บทความ A citizen of the place you liveเขียนโดย Jacqueline Stevens ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่ Northwestern University ผู้เขียนหนังสือ States Without Nations : Citizenship of Mortalsลงพิมพ์ใน International Herald Tribune ฉบับวันที่ ๑๙ - ๒๐ พ.ค. ๕๕ บอกเราว่า นิยามคำว่าพลเมือง (citizenship) จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ปัจจัยสำคัญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ เป็นลูกใคร กับเกิดที่ไหน จะลดความสำคัญลง
อ่านบทความแล้ว เราจะได้สติว่า ความเป็นพลเมืองเป็นสิ่งสมมติที่มนุษย์เราสร้างขึ้น ผู้มีบทบาทสำคัญคือนักการเมือง นักกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของการปกครอง และความเป็นชาติ หรือเป็นประเทศ โลกสมัยใหม่ที่ผู้คนมีการเคลื่อนย้ายที่อยู่ทำให้ความหมายเหล่านี้เปลี่ยนไปหมด
คนไทยเรารักมาตุภูมิ มีความผูกพันความภูมิใจในถิ่นเกิด อย่างผมภูมิใจความเป็นคนไทย ความเป็นคนใต้ ความเป็นคนชุมพร และความเป็นคนตำบลท่ายาง ผมรู้ว่าตัวตนของผมสร้างมาจากประสบการณ์ชีวิตจากมาตุภูมิ ความผูกพันเหล่านี้มีความหมายน้อย ในโลกสมัยใหม่ เพราะคนเปลี่ยนที่อยู่ด้วยเหตุผลต่างๆ และการเปลี่ยนที่อยู่นี้ เป็นการข้ามประเทศ และอาจย้ายบ่อย หรือบางคนมีชีวิตตามปกติในหลายประเทศ
ข้อโต้แย้งของ ศ. สตีเว่นส์ ก็คือ เวลานี้ประเทศไม่มีความหมายแล้ว แต่เราก็ต้องการรัฐบาล คือรัฐยังมีความหมาย คนเราไปอยู่ในรัฐใดก็ต้องเป็นพลเมืองของรัฐนั้น และปฏิบัติตามกติกาของรัฐ จะเป็นใครมาจากไหน เกิดที่ไหน ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเมื่อมาอยู่ในรัฐก็ต้องปฏิบัติตามกติกา เพื่อการอยู่ร่วมกัน และมีสิทธิของการเป็นพลเมือง ดังกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา
นั่นเป็นเรื่องของกฎหมาย เชื่อมโยงกับสิทธิ และความรับผิดชอบ ในฐานะ “พลเมือง” (เป็นกำลังของเมือง) ความคิดส่วนตัวของผมคิดว่า ตนเองต้อง “เป็นกำลัง” ของอีกหลายส่วน ได้แก่เป็นกำลังของครอบครัว เป็นกำลังของมาตุภูมิ เป็นกำลังของหน่วยงานที่ตนสังกัด เป็นกำลังของหน่วยงานที่ตนเคยสังกัด ฯลฯ ซึ่งหมายความว่า ผมมุ่งทำประโยชน์ หรือเป็นฝ่ายให้ มากกว่ามุ่งเอาเข้าตัว และเป็นความสัมพันธ์ทางใจ หรือทางจิตวิญญาณด้วย ไม่ใช่ถือตามกติกาหรือกฎต่างๆ เพียงส่วนเดียว
ผมสอนตัวเองให้ฝึกปฏิบัติเช่นนี้ตลอดชีวิต และส่งผมให้ผมมีชีวิตที่ดีมาก
สังคมสมัยใหม่ คิดถึงแต่ความสัมพันธ์ด้วยกฎกติกาที่ชัดเจน ที่เขียนระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ขาดมิติสัมพันธ์เชิงจิตใจ ทำอย่างไรสังคมของเราจึงจะเข้มแข็งทั้งสองด้าน ผมหันไปตั้งความหวังจากการศึกษาที่จะต้องจัดกันใหม่ ใช้ PBL + R (Reflection) เป็นเครื่องงอกงามสำนึกพลเมืองขึ้นในสภาพปลูกฝังทักษะพลเมือง ที่มีทั้งองค์ประกอบด้านความคิด (cognition) ด้านการลงมือทำ (action) และด้านจิตวิญญาณ (spiritual) โดยครูต้องฝึกการทำหน้าที่ โคช ให้เกิดทักษะความเป็นพลเมือง
วิจารณ์ พานิช
๒๐ พ.ค. ๕๕
โรงแรมเชอราตัน ฮุสตัน
ขอชื่นชมและขอนำมาเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตค่ะอาจารย์ ขอบพระคุณค่ะ