ขณะนี้คนไทยเสีียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่เป็นภาระโรคสำคัญที่สุดอันดับสองของคนไทยรองจากสุรา

          เมื่อเร็วๆนี้ครูนกได้อ่านจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ "สร้างสุข" ฉบับที่ ๑๒๗ ได้รับทราบข้อมูลจากงานเขียนของ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  กล่าวถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ทั่วประเทศที่ทำเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ที่สำรวจพบว่าจำนวนคนสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น  และเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน  

          ข้อความในประโยคสุดท้ายคงกระทบใจหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องครูนกก็รู้สึกเช่นกัน  หากวิเคราะห์ในสถานศึกษาคงต้องทำอะไรที่มากกว่าจัดป้ายนิเทศรณรงค์งดสูบบุหรี่ในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม "วันงดสูบบุหรี่โลก" ซึ่งมีนี้ถ้างากพิจารณาจากคำขวัญ "จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ"หรือ "Tobacco Idustry Interference" เป้าหมายมองไกลถึงอุตสาหกรรมยาสูบที่เกินคนตัวเล็กๆแบบครูนกจะส่งเสียงหรือกำลังจะจัดการดูแลได้จึงใคร่อยากฝากรัฐบาลและทุกๆฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องได้เคร่งครัดต่อการใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสองฉบับคือพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535  ในมุมมองของครูนกกฏหมายใดๆจะศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ที่การเคารพกฏหมายซึ่งต้องยอมรับกันว่าคนที่เห็นประโยชน์ส่วนตนสำคัญจะมองช่องว่างของกฏหมายให้เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง คงต้องเร่งปลูกฝังตั้งแต่สมัยเยาวชนอาจต้องไปกอบกู้วิชาหน้าที่พลเมืองกลับคืนมาสู่สังคมไทย
           ประสบการณ์ของครูนกกับคำว่า "บุหรี่" ต้องบอกว่าเติบโตมากับพ่อซึ่งได้ชื่อว่า สูบบุหรี่แบบม้วนต่อม้วนหรือสิงห์อมควัน  สมัยเด็กๆ บ้านเรามีโซนประจำบ้านคือ บริเวณที่นั่งดูโทรทัศน์ของบ้านจะห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด   ดังนั้นพ่อของครูนกจะต้องสูบบุหรี่ในห้องครัวที่โต๊ะรับประทานอาหารให้เสร็จจึงจะมานั่งดูโทรทัศน์กับพวกเราได้ที่เราตั้งโซนเข้มแข็งเนื่องจากครูนกมีน้องชาย ๓ คนมีเพียง ๑ คนที่แข็งแรงไม่เป็นโรคภูมิแพ้ซึ่งรวมไปถึงแพ้ควันบุหรี่ด้วย  นับว่าเป็นโชคดีของครอบครัวครูนกที่เรามีแบบอย่างของพ่อที่สูบบุหรี่จัดจะกระทั่งน้องชายทุกคนของครูนกไม่มีใครสูบบุหรี่ ในส่วนพ่อของครูนกสุดท้ายท่านตัดสินใจเลิกบุหรี่ด้วยตนเองโดยค่อยๆลดการสูบ ช่วงนั้นพ่อจะใช้วิธีการทานลูกอมหลากหลายชนิดแทนและพบว่าหลังจากงดบุหรี่พ่อครูนกมีสุขภาพดีขึ้นมากมาย ครูนกทราบจากแม่ว่าตอนพ่อเป็นหนุ่มน้อยพ่อครูนกไม่แตะทั้งเหล้าและบุหรี่ จนกระทั่งแต่งงานกับแม่ได้ระยะหนึ่งแล้วไปเจอคำท้าทายของสาวๆในหมู่บ้านในลักษณะลูกผู้ชายตัวจริงต้องทานเหล้าและสูบบุหรี่ ครูนกฟังแล้วไม่โทษสาวๆ แต่โทษพ่อนั่นละใจไม่เข้มแข็งพอที่จะ Just say no
           ท้ายสุดต้องขอบคุณบทเรียน/ตัวอย่างจากพ่อที่ทำให้น้องชายของครูนกห่างไกลจากพิษภัยของบุหรี่ ซึ่งส่งผลดีมากมายต่อหลายๆคนที่อยู่รอบข้าง