โปรดฟัง...ความคิดเห็นของเขาบ้าง....

        วันนี้ผึ้งงานขอใช้สิทธิ์แทนความในใจของเด็กๆสักวัน เนื่องจากเด็กจะรู้สึกว่าวันที่ยิ่งใหญ่ของเขาจะมีเพียงแค่ “วันเด็ก” เพียงวันเดียวที่จะถูกถามว่าต้องการอะไรบ้าง? ...และโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรเอ่ย?.... คุณเคยอยากฟังความคิดเขาบ้างไหมว่าพวกเขาอยากบอกอะไรเราบ้างในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

     

 

          ดวงใจน้อยๆนี้ คนที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุดคือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย คนรอบข้าง บางครั้งผู้ใหญ่รู้สึกมันเคี้ยวอยากแกล้งเด็กเล่นแรงๆให้เด็กร้องไห้ก็มี หรือไม่ก็แซวว่าเป็นหมาหัวเน่าบ้าง?(ในกรณีที่แม่มีน้องใหม่) เด็กเก็บมาเลี้ยงบ้าง พ่อแม่ไม่รักบ้าง ฯลฯ

 

ความคิด...ของเด็ก

          เด็กไม่ได้มีความคิดที่ซับซ้อน พูดตรงๆการรับฟังความคิดของเขาบ้าง ก็จะเข้าใจโลกของเขาไปด้วย การยึดติดข้าวของเป็นธรรมดาของเด็กที่ถูกสอนมา ผู้ใหญ่มีประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า ก็ควรใช้จิตวิทยาในการสอนเขาโดยมีเหตุมีผลในเรื่องที่ซับซ้อน ต้องอดทนชี้แจงซ้ำๆถ้าเขาไม่เข้าใจหรือหาวิธีให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง

 

             

 

          ความคิดตอนเด็ก....ในส่วนลึกจะเป็นแรงผลักดันให้กลายเป็นอาชีพในอนาคตได้เช่นกัน

สิ่งของเสพติด...ไม่หักหาญน้ำใจกัน

       

                

  

          เด็กมักจะมีสิ่งของที่เขาติดหรือหวง...ไปไหนก็จะนำไปด้วยและจะนำมาไว้ใกล้ๆหรือกอดตลอดเวลา การที่เขามีสิ่งของนี้อยู่ด้วยจะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจเช่น หมอน ตุ๊กตา ผ้าห่ม ผ้าขนหนู ขวดนม ฯลฯ คนเป็นพ่อแม่เวลาจะให้ลูกเลิกเสพติดของเหล่านี้ต้องค่อยๆชี้แจงและนำกิจกรรมอื่นๆมาทำให้เขาออกห่างทีละน้อย จนในที่สุดก็จะไม่ต้องพึ่งสิ่งของนั้นอีกเพราะความมั่นคงในใจเกิดขึ้นแล้ว หรือพอโตขึ้นอีกหน่อยก็จะเริ่มอายเพื่อนแล้ว....เขาจะคิดได้เองเลยไม่ต้องการมันอีกต่อไป

 

คำสัญญา...ให้ไว้...ต้องทำตามนั้น

          เด็กนั้น....ถ้าคุณสัญญาอะไรไว้... ก็ต้องทำให้ได้ตามนั้นเพราะเด็กจะให้ความเชื่อถือคนใกล้ชิดมากและจะจดจำรอวันเวลาที่จะได้ในสิ่งที่สัญญากันไว้ อย่าหวังว่าเด็กจะลืม...ไม่มีทาง... เนื่องจากเขาจะคอยท่องซ้ำๆในใจตลอดเวลาจนกว่าจะได้ในสิ่งนั้น

          ถ้าเด็กผิดหวังบ่อยๆ...จะทำให้กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ ไม่เชื่อใครและรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง บางครั้งเป็นความก้าวร้าวในใจ

ความฝัน...ในวัยเด็ก

          โตขึ้นหรูอยากเป็นอะไรจ๊ะ?..... เชื่อว่าคำถามนี้คงได้ผ่านกันทุกคนในวัยเด็ก...คำตอบนั้นบางทีก็เกินความคาดหวังของผู้ใหญ่เสมอเช่น โตขึ้นหนูอยากเป็น...แมว(..รักแมว ชอบเล่นกับแมวเข้าอกเข้าใจกัน) หนูอยากเป็นอุตตร้าแมน (ดูฮีโร่ จนอยากเลียนแบบ) นักร้อง (ชอบร้องเพลง ดูTVมากไป) นักเต้น (ชอบเต้นทุกท่าทาง ขำๆ กล้าแสดงออก เสียงชื่นชมมาก) อยากเป็นต้นไม้ อยากเป็น.....ในความฝันวัยเด็ก ทุกอย่างสวยงามเสมอ

          ผู้ใหญ่เองต่างหากที่ไปยัดเยียดอาชีพต่างๆให้เขาเอง คาดหวังเขามากไป เช่น เป็นหมอ พยาบาล ครู ตำรวจ พ่อค้า นักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร์ อาชีพเหล่านี้น้อยนักที่เด็กจะมีความมุ่งมั่นในใจเอง ส่วนมากผู้ใหญ่พูดกรอกหูจนกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้สักอาชีพที่ผู้ใหญ่จับยัดไว้ในสมอง

          ธรรมชาติของเด็ก....จะสร้างและเติบโตไปในสิ่งที่เขาชอบเอง เราควรปลูกต้นไม้และให้มีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมก็พอ เช่น เมื่อท่านปลูกต้นมะม่วง...จงมั่นใจเถอะว่าต้นนี้ต้องโตขึ้นมาเป็นต้นมะม่วงอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อท่านปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นคนดีของสังคม ไม่ว่าเขาจะประกอบอาชีพอะไรก็ประเสริฐทั้งสิ้น

          วันหนึ่งก่อนวันเด็ก...เมื่อผึ้งงานได้ถามเด็กอายุ 3 ขวบคนหนึ่งว่า...โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ?....คำตอบก็คือ...ก็เป็นตัวของหนูเองไง.!!!!

 

         

             (ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)