คุณจุ๋มเล่าให้ผมฟังว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องกินฉี่ของตัวเอง เพื่อจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เร็วที่สุด ที่จะต่อสู้กับมะเร็ง ไม่กินไม่ได้ ขนาดที่ว่าฉี่ของตัวเองไม่พอใช้ต้องขอฉี่ของลูกสาวมากิน จนลูกสาวถึงกับล้อแม่ว่า แม่กินฉี่ตัวเอง อิ้ว อิ้ว... แต่ถ้าฉี่มีกลิ่นเพราะกินเนื้อสัตว์ ก็ให้ผสมน้ำ ดื่มได้ แต่เนื่องจากการคุณจุ๋มไม่กินเนื้อสัตว์ กลิ่นฉี่ของคุณจุ๋มจึงไม่ค่อยจะมีกลิ่น เธอเคยเล่าให้ฟังว่า ถ้ากินอาหารแบบหมอเขียวจริงๆแล้ว กินฉี่ก็จะเป็นเสมือนดื่มน้ำชาไม่แตกต่างกันเลย เธอบอกด้วยความมั่นใจ พี่อย่างลืมกินฉี่นะ ดีจริงๆ เรื่องกินฉี่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาก ชนิดที่ว่าเขียนเป็นปริญญานิพนธ์ได้อย่างสบายๆ ตอนผมไปค่ายหมอเขียวที่ดัลลัสคุณพยาบาลนิดหน่อย เอาเรื่องนี้มาบรรยายเกือบหนึ่งชั่วโมง ขนาดที่ว่าบริษัทเยอรมันต้องการซื้อฉี่ของคนไทยมาเป็นวัตถุในการผลิต เพราะฉี่ตัวเองคงไม่พอใช้ เพื่อที่จะทำเป็นยาส่งออกนอก สงสัยว่าจะทำเป็นยาแล้วนำมาขายให้คนไทยกิน ผมจะนำลงในยูทูปในเร็วๆนี้ครับ โปรดติดตาม ฉี่มหัศจรรย์ ไม่กินไม่ได้แล้ว
ÄÄÄ...เมื่อเป็นเด็ก..ในตรอกสลักหินบ้านย่าที่อยู่กันมาแต่เด็กๆ..เห็นคนจีน..ขอฉี่เด็ก..ที่มามุงดูคนประงาบๆกำลังจะตาย..กรอก ฉี่ใส่ปาก..เสียง..ครอกๆ...ตายเรียบร้อย....(ตอนนั้นอายุ.สัก เจ็ด..ขวบได้มั้ง...ค่ะคุณ..คนบ้านไกล..อิอิ)..จะรออ่าน..ฉี่ปาฏิหาร..เจ้าค่ะ..ยายธี...
สวัสดีครับคุณ
ผมก็เคยลองครั้งหนึ่ง แต่มันเค็มมากๆ
กะว่าจะลองดูอีกทีครับ
สวัสดีคุณยาย
คนจะตายทำอย่างไรก็ต้องตาย กินฉี่เป็นแค่สร้างภูมิคุ้มกัน หมอเขียวท่านมียาวิเศษเก้าเม็ด ต้องใช้ทุกเม็ดครับ
ฉี่ ใครนะว่าไม่สำคัญ...