หน้าฝน

ปลา เป็น สิ่งมีชีวิตที่ใช้น้ำเป็นที่อยู่อาศัย ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาและล่วงเลยมาจนถึงฤดูฝนนี้ ผมได้สังเกตุเห็นปลาที่อาศัยอยู่ในสระน้ำใกล้ๆบ้านผมมัน มีการปฏิบัติตัวกับน้ำที่มันอยู่อาศัย เป็นสิ่งที่เมื่อดูแล้วก็สามารถนำกลับมาคิดกับชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาได้มากเลยทีเดียว  ประมาณช่วงเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2555 เป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ บางที่ในประเทศไทยก็ทำลายสถิติไปจนถึง เกิน 40 องศา เชลเซียส กันทีเดียว สำหรับที่จังหวัดสุโขทัยเอง ก็ไม่น้อยหน้า ในเรื่องนี้ มีการทำลายสถิติกัน ถึง สองครั้ง สองครา กันเลยทีเดียว ที่สระดินซึ่งขุดโดยเจ้าของที่ใกล้บ้านของผม ช่วงนั้น เมื่อผมได้กลับไปเยี่ยมคุณแม่ จะสังเกตุได้ว่า น้ำในสระเหลือน้อยมากๆ แห้งขอดจนปลาที่อยู่ในน้ำแทบไม่มีที่ว่าย ไม่มีที่อยู่กันเลย สภาพน้ำเป็นเหมือนโคลนขุ่นๆ ข้น มากกว่าเราจะเรียกว่าน้ำได้  ตอนนั้นอากาศร้อนมากๆ ปลาในน้ำคงจะตัวแทบสุก เลย บางตัวที่ทนไม่ได้ก็ตาย ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งไปหมด ผมกับทางครอบครัว เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อยากหาน้ำมาใส่ให้แต่ด้วยความที่เป็นการล่วงล้ำเข้าไปต่อ เจ้าของสระนั้น จึงต้องดูไปด้วยความสงสารพร้อมทั้งมีอุเบกขาลงไปด้วย พอบ่ายคล้อยไปหน่อย อากาศยังคงร้อน สมกับสภาพ แชมป์ของประเทศที่ได้รับ มีร่มเงาไม้บางส่วนตกลงมาที่ ข้างสระ ที่เป็นดินแห้งๆ สิ่งที่ผมและคุณแม่ได้เห็นก็คือ ปลาทุกตัวที่มีกำลังขึ้นมานอนเรียงกันอย่าง เป็นระเบียบเรียบร้อย ตามแนวเส้นเงาไม้ เลย เสียดายที่ไม่มีกล้องที่จะเก็บภาพเหล่านั้นไว้ พอคนโผล่หน้าไปมองที มันก็ดิ้นกลับลงไปในน้ำที คิดเเล้วสงสารปลาพวกนี้มาก ... จากนั้นไม่นาน พอเข้าฤดูฝน อากาศเริ่มดีขึ้นและอุณหภูมิก็ลดลง ผมก็คิดว่าพวกฝูงปลาเหล่านั้น น่าจะได้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น จนเมื่อวานวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ผมกลับมานั่งกินข้าวกับแม่อีกครั้ง วันนี้ฟ้าเริ่มมืด แล้วไม่นานฝนก็ตก ฝนตกหนักมาก ติดต่อกันเป็นเวลาสักสองชั่วโมงได้ ปรากฏว่ามีน้ำใหลเข้าสระน้ำที่ผมเคยเล่าให้ฟังนั้น เป็นจำนวนมาก ........หลังฝนผมเดินเล่นรอบๆ บ้าน คนละทางกับที่สระน้ำตั้งอยู่ แต่มีทางน้ำไหลเล็กๆระบายน้ำที่เจิ่งนองอยู่ ผมมองเห็นปลาหมอสองตัว ใช้ครีบและเหงือกบานออกแล้วตวัดซ้ายขวา ซ้ายขวา จนเหมือนทหารเดินตามกันมาบนพื้นดินเพื่อเข้าไปสู่ ทางน้ำเล็กๆนั้น  เป็นภาพที่ผมเห็นแล้ว ตื่นตาตื่นใจมากกับการต่อสู้ของปลาหมอ ที่ใครๆ ก็ว่ามันจะตายเพราะปาก แต่เห็นมันกำลังเอาตัวรอดอยู่ต่อไปโดยการหลบหนีออกจากแหล่งน้ำสุดหฤโหดที่ติดตาผมแห่งนั้น แม้ว่าตอนนี้ปริมาณน้ำเริ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม ผมเดินไปรอบๆ บ้านที่มีน้ำฝน ขังอยู่ตามแอ่งน้ำและร่องน้ำ ก็พบพรคพวก ปลาหมอเหล่านี้อีก 5 ตัวโดยที่มันมีลักษณะแบบที่พบคือ แยกสายกันเป็นทีม ทีมละ 2 ตัว  ส่วนตัวที่พบเดี่ยวๆ คือ อยู่ในร่องน้ำแล้ว  โดยทั้ง 7 ตัว คุณแม่และผมช่วยกันนำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำ ที่มี ดีกว่าปล่อยให้มันมาอาศัยอยู่บนพื้นดิน ที่ไม่ใช่ถิ่นของมัน  กลัวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวจะจบไม่สวย นะเจ้าปลาเอ๋ย.......  สำหรับคนเรารวมทั้งผมด้วย คงเหมือนปลาพวกนี้ ที่พยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อการเอาชีวิตอยู่รอดโดยที่ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจริง จุดหมายมันคืออะไร  สระน้ำของมนุษย์จะยังมีทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ตลอดให้เราอยู่อาศัยกันไปจนตายหรือไม่หรือจะต้องแก่งแย่งกันเพื่อหา ร่มไม้ เพื่อลดความทรมานจากอุณหภูมิภายนอก หรือทั้งๆที่มีน้ำอยู่มากมายแต่ก็คงยังใช้ครีบหางและเหงือก แถกใถลไปในถิ่นในทางที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่ธรรมชาติของตนเอง เพียงเพื่อจะเสี่ยงหาแหล่งน้ำใหม่ ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่  แต่วันนี้ผมได้มานั่งกินข้าวกับแม่ที่อายุก็ปาเข้าไป 75 แล้ว  ท่านไม่สนใจอะไรนอกจากเตรียมกับข้าวฝีมือต้นตำหรับ ที่ผม เคยชิมมาตั้งแต่เด็ก กินกันไปคุยกันไป ผมมองผมสีขาวของแม่และใบหน้าเนื้อตัวที่ ล่วงเลยไปตามวัย แล้วก็ถามว่าแม่เบื่อใหม กับวิถีชีวิตอย่างนี้ อยู่เงียบๆ รอ ลูกหลานมาคุยด้วยเดี๋ยวเช้าเดี๋ยวเย็น ไม่ค่อยมีอะไรท้าทาย  เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยมี ชวนไปเที่ยวก็ไม่ไป (เพราะ กั้นฉี่ไม่ได้ ให้ใส่แพมเพิส ก็ไม่เอา) ผมบอกว่าเรื่องอยู่ก็อีก 20 ปี จะอย่างไร ก็ค่อยว่ากันนะ เพราะตอนนั้นผมเกษียรแล้วเราจะได้มาอยู่กันเต็มๆวันเลย  แม่ บอก ไม่ไหวมั้ง ผมก็ขอให้สู้ๆๆ   สิ่งที่ให้ทำคือสวดมนต์แก้เพื่อ แม่ปฏิเสธ จะสวดเฉพาะก่อนนอนเท่านั้น  ผมก็เลยมอบการบ้านให้แม่ทำก็คือ การนั่งดูมด ขนของ ขนเสบียงกลับรัง และคอยให้อาหารนกเอี้ยง 6 ตัว ประกอบด้วย พ่อแม่ และลูกอีก 4 ตัว (แม่บอก) ที่จะมาคอยขอข้าวกินทุกวันๆ ละ หลายๆครั้ง อย่าเอาแต่นอนอย่างเดียว ไม่ดี  .. ส่วนผมก็ต้องกลับเข้าเมืองแล้วละครับ เพื่อกลับสู่แหล่งน้ำ ที่ผมคิดว่าใช๋   เป็นแหล่งน้ำสำหรับชีวิตผมและครอบครัว มีทุกอย่าง อาหารการกิน เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงรวมถึงการทำลายล้างที่น่ากลัวมากๆๆๆ แฝงเอาไว้ด้วยในสระน้ำแห่งนี้................................