เด็กเสราะกราว

  ทำไมหนอ...? ชีวิตของเด็กบ้าน ๆ(เสราะกราว) จึงขาดได้มากขนาดนี้...

    จากโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ทางโรงเรีียนจัดกิจกรรมครูออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ทำให้เห็นวิถีชีวิตของเด็ก ได้คุยกับผู้ปกครองโดยตรง ทำให้ได้เห็น ได้ทราบปัญหามากมายของเด็ก ๆ เยาวชนของชาติ แบบบ้าน ๆ ว่าทำไมถึงขาดแคลนได้มากขนาดนี้

   จากครอบครัวคนรุ่นใหม่ ในที่นี้ หมายถึงครอบครัวที่จำเป็นต้องมีโดยประมาท ขาดการเตรียมการ และการวางแผนที่ดี ทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่ต้องถามถึงความพร้อมในการดำเนินชีวิต เพราะเขาและเธอเหล่านี้ขาดทุกอย่าง งานไม่มีรายได้ไร้ซึ่งความมั่นคงทางความรู้ การงาน โดยสิ้นเชิง อาชีพรับจ้างกินไปวัน ๆ ส่วนใหญ่ต้องทิ้งลูกไปทำงานในเมืองใหญ่ (กทม./ตัดอ้อยที่ต่างจังหวัด) ลูก ๆ ของเขา-เธอ ฝากไว้กับตา ยาย หรืออยู่โดยลำพัง ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล เสี่ยงต่อการเข้าสู่วงจรการค้าประเวณี ค้ามนุษย์ 

  เด็กเหล่านี้เป็นผลมาจากครอบครัวคนรุ่นใหม่ พ่อแม่วัยใส ทิ้งลูกไว้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ เมื่อเขาหรือเธอโตขึ้นมาท่ามกลางความโหยหาความอบอุ่น โหยหาความรัก พวกเขา/เธอจะเคว้งคว้างขนาดไหน การตัดสินใจ การเลือกทางเดินชีวิตขาดการดูแลให้คำแนะนำในทางที่เหมาะสม  มาดูตัวอย่างชีวีตบางตอนของลูกศิษย์ในห้องม.1 ของดิฉัน อยู่กับยายสองคน บ้านเป็นกระท่อมสร้างขึ้นง่าย ๆ ไม่มีบันได จะขึ้นบ้านต้องกระโดดขึ้น หรือไม่ก็หาสิ่งของเยียบขึ้นบ้าน ยายอายุ 85 ปี หูตาฝ้าฟาง  ปัญหาเกิดขึ้นในภาคเรียนที่ 2 ค่ะ เด็กสาวกำลังโต วัย 13 ปีมีหนุ่มาติดพัน เพื่อนนักเรียนหญิงแอบมาบอกครู จึงเรียกมาพบส่วนตัว คุยกันถึงรายละเอียด เด็กยอมรับ จึงได้ตัดเตือนแนะนำข้อคิดไประดับหนึ่ง  หลังจากนั้นเด็กหายไป 3 วันไม่มาเรียน ครูไปตามก็ไม่อยู่บ้าน ยายบอกว่าหนีไปอยู่กับผู้ชาย ไปตามและบอกให้มาเรียนก็ไม่มา อยู่ไปอยู่มาผู้ชายก็หนีไป เด็กไม่ยอมมาเรียน ครูจึงไปตามคราวนี้ได้คุยกันหว่านล้อมให้มาเรียนชี้แจงข้อดีต่าง ๆ และคุยกับเพื่อนนักเรียนในห้อง ไม่ให้พูดจาถากถางเหน็บแนม ว่ากล่าวซ้ำเติมต่าง ๆ เพื่อน ๆในห้องรับปากครู พอเด็กคนนี้มาเรียนก็คอยให้เพื่อนหญิงในห้องดูแลและรายงานครูเป็นระยะ  โดยครูจะคอยจับตาดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ  จนปัจจุบันนี้เด็กคนนี้กำลังเรียนอยู่ ม. 3 ใกล้จะจบ ม.ต้นแล้ว รู้สึกว่าเด็กเสราะกราว (ภาษาเขมรสุรินทร์ แปลว่าเด็กบ้านนอก) มีปัญหามากมาย ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข จะสะสมจนหาต้นตอไม่เจอ  สร้างปัญหาไปสู่ระดับสังคมโดยรวม  

      โดยหน้าที่ครูที่ปรึกษา ก็ดูแลจัดการได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มากมายอะไร ถ้าจะให้ดีต้องเริ่มที่ครอบครัว การศึกษาต้องเปิดทางเลือกให้มาก ส่งเสริมความสามารถเฉพาะด้าน งานพื้นฐานอาชีพ ฯลฯ  เข้าถึงชุมชนครอบครัวระดับล่างต่าง ๆ ซึ่งมีมากเกินกว่าที่คิด การศึกษาในระบบไม่อาจจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ยังมีสภาพปัญหาคล้าย ๆ กันแบบนี้อีกมากที่รอการดูแลแก้ไขอยู่อย่างไม่รู้จบ และมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ