ผู้เขียนมิได้ตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่อง ขุนศึก ที่กำลังเป็นละครดังทางทีวีขณะนี้ แต่จะขอนำแง่คิดบางมุมจากการ(พยายาม)สุนทรียสนทนากับคนข้างกายซึ่งเป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด แถมยังเป็นศิษย์เก่า สำนักดาบพุทไธสวรรย์ เหมือน เสมา ตัวละครเอกของ ไม้ เมืองเดิม

ตอนเริ่มต้นสนทนาวง(ที่มีแค่สองคน)เกือบล่มด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อยในการที่คู่สนทนาแย้งไปเสียทุกเรื่องที่ผู้เขียนมีความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของ “ไอ้เสมา” 

  

เริ่มด้วยผู้เขียนชวนคุย(แบบกัดนิดๆ)ถึงการที่เสมาหลงรัก “แม่หญิงเรไร” อย่างหมดตัวและหัวใจ ตอนแรกๆของเรื่องมีการใส่ร้าย ปั้นเรื่องให้แม่หญิงเข้าใจผิดจนไม่ต้องการพบปะกันอีก เสมาเสียใจถึงกับดื่มเหล้าเมามายไร้สติ หมดสภาพ และยังมีอีกหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจผิดที่รุนแรงยิ่งขึ้น จนถึงแม่หญิงเรไรหมั้นหมายไปกับชายอื่นตามการบงการของพ่อแม่ ทำให้เสมาทุกข์ระทม แถมยังมีเรื่องของการที่เสมาเป็นที่ต้องใจของหญิงสาวมากมาย เกิดการวางกลอุบาย ชิงรักหักสวาทระหว่างหญิงที่ต่างหวังเป็นนางในดวงใจของเสมา เช่น “แม่หญิงดวงแข”หลงรักเสมามากจนสร้างเรื่องราวให้เสมาและแม่หญิงเรไรบาดหมางกันอย่างที่แม่หญิงเรไรไม่มีวันให้อภัยได้ ขัน ทหารหนุ่มที่มียศ มีสังกัดอนาคตท่าจะรุ่งซึ่งหมายปองแม่หญิงเรไรเช่นกัน ต้องการกำจัดเสมาให้พ้นทางก็ใส่ความเสมาจนต้องโทษหลายครา ทั้งถูกเฆี่ยน ทั้งถูกจองจำ ลดยศถาบรรดาศักดิ์ จากทหารถูกปลดไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างซึ่งมีศักดิ์ศรีเพียงทาส เรียกว่าตกต่ำสุดๆ

ผู้เขียนจึงกล่าวว่า เสมานี่เดือดร้อนเพราะผู้หญิงจริงๆ

ทว่าคนข้างกายผู้เขียนกลับแย้งว่า ทำไมไม่มองอีกมุมว่า เสมาได้ดีเพราะผู้หญิง เพราะความมั่นคงในรักต่อแม่หญิงเรไรจึงมุ่งมั่น อดทนต่อทุกข์ยากอุปสรรคต่างๆนานา แม้ว่าใจจะทุกข์ระทมแต่ไม่เคยย่อท้อที่จะเข้าเป็นทหารและเชื่อมั่นในฝีมือดาบที่จะสามารถรับใช้บ้านเมืองสร้างความดีให้ปรากฏ สร้างเกียรติยศให้คู่ควรกับศักดิ์ตระกูลของแม่หญิงเรไรและให้พ่อแม่ของแม่หญิงเรไรยอมรับ หากไม่มีแรงกดดันเสมาอาจใช้ชีวิตไปวันๆ

จากลูกชาวบ้าน ไพร่เสมา...เข้าเป็นทหาร ไต่ระดับยศ ถูกปลด ถูกจองจำ ได้มีโอกาสพิสูจน์ความดี ความสามารถจนท้ายสุดมียศศักดิ์เป็นถึง พระยา ฝ่าอุปสรรคได้ครองรัก ครองเรือนกับแม่หญิงเรไรอย่างมีความสุข

อีกประเด็นก็คือ ความเก่งกาจในฝีมือเพลงดาบ ความดี ความอดทนของเสมา ที่ดูจะทนอะไรๆได้เสียทุกอย่าง ทั้งความทุกข์กายและความทุกข์ใจ อีกทั้งยังเป็นคนดีมีคุณธรรม ดูสมบูรณ์แบบเป็น พระเอ๊ก พระเอก แสนจะเป็นพระเอกในอุดมคติ

พูดแค่นี้ คู่สนทนาแสดงความเห็นยาวเลยค่ะ ว่ากันตั้งแต่ การเป็นลูกชาวบ้านอยุธยา ดำรงชีวิตในภูมิศาสตร์ที่เป็นที่ราบลุ่ม มีหน้าแล้ง-หน้าน้ำ เดือน ๘ – ๑๒ ต้องรู้วิธีอยู่กับน้ำกับเรือเป็นอย่างดี การว่ายน้ำ ดำน้ำ พาย-ถ่อ ต้องคล่องแคล่ว ยามหน้าแล้งคงต้องเดินตามคันนา อันร้อนแห้งด้วยตีนเปล่า ผ่านร้อน ฝน หนาว บ่มเพาะให้เสมาเติบโตในภูมิวัฒนธรรมอโยธยาอย่างแข็งแกร่ง

พ่อของเสมามีอาชีพ ตีเหล็ก ซึ่งเป็นงานหนัก เสมาได้ฝึกฝนเรียนรู้การตีเหล็กจนชำนาญ การตีเหล็กเป็นงานที่ต้องอดทนต่อความร้อนสูงที่ใช้หลอมละลายเหล็กเพื่อตีให้สำเร็จเป็นเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เคียว มีด จอบ โดยเฉพาะ มีดดาบ ที่ถือว่าเป็นอาวุธประจำกายของชายไทย ช่างตีเหล็กต้องมีพละกำลังสู้ความหนักของค้อนตีเหล็ก และต้องเชี่ยวชาญในจังหวะการตีเหล็ก รู้ว่าเมื่อใดต้องโหมกระหน่ำ เมื่อใดต้องผ่อนแรง

คุณสมบัติประการสำคัญคือ เสมาฝึกตนอยู่ที่ สำนักดาบพุทไธสวรรย์ อันมีกิติศัพท์ลือเลื่องในการผลิตนักดาบฝีมือดี

สำนักดาบนี้ตั้งอยู่ที่ วัดพุทไธสวรรย์ บ้านเวียงเหล็ก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก (วัดนี้สำคัญและสวยงามมาก ทุกท่านควรได้ไปเยือน)

คนข้างกายย้ำว่า ครูดาบ อาจเป็นพระที่อดีตเคยเป็นนักรบชั้นยอด หรือไม่ก็ต้องเป็นคนติดวัด ครูดาบจึงต้องเป็นผู้มีศีล มีคุณธรรม การฝึกดาบนั้นเพื่อไว้ป้องกัน สั่ง สอน ปราบ ปราม หยุด สกัด ขัด ขวาง เพื่อมิให้บุคคลที่หลงอยู่ในอธรรมก่อความชั่วจนสำเร็จอันจะนำความเดือดร้อนมาสู่สังคม

 

ผู้ที่ได้เข้ามาฝึกฝนกับสำนักดาบพุทไธสวรรย์ จึงได้ผ่านการบ่มเพาะฝึกฝนจิตใจด้านศีล สมาธิ ปัญญา ให้เป็นผู้ใช้ดาบอย่างมีสติ มีคุณธรรม ทั้งยังได้ฝึกปรือความแข็งแกร่งของร่างกาย การเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กันทั้งกายและใจ เพื่อให้สามารถใช้เพลงดาบอันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ได้อย่างเยี่ยมยุทธ์

อีกทั้งเสมามีประสบการณ์ในการค้าขาย การเป็นชาววัด ชาวบ้าน และการรับราชการในกองทัพ ที่เห็นทั้งความสุข ความทุกข์ ของชาวอโยธยา ทุกสิ่งหล่อหลอมให้เสมาเป็นวีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมกัน มุ่งมั่นที่จะนำพาชีวิตของตนให้เป็นที่ยอมรับในแนวทางของความดี

ฟังในคำอธิบายแล้วผู้เขียนประทับใจที่ ไม้ เมืองเดิม ผู้ประพันธ์เรื่อง ขุนศึก นี้ที่มอบความสมบูรณ์แบบของตัวละครเอกอย่างเปี่ยมล้นไปด้วยเหตุผลที่ควรจะเป็น สมความเป็นจริง

เมื่อต้องยอมรับในเหตุผลและวาทะของคนกรุงเก่าเช่นนี้ แม่หญิงจักจั่นเช่นผู้เขียนจึงขอลาไปเดินชมนกชมไม้ หาเรื่อง หาประเด็นใหม่ๆ (ที่อาจพอจะชนะหรือเสมอเขาได้บ้าง)มาลับสมองกันในครั้งหน้าก็แล้วกันค่ะ