จากริมซ้ายไปขวา : ๑) พันเอกพิเศษศักดา ประจุศิลป์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ทหารบก อดีตนายกสมาคม คนที่ ๓  ๒) รองศาสตราจารย์นายแพทย์สภา ลิมพาณิชยการ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเวชนิทัศน์ และอดีตนายกสมาคม คนที่ ๒ ๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ อดีตรองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตเลขาธิการและอุปนายกสมาคม ๓ สมัย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ผมได้ไปยังโรงเรียนเวชนิทัศน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อร่วมงานแสดงกตัญญูกตเวทิตาจิตต่อรองศาสตราจารย์นายแพทย์สภา ลิมพาณิชยการ ครูอาจารย์เก่าแก่ท่านหนึ่งของผมและชาวเวชนิทัศน์ รวมทั้งของหมอและคนที่ได้เรียนคณะต่างๆที่ศิริราชหลายรุ่น นอกจากนี้ ท่านเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเวชนิทัศน์และอดีตนายกสมาคม เวชนิทัศน์สมาคม(ประเทศไทย) คนที่ ๒ หรือที่สังคมทั่วไปรู้จักในนาม 'หมอ ๕ บาท' ที่รักษาชาวบ้าน ทั้งคนยากจนและคนทั่วไปด้วยการคิดค่ายาเพียง ๕-๑๐ บาท กระทั่งไม่คิดเงินเลย

หลังจากเสร็จแล้ว อดีตนายกสมาคม ผมกับพี่ๆน้องๆชาวเวชนิทัศน์ ก็ถือโอกาสไปเยี่ยมชมการทำงานและการดำเนินงานต่างๆของโรงเรียนตามห้องและแผนกต่างๆ รวมทั้งได้ไปดูการทำสื่อต้นแบบเพื่อใช้ในโครงการให้สุขศึกษาและโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและควบคุมการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นผลงานต่อเนื่องจากการทำเวิร์คช็อปเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาของนักเวชนิทัศน์กับเครือข่ายนักวิชาชีพสุขภาพเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพสาขาต่างๆ ทั้งจากสาขาแพทย์ สาธารณสุข เภสัช และนักจิตวิทยาสังคม (อ่านเพิ่มเติมที่บันทึก : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/342341)

การประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายวิชาชีพเวชนิทัศน์กับการสร้างเสริมสุขภาพและการรณรงค์ด้านบุหรี่กับการสร้างเสริมสุขภาวะสังคม โดยเวชนิทัศน์สมาคม(ประเทศไทย) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส) และเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อพัฒนาสถาบันวิชาการสู่องค์กรสร้างเสริมสุขภาพ

เวทีเวิร์คช็อปดังกล่าวนั้น ผมเองก็ได้ไปร่วมเป็นวิทยากรจัดการระดมความคิด ทำงาน Creative และถอดบทเรียนเวที ทั้งในฐานะนักวิจัย ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการของเวชนิทัศน์สมาคม และเครือข่ายศิษย์เก่าในสาขาวิชาชีพเวชนิทัศน์ ความที่เกี่ยวข้องกับเวทีในหลายฐานะอย่างนี้ ก็เลยทั้งสามารถสอน บรรยาย ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่ตนเองมีให้เป็นข้อมูลทำงานความคิดของเวที รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยง ร่วมวิพากษ์ เสนอแนะ เมื่อเสร็จแล้วก็ยังนำมาเขียนสื่อสาร ช่วยเผยแพร่และทำให้สังคมมีแหล่งได้เรียนรู้เพิ่มพูนพลังปัญญาปฏิบัติสั่งสมไว้ให้กว้างขวางมากยิ่งๆขึ้น ได้ทำหน้าที่เหมือนแสดงความเคารพและสืบทอดวิชาความรู้ของครูอาจารย์ไปด้วยในตัว

ท่านศาสตราจารย์แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ และ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ให้การสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการที่เป็นเนื้อหาการทำสื่อ ทุนอุดหนุน และการเป็นผู้ใช้สื่อที่จะร่วมกันผลิตขั้น หลังจากการเวิร์คช็อปแล้ว ตูน รุ่นน้องของผมและเป็นมือดีจากหน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ของโรงเรียนเวชนิทัศน์ ได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมให้เป็นผู้นำเอาการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์จากเวที ไปทำสื่อขึ้นชิ้นหนึ่ง สื่อที่ทำขึ้นได้เสร็จแล้ว

ราตรี ปั้นพินิจ นายกสมาคมคนที่ ๑๓ อนงค์วรรณ ไพโรจน์ นายกสมาคมคนปัจจุบัน (คนที่ ๑๔) และตูน (ขออภัยขอใช้ชื่อเล่นไปก่อน เมื่อทราบชื่อจริงแล้วจะนำมาเปลี่ยนทีหลังครับ) หน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล นำชมผลงานผลิตสื่อให้สุขศึกษาและรณรงค์แก้ปัญหาการบริโภคยาสูบ

เมื่อเห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่าแรงและมีพลังที่จะสื่อสาร สอดคล้องกับข้อมูลเชิงสภาวการณ์ของสังคมที่นำมาสร้างแนวคิดและออกแบบสร้างสรรค์ที่พบว่า กลุ่มผู้สูบบุหรี่รายใหม่และกลุ่มที่ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงมากขึ้นต่อการสูบบุหรี่ในปัจจุบันคือกลุ่มสตรี เด็กและยาวชน โดยเฉพาะสตรีที่กำลังมีครรภ์

นอกจากนี้ ก็พบว่า การรณรงค์ทางด้านบุหรี่ในระดับต่างๆที่ได้ผลมากก็คือ การใช้มาตรการทางกฏหมาย แรงกดดันทางสังคม การสร้างพลังปฏิบัติของปัจเจกและชุมชน อีกทั้งพบว่า การลงทุนทำงานเชิงป้องกัน ส่งเสริม ฟื้นฟู และสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัตินั้น คุ้มค่าและให้ผลดีอย่างบูรณาการมากกว่าการเน้นการรักษาและตั้งรับ

ข้อมูลดังกล่าว ทำให้ในกลุ่มย่อยของเวิร์คช็อป มุ่งพิจารณาไปยังสื่อและกระบวนการที่ดำเนินการผสมผสานอย่างเป็นระบบ ในหน่วยบริการสุขภาพแลละตามแหล่งสาธารณะ สร้างพลังการปฏิบัติและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระดับต่างๆทางการปฏิบัติตามความพร้อมที่ออกมาจากด้านในของกลุ่มเป้าหมาย จากนั้น จึงจัดแหล่งข้อมูล สื่อ และระบบการปรึกษา ตลอดจนกระบวนการต่างๆที่เอื้อต่อการเข้าถึงความรู้ความเข้าใจในแบบแผนที่แตกต่างกัน แนวคิดเบื้องต้นในการผลิตและนำไปใช้ จึงประกอบด้วยหลักคิด ดังนี้

  • เป็นสื่อที่สะดุดความสนใจ สร้างมุมมองอย่างมีความหมาย ทำให้เกิดหัวข้อขึ้นเองในใจ และสร้างวาระความสนใจ ที่จะนำไปสู่การแสวงหาข้อมูล สื่อ และการให้คำปรึกษา ตามความสนใจที่หลากหลาย มีทรัพยากรและมีการดำเนินการอยู่แล้ว
  • ติดตั้งในแหล่งที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเจาะจง เช่น ตามหน่วยบริการสุขภาพ คลินิกบุหรี่ ห้างสรรพสินค้า และแหล่งชุมชนต่างๆ
  • สามารถผลิตซ้ำและเผยแพร่ได้ทั่วประเทศ

จากแนวคิดดังกล่าว จึงนำมาสู่การออกแบบสร้างสรรค์ และแปรไปสู่การผลิตสื่อต้นแบบ

สื่อที่ทำขึ้นชิ้นนี้ ไม่มีข้อมูลสารสนเทศใดๆที่ได้นำเสนออยู่ที่ตัวสื่อด้านนอกตัวคนสำหรับถ่ายทอดไปสู่กลุ่มเป้าหมาย มีแต่รูปประติมากรรมเด็กทารกที่ดิ้นทุกข์ทรมานอยู่ในมวนบุหรี่ขนาดยักษ์ทรงคล้ายครรภ์มารดา ที่ให้ความสะเทือนใจและสั่นคลอนอารมณ์ ซึ่งจะทำงานกับกระบวนการภายในของผู้คน ดังนั้น เทคนิคและวิธีการให้สุขศึกษาชุมชน ที่จะสามารถนำเอาสื่อแบบนี้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสมนั้น จึงต้องอยู่ในรูปการสะดุดความสนใจและเกิดวาระที่ประชาชนจะคุยกับตนเองด้วยเสียงภายใน ได้อยู่กับตนเอง หากเกิดความคิดในแง่มุมใด ก็จะเกิดกระบวนการเรียนรู้ นำเอาประสบการณ์และความคิดที่ลึกซึ้งอยู่ด้านในออกมาคิดใคร่ครวญกับตนเอง

วิธีนำไปใช้ จึงเหมาะสำหรับจัดวางกับองค์ประกอบอื่นในพื้นที่เปิด ขณะเดียวกันก็จัดแหล่งเผยแพร่สื่อ ป้ายแสดงนิทรรศการ ให้ข้อมูล และมุมให้การปรึกษา เพื่อให้กลุ่มประชาชนที่เกิดแรงกระทบใจและน้อมความสนใจแสวงหาความรู้ความเข้าใจด้วยตนเองแล้ว ได้มีโอกาสเลือกเข้าถึงกระบวนการสุขศึกษาด้วยตนเองตามความถนัด

ในทางสื่อและการทำสื่อสำหรับงานสุขศึกษานั้น รูปแบบการให้สุขศึกษาเป็นกลุ่มด้วยการใช้สื่อและการจัดสถานการณ์ในลักษณะดังกล่าวนี้ จะต้องใช้แนวคิดและกลวิธีที่แตกต่างจากการให้สุขศึกษาด้วยการสอน (Teaching) และการถ่ายทอดของคนทำงานในรูปแบบต่างๆ (Health Knowledge and InformationTransfer) โดยผู้ให้สุขศึกษาและคนทำงาน จะต้องเปลี่ยนบทบาทไปสู่นักออกแบบกระบวนการ พัฒนาปัจจัยแวดล้อม ผลิตและจัดหาสื่อ แล้วนำมาจัดระบบดำเนินการผสมผสานหลายอย่างไปด้วยกัน ซึ่งก็จะก่อให้เกิดความหลากหลาย ยืดหยุ่นและครอบคลุมความเป็นจริงต่างๆในสังคมได้มากยิ่งๆขึ้น

แนวคิดสำหรับใช้สื่อสุขศึกษาตามแนวทางดังกล่าวนี้ มีแง่มุมที่สำคัญหลายประการที่คาดหวังได้ว่าจะเกิดขึ้นและมีความน่าสนใจมาก โดยสรุป คือ  ........

  • Agenda Setting : การสร้างวาระที่เชื่อมโยงกับกระบวนการให้สุขศึกษา ที่มีความหมายและมีนัยทางการสื่อสาร สนับสนุนประเด็นเชิงวัตถุประสงค์การทำงาน ซึ่งสื่อจะทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดวาระที่จะคิดและรู้สึกต่อเรื่องต่างๆขึ้นเอง
  • Readiness and Voluntary Action : การสร้างความพร้อม ส่งเสริมพลังปฏิบัติไปตามความพร้อม ตามความสนใจ ตามความสมัครใจ และมีโอกาสแสวงหาข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างพลังการตัดสินใจด้วยตนเองได้ดีขึ้น
  • Gaining of Information Accessability Skills : การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเกิดวาระความสนใจต่อการเรียนรู้ทางสุขภาพด้วยตนเอง
  • Empower Decision Making : การเสริมสร้างพลังในการตัดสินใจด้วยความรู้ ความเข้าใจ และการมีข้อมูลข่าวสาร อันจะเกิดจากการได้รับผ่านสื่อและเกิดการสื่อสารภายในของตนเองมากกว่าเดิม ทำให้ประชาชนและชุมชนสุขภาพได้ยกระดับอย่างต่อเนื่องในการใช้วิจารณญาณต่อการมีส่วนร่วมใทางสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมวัฒนธรรมของตน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการสร้างสื่อและให้สุขศึกษา
  • Two Steps Flow Communication และ Social Learning : การเกิดเครือข่ายสื่อสาร ถ่ายทอด และเผยแพร่สื่อด้วยตนเองของประชาชนสู่ครอบครัวและคนใกล้ชิด ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่มีมิติสังคมเข้ามากำกับ สร้างกระบวนการสื่อสารในจังหวะที่สองหลังการเข้าถึงสื่อในครั้งแรกของกลุ่มประชาชน

เราสามารถจินตนาการได้ว่า หากเรานำเอาสื่อชิ้นนี้ ไปวางในห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่เปิดในโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสุขภาพ และคลินิกบุหรี่ ซึ่งจะแวดล้อมด้วยผู้ป่วย ครอบครัว เพื่อนฝูงและญาติ เมื่อประชาชนได้พบเห็น ก็จะสะดุดคิด พื้นฐานที่สุดก็จะทำให้ช่วงความสนใจช่วงหนึ่งเข้ามาสู่วาระการคิดและใส่ใจต่อเรื่องบุหรี่ แต่ที่มากกว่านั้น ก็จะทำให้เกิดหัวข้อการคุยกัน รวมทั้งการเดินใช้เวลาระหว่างรอการใช้บริการทางสุขภาพ อยู่กับแหล่งให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มีสื่อและเอกสารแจกฟรีรอให้หยิบด้วยตนเอง เหล่านี้ ก็จะทำให้โอกาสที่ประชาชนจะเกิดพลังการตัดสินใจและริเริ่มการปฏิบัติที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพที่เกี่ยวกับบุหรี่ ทั้งต่อตนเองและชุมชนของตน เพิ่มมากยิ่งๆขึ้น

ที่สำคัญคือ เกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองที่จะสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อื่นนอกเหนือจากเรื่องบุหรี่ อีกด้วย.