สวัสดีครับ ดร.ปริมครับ

ข้อสังเกตของดร.ปริมน่าสนใจและชอบมากครับ เพราะได้ผลไกลกว่านึกถึงตัวเอง แต่นึกถึงเด็กและตระหนักถึงผลกระทบของควันบุหรี่มือสองที่จะมีผลต่อคนที่ไม่ได้สูบ ทำให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่สตรีและมารดา เกิด Connect ตนเองต่อจุดหมายของการสื่อในลักษณะนี้ไปด้วยได้

                      

งานศิลปะเพื่อสังคมที่สิงคโปร์ก็เฟื่องฟูและน่าประทับใจมากเลยนะครับ เลยเอารูปถ่ายงานประติมากรรมบนทางเดินเท้าบอกเล่าพัฒนาการของบรรพชนสิงคโปร์ ไม่ให้อนุชนคนรุ่นหลังลืมความยากลำบากและการต่อสู้ของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ตั้งรกรากมาจากการเป็นกุลีท่าเรือ ที่ทำเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทางสังคมและทำเป็นสิ่งตบแต่งสร้างรสนิยมในชีวิตไปด้วยของสิงคโปร์มาฝากครับ เผื่อว่าดร.ปริมมีโอกาสผ่านไป จะได้ไม่ลืมที่จะถ่ายภาพและนำเรื่องราวต่างๆมาเล่าสู่กันน่ะสิครับ

ผมมีโอกาสพานักศึกษาไปดูงาน เมื่อมีเวลาก็ปลีกตัวไปเดินคนเดียว ไปเดินถนนบริเวณที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Cultural Belt เพื่อไปดูวัด หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์ จากนั้นก็ตะรอนๆไปตามหอศิลป์และงานจัดแสดงทางศิลปะทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ ทั้งของสิงคโปร์และศิลปินต่างประเทศที่ไปแสดงงานที่สิงคโปร์ แต่เกือบทั้งหมดได้เห็นแต่เพียงภายนอกเพราะเวลาที่พอจะไปเดินได้นั้น เป็นช่วงเวลาหลังจากพานักศึกษาไปดูงานตามที่ต่างๆ จนหมดเวลาทำการของแหล่งที่ผมจะไปเสียแล้ว กระนั้นก็ตาม แม้ได้เห็นเพียงงานที่ติดตั้งภายนอกและดูสภาพแวดล้อมภายนอก ก็รู้สึกได้ว่าเขามีความมั่งคั่งของงานและให้ความสำคัญต่อพื้นที่สำหรับการกล่อมเกลาสุนทรียภาพและรสนิยมชีวิตทางด้านนี้ของประชาชนรุ่งเรืองมาก