เป็นเช้าของวัน...ที่ต้องเตรียมตัว...ทำตัวให้แข่งกับเข็มนาฬิกา
ผมมาอนามัยเช้ากว่าทุกวัน...มาถึงเวลา 7.15 น...เป็นคลินิกโรคเรื้อรัง...มีนัดกับผู้ป่วยถึง 50 กว่าคน
แรงงานมี...พยาบาลวิชาชีพ 1 คน นักวิชาการสาธารณสุข 2 คน และผู้ช่วยอีก 2 คน
พี่ผู้ช่วยบอกผม...มาขึ้นรถเลย...พี่เตรียมของไว้แล้ว...ผมงงเล็กน้อย เพราะมาทำงานที่นี้ใหม่
จำนวนหมู่บ้านที่รับผิดชอบ 13 หมู่บ้าน ประชากรหมื่นกว่าเล็กๆ ...อ้าว..พี่จะไปไหน
ผมกับพี่...ต้องไปเจาะเลือดใหญ่...พวกเราเรียกอย่างนั้น...เป็นคำสั่งของแพทย์ หรือเจาะตามเกณฑ์ปกติ ในทุก 6 เดือน
เพื่อดูค่าน้ำตาล ไขมัน ไต เกลือแร่ และวิตามินในเลือด ประกอบการวางแผนในการรักษา....
วันนี้ที่ได้ไปเจาะในหมู่บ้านที่ห่างไกลจากอนามัยถึง 1 กิโลเมตร เพราะผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทั้ง 2 ท่าน
เป็นอัมพาต...ไม่สะดวกมาที่อนามัย...
พี่เอารถกระบะผมไปดีกว่า...ไม่ได้หรอก...เดี๋ยวดูว่า...ทำไม???
จริงของพี่เพราะทางที่ไป...มันคดเลี้ยว..ถนนขรุขระ...ห่างไกลจากชุมชนมาก
ผมสงสารพี่ที่เป็นผู้หญิงที่ขับให้ผมนั่ง...ผมยังไม่รู้เส้นทาง...ได้แต่หอบตะกร้าใส่ของใบใหญ่นั่งซ้อนท้าย
ผมมาทำงานใหม่...ยังไม่รู้จักชุมชนมากมาย...เมื่อได้อออกมาเจาะเลือดให้เช้าวันนี้...และต้องรีบนำเลือดไปส่งโรงพยาบาลภายใน 1 ชั่วโมง...แต่ก็เป็นเวลาที่มีค่าและมีความหมายสำหรับผมมาก
ผมได้สร้างสัมพันธภาพและได้เรียนรู้ถึงศักยภาพผู้ป่วย...และครอบครัวในการดูแลผู้ป่วย
เรียนรู้และเกิดไอเดียว่า...เราน่าจะจัดคลินิกโรคเรื้อรังในหมู่บ้านเลย...เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำให้ทีมสุขภาพมีความเข้าถึงผู้ป่วย และสร้างแกนนำครอบครัว อสม. และจิตอาสา ที่จะดูแลผู้ป่วยในหมู่บ้านได้อีกช่องทางหนึ่ง
ผมเห็นความสวยงามของหมู่บ้าน...และรอยยิ้มผู้คนที่นี้
เป็นเช้าอีกวันที่ผมโดดเดี่ยว...แต่ไม่ไม่รู้สึกเดียวดาย....
ภาคบ่าย...งานเอกสารทิ้งไว้บนโต๊ะไว้...ขอให้พี่ไปเยี่ยมบ้าน....ให้เลือกผู้ป่วยที่พี่ให้ให้ผมไปนะ...
คุณยายท่านแรก...ตกบันไดจากยุ้งข้าว....ท่อนล่างเป็นอัมพาต...ท่อนบนทำงานและช่วยเหลือตนเองได้ทุกอย่าง...กำลังนั่งแยกพริก...ให้ลูกไปขาย...สุขภาพจิตเยี่ยม ความทรงจำยอด...มีบัตรผู้พิการแล้ว..ได้เบี้ยผู้สูงอายุแล้ว....ผมประเมินกล้ามเนื้อขาขวายังดีอยู่...อยากให้คุณยายลองไม้เท้าแต่ไม่ยอมขอรถเข็น..คงต้องคุยกับกายภาพอีกที...และขอให้ลูกชายสูบบุหรี่ไกลจากคุณยายหน่อย…
คุณตาท่านที่สอง....กำลังนั่งเหลาตอก...สานกระติ๊บข้าวและทำไม้กวาด.....พบปัญหาที่ทานยาเคมีบำบัดไม่ต่อเนื่อง...ชอบทาน M-150…และยาลูกกลอน...แต่ผมเห็นศักยภาพของครอบครัว และ อสม. ที่เห็นผมออกมา...มาร่วมประเมินอาการด้วย...ผมเริ่มอุ่นใจและมีความหวังในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณตาได้
คุณป้าคนที่สาม...ท่านเล่าว่า...โรงพยาบาลอำเภอตรวจโรคไม่เจอ...ส่งตัวไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น...คุณหมอบอกว่า...เป็นกระเพาะปัสสาวะพิการ....ใส่สายสวนปัสสาวะเกือบถึง 1 ปี...คุณหมอบอกว่า...ใส่นานๆ ไม่ดี...กลัวระบบจะพิการตลอดไป และมีโอกาสเป็นมะเร็ง....เลยให้ถอดปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา....เป็นนวัตกรรมหลอดยาวประมาณฝ่ามือ....สวนด้วยตัวเองทุก 4 ชั่วโมง...ไม่ต้องเพิ่งสายสวน.....คุณป้าเล่าเรื่องเป็นฉากๆ ยาวถึงเกือบสี่โมงเย็น…เพราะผ่านโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย...ที่มีนักศึกษาแพทย์ พยาบาล และอื่นๆ มาถามประวัติจนป้าช่ำชอง…..ผมขอให้คุญป้าห่วงเรื่องความสะอาดในการสวน...และค่าความดันโลหิตที่วัดแล้วถึง 3 ครั้งยังสูงอยู่...(อาจเป็นเพราะคุณป้ามีอารมณ์ร่วมในการพูดคุยสูงมาก)
ผมขอคุณป้าให้เป็นครูอาสาให้กับผมด้วย...ถ้ามีการจัดการประชุมในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่เรา...เพราะป้ามีศักยภาพมาก
สิ่งเหล่านี้...ที่ไม่พร้อม…สำหรับวันนี้ของผม
สิ่งเหล่านี้...ยังซ่อนสิ่งที่โชคดีและโชคร้ายสำหรับผม...เพื่อให้ผมพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่
และสิ่งเหล่านี้...ทำให้ผมเกิดการเรียนรู้เข้าใจชีวิต
และนับเป็นเสน่ห์ของการทำงานสุขภาพปฐมภูมิเล็กๆ คนหนึ่ง.................