ในวงสนทนากับเครือข่ายเมื่อไม่นานนี้ มีท่านหนึ่งให้ความรู้ว่าการเก็บข้าวสารให้ยาวนาน มอดไม่ขึ้น และข้าวไม่ร่วน นั้น ให้เอาข้าวใส่ขวดน้ำใหญ่ เช่น ๒ ลิตรหรือ ๖ ลิตร เอาตะปูใส่ลงไปสองสามดอก ปิดฝาให้แน่น เท่านี้ข้าวจะอยู่ได้นานเป็นปี หรือ หลายปีด้วยซ้ำ
ผมเองยังงงว่า มันเป็นไปได้ไง คนเล่าเองก็ไม่รู้เหตุผล เพียงแต่จำเขาเอามาเล่า
มีอีกท่านบอกว่า น่าเป็นเพราะว่าตะปูเป็นเหล็ก ทำให้สามารถทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ (oxidation) ...คือการดูดเอาออกซิเจนจากอากาศมาทำปฏิกิริยา ...แต่ท่านหยุดแค่นั้น ไม่ได้พูดอธิบายอะไรต่อ
หลังจากวันนั้น ผมเก็บเอามาครุ่นคิดต่อว่า อืมม์ เป็นไปได้ เพราะถ้าเหล็กตะปูดูด O_2 ออกมาจากอากาศ จนความเจือจางจาก ๒๑% เหลือสัก ๑๘% สิ่งมีชีวิตเช่นมอด อาจอยู่ไม่ได้ (ตาย) อีกทั้งอัตราการทำปฏิกิริยากับเมล็ดข้าวก็ลดลงด้วย ..ก็เลยได้ประโยชน์สองต่อ
คิดต่อยอดว่าตะปูต้องเป็นตะปูราคาถูกนะ ห้ามไปใช้ตะปูกันสนิมราคาแพง (galvanized nail) หรือตะปูแสตนเลส
ต่ออีกยอด เอ..แทนที่จะเป็นตะปู เปลี่ยนเป็นวัสดุที่ oxidized ได้ดีกว่าเหล็กได้ไหม ...วานนักเคมีเอาไปคิดต่อยอด ละกัน
...คนถางทาง (๗ พค. ๒๕๕๕)
ผมหาวิธีกำจัดมอด มาหลายวิธี ไม่สำเร็จครับ เมื่อวานยัง ยกถังบรรจุข้าวไปตากแดด มันก็ไม่ออก จะลองวิธีนี้ดู แต่ วิธีที่่ดีที่สุด ผมใส่กระปุกเก็บในตู้เย็นแก้ไข ป้องกันมอดได้เด็ดขาดครับ
สำหรับผม ข้าวที่ขึ้นมอดได้นี่ดีครับ เห็นมอดแล้วดีใจครับ เอามาหุงได้ตัวมอดคิดเสียว่าได้โปรตีนแถม เพราะข้าวสารที่ตวงขายแถวต่างจังหวัดทิ้งไว้ยังไงมอดก็ไม่ขึ้นครับ (คงใส่ยาฆ่ามอดไว้เยอะ)
เผลอๆ ถ้าเปลี่ยนมาศึกษาคุณค่าทางอาหารของตัวมอด เราอาจจะอยากให้ข้าวมีมอดขึ้นเยอะๆ ก็ได้ครับ (.....ถ้ากล้ากิน มีตัวสองตัวกินไม่ยาก แต่นึกไม่ออกว่ามีเยอะๆ จะกินได้หรือเปล่าเหมือนกันครับ)
๕๕ ...ดร. ธ. คิดแผลงดี...ผมเองก็เคยคิดแผลงแบบนี้เปี๊ยะเลย ถ้าวิจัยดีๆ อีกหน่อยอาจปลูกข้าวเพื่อเอามอดไปขายก็ได้นะครับ เพราะได้ราคาดีกว่ามาก ๕๕
เห็นแม่ทำมาตั้งนานแล้ว คนรุ่นเก่านี่ เขาเก่งเหมือนกันนะ
The method we have been using for many decades is and adaptation (modernization) of the old เก็บข้าวสารในโอง. we keep my rice in plastic bags inside a (dead) box freezer. We have a bowl of salt to absorb moisture in the freezer. We don't have problems with insects in rice, but after 18 months or so, the rice becomes "old", yellowish and "dry" to eat. It seems that uncooked rice is not "dead", it stll undergoes changes.
We prefer "new" season crop - because new rice has slightly sticky and chewy feel (texture) and "fresh" aroma. But when we do get new season crop, we get more than the amount we can can keep "new". So, keeping new rice and it becomes "old" is still a problem.
How can we keep "new" rice "new" for a couple of years?
ท่าน sr ครับ ข้าวสารมีชีวิต มัน"หายใจ" ตลอดเวลาครับดังนั้นข้าวสารเก่าจะแข็งขึ้นกว่าข้าวสารใหม่ (เดาว่าแป้ง amylopectin ที่มีห่วงโซ่ซับซ้อนเปลี่ยนไปเป็นแป้ง amylose ที่เป็นสายตรง ..ว่าเข้านั่น) วิธีเก็บให้นานคือใส่ขวดปิดฝาให้แน่น (ห้ามอากาศรั่วเข้า) แล้วแช่เย็น ส่วนวิธีบรรจุสมัยใหม่คือบรรจุแบบสุญญากาศงัยล่ะครับ ..มอดก็ตาย ข้าวก็หยุดหายใน (ตาย? หรือสลบ?)
กากรอบแห้งข้าวเปลือกก่อนสี ถ้าอบให้ข้าวร้อนมากๆ เป็นเวลานานๆ มอดก็ตายหมด ไข่มอดฝ่อ แต่ต้องใช้เงินในการอบแห้งมากครับ
ลองใส่พริก หรือใบมะกรูด หรือตะไคร้ ดูบางซิคะ ที่บ้านใช้อยู่ได้ผลค่ะ
น่าคิดครับท่านjinni แสดงว่าไอ้พวกนี้อาจเหม็นกลิ่นพวกนี้ตายเสียก่อน (แต่ยัังต้องการการทดลองยืนยันทางวิทยาศาสตร์ก่อนนะครับ)
ถ้ามันเวิร์คจริง ผมเสนอต่อยอดว่า ให้เอาเครื่องเทศพวกนี้รองพื้นจะดีมาก เพราะมันจะระเหยขึ้นข้างบนเสมอ ตามหลักการทางวิศว ดังนั้นความเข้มข้นของกลิ่นจะมีมากขึ้น และอย่างทั่วถึง อันนี้ทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาได้เลยนะครับ
ผมขออนุญาติมองย้อนศรนะครับ
ได้ idea จากมอดเยอะเลย..
แต่ว่ายังไม่เคยเก็บข้าวสารไว้เป็นปีๆขนาดนั้นเลยค่ะ
ท่าน mitoฯ ครับ ไม่ได้มองย้อนศรหรอก แต่มองตรงเลยครับ มันเป็นเช่นคุณว่าจริงๆด้วย เราต้องทดลองว่ามันได้ผลจริงเสียก่อน จากนั้นจึงใช้แบบ "กันไว้ดีกว่าแก้" อีกวิธีคือ แทนที่จะใช้ตะปู เราเอาไปเก็บในถังสังกะสีเลยได้ไหม แต่ต้องปิดฝาให้แ่น่นด้วนะ ห้ามอากาศรั่วเข้า เช่น เอายางในรถคลุมแล้วเอายางรัดปากถังหุ้มให้แน่น
kunrapee ครับ เผื่อข้าวยากหมากแพง น้ำท่วมโลก ต้องตุนนะครับ :-)))