ล่าสุดข้าพเจ้าได้รับอีเมล์เชิญชวนร่วมงาน
งานประจำสู่งานวิจัยครั้งที่ 5
“วิถี R2R: เรียบง่าย คุณภาพ ครบวงจร” วันที่ 10 - 12 กรกฎาคม 2555
ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี 

Routine to research : R2R คำๆ นี้อยู่ในใจ และใฝ่ให้เกิด
สนใจที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ "เรียบง่าย แต่ ครบวงจร" 
หากเป็นไปได้ ก็อยากไปเรียนรู้ดูตัวอย่างจากผู้มีประสบการณ์

สำหรับงานของข้าพเจ้าเอง..หนทางยังยาวไกล
เพราะ.. 

R แรก : Routine ของงานที่ปรารถนาให้เกิดก็ยังไม่มี
ทำให้ Palliative care กลายส่วนหนึ่งในงานประจำของหน่วยงาน
ไม่ใช่ งานของข้าพเจ้า หรือของใครคนใดคนหนึ่ง
.

อีกนานแค่ไหนกว่า R ที่สองจะตามมา
R : Research ที่นำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง เงินทอง

ข้าพเจ้าไม่อยากจะข้าม R แรกไป R สองเลย
ด้วยการแปรผันทำไปตามกระแส แล้วแต่เรื่องไหนมีผู้ให้ทุน 
แบบ "เงินมา งานจึงมี" 
การมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ออกแต่ผล  จนลืมหยั่งราก
"ราก" ในที่นี้ คือ คุณค่าที่แท้จริง ( core competency) ของเรา
สิ่งที่จะทำให้ คนรุ่นหลังจากเรา "หน่อ" ของเรา
สามารถยืนต้นได้อย่างมั่นใจ มั่นคง

มีผู้แนะนำข้าพเจ้าว่า
ในการเดินทางไกล หรือทำงานที่ต้องอาศัยระยะเวลา
การมองที่ปลายทางอย่างเดียว
จะทำเราเร่งตอนต้นแล้วแผ่วปลาย ให้ท้อถอย
ควรตั้งเป้า หลักกิโลไว้ว่าแต่ละเดือนเราเดินถึงหลักกิโลที่เท่าไหร่
ค่อยๆ ไป แต่คงเส้นคงวา และไม่ถอย 
ประธานาธิบดีลินคอร์น เคยกล่าวประโยคอมตะไว้
"I am a slow walker ,but I never walk back"

.....
นี่คือกิโลเมตร งาน Palliative care ที่ข้าพเจ้าขอจดไว้ทบทวน

หลักกิโลเมตรแรก  ในช่วง 6 เดือนนี้  (นี่ก็ 4 เดือนแล้ว)
เป้าหมายคือ "หาพื้นที่-field" งานบริการให้เป็นฐานการเรียนรู้ของแพทย์ประจำบ้าน และนักศึกษาแพทย์ในภาคปฎิบัติ

หลักกิโลเมตรที่สอง ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
เป้าหมายคือ "สร้างฐานข้อมูล" ที่เรียบง่าย ใช้ส่งเสริมงานบริการ โดยงานวิจัยควรเป็นสิ่งที่ตอบสนองงานบริการ 

หลักกิโลเมตรที่สาม ในอีก 6 เดือนต่อไป
นำข้อมูลมา "วิเคราะห์สถานการณ์" ถึงช่องว่างในระบบการทำงานปัจจุบัน 

หลักกิโลเมตรที่สี่..ที่อาจเป็นหลักสุดท้าย
เป้าหมายคือ "ปล่อยวาง" และหวังใจว่าจะมีหน่อใหม่มาสานต่องาน
ในแบบฉบับของเขาเอง รูปแบบใดก็ได้
เล็ก ใหญ่ ไม่สำคัญ ขอเป็นงานที่มีคนภูมิใจจะทำ

...

แม้จะเต็มไปด้วยความหวั่นไหวตามลมแรง
แม้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่า แนวทางนี้ให้คุณหรือให้โทษเพียงไร

แต่ภาพนี้



บอกกับข้าพเจ้าว่า
"ราก" สำคัญที่สุด
ต้นไม้ที่หยั่งรากลึก
เมื่อยามที่ลำต้นล้ม ด้วยแรงปะทะ
ก็ยังไม่ตาย..
มีกิ่งก้านแตกใหม่..แทนที่..และขยาย

  ###

เรื่องของ Core competency - สมรรถนะหลัก สมรรถนะร่วมขององค์กร
...Apple's core competency is innovative design and technology.
สั้นกระชับ ได้ใจความ
ข้าพเจ้าสงสัยว่า เจ้า  core competency นี้เกิดได้อย่างไร
คงไม่ใช่เพียงการสรรหาถ้อยคำหรูๆ 
แล้วก็ได้พบกับบทความที่ช่วยให้ความกระจ่าง
ของท่าน อาจารย์วัลลา ตันตโยทัย  ที่นี้

"Core competency จะเกิดได้ด้วยการรณรงค์ของหน่วยงาน
ให้คนรับรู้ว่าจะไปอย่างนี้...
มีหลายเรื่อง แต่ไม่จำเป็นต้องรณรงค์พร้อมกัน
เลือกเอาเรื่องที่จะต้องเกิดหรือทำได้ก่อน...
core competency จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มี role model
คนจะแหงนหน้ามองข้างบน (ผู้บริหาร) ตลอด"