมเริ่มพิมพ์บันทึกนี้ในช่วงกำลังเมา Gin Tonic บนเครื่องบิน LH 440 จาก แฟรงเฟิร์ต ไปฮุสตัน โดยบันทึกจากสัมผัสตรงในบริการชั้นธุรกิจ ของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า
ที่นั่งปรับระดับและความลาดเอียงของพนักพิงได้ตามความชอบ พนักงานต้อนรับที่ไเด้รับการฝึกด้านบริการที่ลูกค้าพึงพอใจเอาเอกสารเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มหรูมาให้ รวมทั้งเอกสาร Inflight Shopping ผมเดาว่าในสภาพจิตของนักเดินทาง วิญญาณนักช็อปมักจะเข้าสิงคนโดยทั่วไป ทำให้อยากซื้อของที่จัดว่าหรูหรือไฮเทคเป็นหลักใหญ่ เกิดการจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไหว
แต่ผมเตือนสติตนเองว่า สินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ผู้ซื้อซื้อเพื่อความหรูหรา ที่ผมไม่ต้องการชีวิตแบบนั้น
เขาจะบริการเครื่องดื่มนานาชนิดเพื่อเอาใจผู้โดยสาร ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ แต่ผมรู้จักเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ไม่กี่ชนิด ผมชอบ จินผสมโทนิก และพบว่าของลุฟท์ฮันซ่ารสดีถูกใจผม เขาเสิร์พ พร้อม อัลมอนด์ ถุงเล็กๆ เป็นชนิดอบเกลือ ผมต้อมเอาเช็ดทิชชูเพื่อเอาเกลือป่นที่ติดอยู่ออก เกลือแสลงโรคความดันโลหิตสูงของผมเมื่อแก้วแรกหมด เขาก็ตามมาถามว่าเอาอีกแก้วไหม ผมตอบว่าเอา เจาถามต่อว่าเอานัทแกล้มไหม ผมตอบว่าเอา กินแล้วเมาและนั่งพิมพ์ความรู้สึกขณะเมาอยู่ในขณะนี้
เวลานี้ 10.13 น. GMT เรากำลังบินเหนือ Great Britain เหลือเวลาบิน ๘.๒๕ ชั่วโมงจึงจะถึง ฮุสตัน ความรู้สึกของผมคือเมา แต่ยังพอครองสติได้ การพิมพ์บันทึกจะผิดๆ ถูกๆ ค่อยแก้เอาทีหลัง แต่ตั้งใจว่าจะไม่แก้สาระและความรู้สึกที่บันทึกไว้ เวลาที่เมืองไทยขณะนี้คือ ๑๗.๑๗ น. เขาเสิร์พ ออร์เดิฟ ผมขอ veal หรือเนื้อลูกแกะ แกล้มไวน์แดงของประเทศอัลบาเนีย (ตอนมาจากกรุงเทพลองลิ้มไวน์ฝรั่งเศสแล้ว) เติมแอลกอฮอล์จากไวน์แดงเข้าไปอีก ความเมาจึงไม่สร่าง
เรากำลังบินอยู่กลางมหาสมุทรแอ๊ตแลนติก ข้างนอกสว่างจ้า ข้างในเครื่องบินพนักงานง่วนอยู่กับการเสิร์ฟอาหาร ผู้โดยสารนั่งดื่มไวน์หรือเครื่องดื่มอื่น
ที่จริงความหรูและการเอาใจผู้โดยสารเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ยิ่งสินค้าที่จำหน่ายบนเครื่องบินยิ่งไม่จำเป็น แต่ที่บ้านผม ทั้งสาวน้อยและผมเป็นโรคความดันโลหิตสูง รายการสินค้าอย่างหนึ่งคือเครื่องวัดความดัน โดยวัดที่ข้อมือ boso ของบริษัท Bosch & Sohn แห่งเยอรมัน ราคา ๘๙ ยูโร เตะตาต้องใจผมเป็นพิเศษ เขาบอกว่าเก็บข้อมูลเข้า PC ผ่านทาง USB ได้ด้วย น่าสนใจ ซื้อ!
ผมเลือกอาหารหลักเป็น Jerk Marinate Veal Steak with Sweet Potato Compote กินกับไวน์แดงผลิตจากประเทศบัลกาเรีย ที่เขาบรรยายว่า 2008 Enira , PzardjikRegion, Bessa Region Winery, Bulgarien ซึ่งคอดื่มไวน์บ้านนอกอย่างผมบอกว่าอร่อยมาก และเนื้อลูกแกะอบนุ่มจริงๆ เกือบเรียกได้ว่าพอเคี้ยวก็ละลายในปาก
ดื่มเหล้า น้ำ และไวน์ไปมาก ไตมันโดนกระตุ้นให้ขับปัสสาวะออกมามาก ต้องเข้าห้องน้ำเสียหน่อย เวลานี้ 11.20 GMT เครื่องบินกำลังอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก
หลังอาหารหลักเลือกของหวานหรือเนยแข็งก็ได้ ผมเลือกเนยแข็งของโปรด ซึ่งเขาระบุดังนี้ Morbier, Rahmberg Cheese and Goat Cheese Cream ตามด้วยกาแฟ และบรั่นดีตามสูตร
ยังไม่สร่างเมา พนักงานก็มาขายสินค้าปลอดภาษี ผมซื้อเตรื่องวัดความดันโลหิต boso Bosch & Sohn ราคา ๘๙ ยูโร ทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจว่าใช้กับ MacBook ได้หรือไม่ รู้แต่ว่าใช้กับ PC ได้ ถามคนขายเขาก็ว่าไม่มีบอกไว้ว่าใช้ไม่ได้ ก็น่าจะใช้ได้ คนขายอยากขาย คนซื้ออยากซื้อ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเชื่อคนขาย ก็เป็นอันว่าซื้อ ชื่อเครื่องวัดความดันนี้คือ boso-medilife PC3 ข้อดีคือมันมีหน่วยความจำจำค่าความดันจากการวัดได้สูงสุด ๒๘๐ ครั้ง หลังจากนั้นมีจะลบอันเก่าสุดออก เอาผลการวัดครั้งใหม่เข้าไป เราก็ถ่ายข้อมูลเข้า PC และลบออกจากเครื่อง ก็จะมีข้อมูลความดันของตัวเองโดยละเอียด
แล้วก็เอา kit ที่เขาแจกไปเข้าห้องน้ำ แปรงฟันบ้วนปาก กลับมาเก็บ โพสต์การ์ด ๔ใบ
ตรงหน้า ที่บริษัท ลุฟท์ฮันซ่า มีไว้ให้หยิบไปใช้ หรือเก็บเป็นที่ระลึก เอาไปฝากหลานสาว เยเช เพื่อจะอธิบายการเดินทางและบอกว่าปู่คิดถึงนะ
12.26 น. GMT ผู้โดยสารโดยรอบนอนหลับกันหมดแล้ว และปิดหน้าต่างกันหมด ผมลุกขึ้นปิดหน้าต่าง ๓ บาน แต่เอื้อมไม่ถึงบานที่ ๔ ด้านหลัง ผู้โดยสารข้างหลังยิ้มและช่วยปิด จอมอนิเตอร์บอกข้อมูลการเดินทางก็ปิดแล้ว เขาหวังว่าผู้โดยสารจะหลับพักผ่อน เวลานี้คือ 12.36 GMT
ผมยังไม่สร่างเมานัก อยากลองเครื่องวัดความดัน จึงแกะกล่องเอามาลอง โดยยังอ่านคู่มือไม่ออก เพราะตัวหนังสือเล็ก และตาพร่าเพราะความเมา สัมผัสแรกบอกว่ามันเล็กดี ติดตัวได้ อยากวัดเมื่อไรก็ได้วัด วัดครั้งแรกได้ผลสูงนิดหน่อย ปลอบใจว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ วัดครั้งที่สองปกติ สบายใจ เวลานี้จอมอนิเตอร์ของเครื่องบินปิดแล้ว ไม่รู้ว่าเดินทางถึงไหน รู้แต่ว่าเขาอยากให้เรานอนหลับพักผ่อน และผู้โดยสาร 90% ก็นอนหลับ แต่เรายังไม่อยากหลับ จึงฝืนพิมพ์บันทึก
ก่อน ๑๕ น. GMT เล็กน้อย ผมกำลังนอนหลับในท่านอนเกือบราบ พนักงานต้อนรับมาพูดภาษาเยอรมันถามหนุ่มที่นั่งติดกับผมเรื่องแซนด์วิช ผมจึงตื่นขึ้นมาบอกว่าผมเอาแซนด์วิชไก่งวง กับน้ำเปล่า แล้วไปแปรงฟัน กลับมาที่นั่งแล้วไปชะโงกดูวิวข้างนอกตรงที่นั่งของพนักงาน เห็นวิวแปลกดี จึงกลับมาคว้ากล้องถ่ายรูปไปถ่ายไว้
ก่อนเครื่องลงชั่วโมงเศษ เขาเลี้ยงอาหารเที่ยง ผมเลือก Chicken Risoto Mushroom ปรุงและอบมาเละๆ รสชาติดี ยกเว้นเค็มไปหน่อย ผมฝึกกินอาหารจืดจนเคยตัว
ตลอดเวลา ๑๐ ชั่วโมงบนเครื่องบินผมเข้าห้องน้ำประมาณ ๑๐ ครั้ง ธุระที่ทำคือ ถ่ายปัสสาวะ แปรงฟัน ใช้โลชั่นทามือ หน้ากันผิวแห้ง และใส่ผมแทนครีมด้วย รวมทั้งถ่ายอุจจาระ ๒ ครั้ง จากที่นั่งไปห้องน้ำผ่านครัว เขารินน้ำและน้ำผลไม้ใส่แก้ววางในถาดไว้ให้หยิบดื่มเอง ผ่านทีไรผมดื่มน้ำ ๑ แก้ว บอกตัวเองว่าดื่มเป็นยา ป้องกันร่างกายขาดน้ำ ที่จะนำไปสู่ภาวะเลือดข้นและจับตัวกันอุดหลอดเลือดดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ขา จึงเป็นกิจกรรมวนเวียนดื่มน้ำและปัสสาวะ ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องขอที่นั่งริมทางเดิน
แน่นอน ระหว่างอยู่บนเครื่องบินผมอ่านนิตยสาร อ่านหนังสือบน iPad (หนุ่ใเยอรมันที่นั่งติดกับผมอ่าน Kindle บนเครื่องบินคนอ่าน e-Book กันเกร่อเป็นปกติ เป็นภาพที่ต่างจากสมัย ๒ - ๓ ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง และกล่าวได้ว่าทุกคนเดินทางโดยมีคอมพิวเตอร์ชนิดใดชนิดหนึ่งติดตัว
วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ค. ๕๕
บนเครื่องบิน LH 440 จาก แฟรงค์ฟอร์ตไปฮุสตัน และพิมพ์เพิ่มเติมเล็กน้อยที่ โรงแรม เชอราตัน ฮุสตัน ๒๐ พ.ค.

ออเดิร์ฟ เนื้อลูกแกะกับเหง้าบัว

อาหารหลัก ผมก็เลือกเนื้อลูกแกะ กินกับมันฝรั่ง

หลังอาหารหลักผมเลือกเนยแข็ง กินพร้อมกับกาแฟเข้ากันดีมาก

กาแฟมาพร้อม คอนยัค

ถ่ายจากเครื่องบิน เห็นทะเลสาบและแม่น้ำคดเคี้ยวมาก
ท่าทางเป็นอาหารใน First Class นะครับ
ลืมระบุว่าเป็นการนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจครับ วิจารณ์
อ่านแล้วพลอยรู้สึกเมาไปกับอาจารย์ด้วยค่ะ
ชอบวิธีการเขียนบันทึกตอนนี้ของอาจารย์ค่ะ เรียงลำดับเป็นตอน ไม่ได้ระบุเวลาเสียจนเหมือน pt record อยากเขียนให้ได้อย่างนี้บ้างค่ะ
เรื่อง ipad อาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับการบันทึกด้วยลายมือบน ipad คะ