ผมพิมพ์บันทึกนี้กับ iPad ครับ และผมเชื่อว่ามีผู้คนไม่น้อยที่อ่านบันทึกนี้กับ Tablet Computer ไม่ว่าจะเป็น iPad หรือ Android ครับ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ Microsoft พึ่งประกาศเปิดตัว Microsoft Surface ซึ่งเป็น tablet ภายใต้ยี่ห้อของ Microsoft เอง และสำนักข่าวต่างๆ ก็คาดการณ์กันว่าอีกไม่นาน Google จะเปิดตัว tablet ของตัวเอง

ประเทศมาเลเซียก็พึ่งเปิดตัว 1Malaysia Pad ไปไม่นานนี่เองครับ

แน่นอนครับ เราทุกคนรับรู้กันอย่างชัดเจนแล้วว่าโลกนี้ก้าวไปสู่ยุคของคอมพิวเตอร์พกพาที่เรียกกันว่า "tablet" กันเรียบร้อยแล้ว คอมพิวเตอร์ที่เราเคยเห็นกันนั้นจะกลายเป็นอดีตไปแล้วครับ

แต่ไม่ได้หมายความว่าคอมพิวเตอร์เหล่านั้นจะหายไปนะครับ แต่จะเป็นเครื่องเฉพาะกิจเฉพาะงานไป เหมือนในปัจจุบันที่เฉพาะคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับภาพและเสียงที่ซับซ้อนต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีกำลังประมวลผลสูงๆ นั่นเอง งานเฉพาะกิจเหล่านี้ใช้ tablet ทำไม่ได้ครับ แต่สำหรับชีวิตของคนโดยทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เป็นคนทำงานเฉพาะเจาะจง tablet ปัจจุบันทำงานเหล่านั้นได้หมดครับ

แต่ประเทศไทยนั้นมีกรรมครับ เพราะเรามีปัญหาทางการเมืองที่รุนแรงไม่มีที่สิ้นสุดอยู่

tablet กลายเป็นภาพของรัฐบาลฝั่งสีแดง ทำให้ผู้ที่สนับสนุนฝั่งอื่นๆ ต้องต่อต้านกันเต็มที่ด้วยเหตุผลต่างๆ กันอย่างที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ครับ

แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะพบว่าฝั่งสนับสนุนพรรคสีฟ้าที่เป็นคนด้านเทคโนโลยีจะวางเฉยไม่ต่อต้าน หรือถ้าจะต่อต้านก็จะไม่ต่อต้านด้วยทำนองว่า "tablet ไม่มีประโยชน์ ซื้อ desktop ดีกว่า" อย่างที่คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเทคโนโลยีทำกัน แต่จะต่อต้านในทำนองว่า "เตรียมการในการใช้งาน tablet ไม่พร้อม" ประมาณนั้นครับ

เป็นเทคนิคการถนอมตัวไม่ให้เจ็บตัวในภายหลังของคนฉลาดครับ คนที่สนับสนุนพรรคสีฟ้าและสีเหลืองก็ต้องเรียนรู้จากเทคนิคของพรรคพวกไว้เหมือนกันครับ

หลายคนที่เคยเถียงเรื่อง OLPC (One Laptop Per Child) ในอดีต (ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองไทย) เดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนโทนเสียงมาเรียบร้อยแล้ว บางคนออกมาบอกว่าตัวเองสนับสนุนโครงการเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ คนอื่นอาจจำไม่ได้แต่ผมจำได้ แต่สิ่งที่ทำได้ก็แค่เพียงส่ายหัวด้วยความขำขันครับ

การเถียงว่า tablet ไม่ดีนั้นเหมือนกับการเถียงว่า "กระดานชนวนดีกว่าสมุด" ครับ

จำกระดานชนวนกันได้ไหมครับ สมัยคุณพ่อคุณแม่ผมเรียนหนังสือเขาใช้กระดานชนวนครับ คุณพ่อผมตอนนี้อายุ 75 ปี เทียบแล้วก็เท่าๆ กับผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองไทยหลายๆ ท่านพอดี เรียกว่าท่านเหล่านั้นยังมีความทรงจำของกระดานชนวนอยู่พอประมาณทีเดียว

ลองนึกว่าพรรคการเมืองที่เราไม่ชอบจะเอาสมุดมาใช้แทนกระดานชนวนดูสิครับ แม้เราจะไม่ชอบเขาแค่ไหนแต่จะไปเถียงแค่ไหนก็คงจะชนะยาก เจ็บตัวเปล่าๆ หาเรื่องอื่นเถียงดีกว่า

ผมเองไม่ได้เป็น "แฟน" ของพรรคสีอะไรเป็นพิเศษ พยายามชวนคุยกันด้วยเหตุผลมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีคนจะยอมคุยด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ถ้าเป็นแฟนสีอะไรก็จะเป็นแฟนสีนั้นเหนียวแน่นมาก ช่วงหลังนี้ผมเลยคิดว่าไม่เขียนเรื่องการเมืองดีกว่า มันเป็นเรื่อง "ความเชื่อส่วนตัว" ที่ไม่ควรจะไปแตะต้อง ไม่ต่างกับความเชื่อเรื่องศาสนา

แต่พอมาเรื่อง tablet นี่ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของผมที่ควรจะให้ความรู้แก่สังคม (เท่าที่ความรู้ผมจะมี)

ดังนั้นเลิกเถอะครับ การถกเถียงว่า tablet ดีหรือไม่ดีไม่มีประโยชน์ มันพิสูจน์แล้วว่าดีกว่า และไม่ได้พิสูจน์ที่ประเทศไทยด้วย

ผมดีใจที่รัฐบาลปัจจุบันจะเอา tablet มาให้เด็กนักเรียนใช้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลที่แล้ว (ซึ่งวางภาพพจน์ตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่มีการศึกษา) ก็อยากจะทำนโยบายเช่นเดียวกันแต่ติดที่ว่าเดี๋ยวไปชนกับนโยบายของฝั่งตรงข้าม นี่เป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่เห็นผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อนผลประโยชน์ของสังคม พฤติกรรมเช่นนี้เป็นกันทุกสี ผลกรรมก็ตกแก่ประชาชนไทยที่เชื่อฟังนักการเมืองเหล่านี้โดยไม่ตั้งคำถามกลับครับ

เราควรใช้โอกาสที่รัฐบาลปัจจุบันเอา tablet มาใช้ ร่วมกันคิดหาทางวางแผนเพื่อให้ tablet เกิดประโยชน์สูงสุด เราจะหวังรัฐบาลทำอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเกิดจากการร่วมมือของเราทุกคน การทำเช่นนี้จะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นให้แก่รัฐบาลที่จะเข้ามาหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ตาม ว่าผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อน เพราะประชาชนมีกำลังที่จะร่วมมือกันเพียงพอที่จะรักษาผลประโยชน์ของพวกเราเองครับ