วันนี้เราต้องการปรองดอง  อีกทั้งประจวบสม้ยแห่งพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีตรัสรู้กาลของสมณโคดม ...ดังนั้น.ข้าพเจ้าขอเสนอว่า ให้เรามาปรองดองกันแบบ ทางสายกลาง ที่ไม่สุดโต่ง ซึ่งเป็นหลักคำสอนของสมณโคดม ที่เราทุกสีเสื้อต่างเคารพและศรัทธา 

 

การ "ถอยคนละก้าว" นั้น ทำใจได้ยาก เพราะต่างฝ่ายก็มีทิฐิกล้าตามมุมมองแห่งตน    แต่ถ้าเป็นเ็ป็นการ  "ชะลอการเดินหน้า ขยายเวลาคิด" อาจทำใจและยอมรับกันได้ง่ายกว่า ภายใต้บริบทแห่งบรรยากาศพุทธชยันตี

 

จึงขอเสนอแนวทางแห่่งการปรองดอง...ให้ท่านทักษิณพ้นโทษทัณฑ์ บนข้อแม้สี่ประการดังนี้

 

1)      ท่านทักษิณต้องปวารณาขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในศาสนาพทุธนิกายเถรวาท

 

2)      ภิกษุทักษิณผู้บวชแล้ว ถือเป็นพระนวก(บวชใหม่) จักไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดได้ต่อบุคคล หรือ คณะบุคคล ไม่ว่าด้านการบ้าน  การเมือง หรือ จิตวิญญาณ   เป็นเวลาห้าปี..(ทั้งนี้ เป็นไปตามพระวินัย โดยอนุโลม ในข้อห้ามของพระบวชใหม่...กล่าวโดยเจตนารมณ์คือ ท่านต้องปลีิกวิเวก ...ไปศึกษาทบทวนอารมณ์ตนให้ลึกซึ้ง ด้วย สติ สมาธิ ปัญญา ตามป่าเขาลำเนาไม้ ห่างไกลผู้คน และการเมือง เพื่อชำระจิตให้บริสุทธิ์) 

 

3)      บรรดาเงินและหรือสินทรัพย์ใดของท่านทักษิณที่ได้ถูกยึดไว้โดยรัฐให้เอามาจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อศึกษาวิจัยด้านศาสนา ชื่อว่า “กองทุนวิจัยเพื่อกำจัดความโง่ อคติ และความเห็นแก่ตน  แห่งชาติ”   

 

4)      ท่านทักษิณพึงครองเพศสมณะไม่น้อยกว่าห้าปี  แม้นหากลาสิขาบทก่อนเวลา ให้ถือว่าบัญญัติแห่งการปรองดองในวาระพุทธชยันตีนี้เป็นโมฆะ

 

บทเฉพาะกาลและแนวปฏิบัติ...

หากทุกฝ่ายยอมรับได้ในข้อเสนอนี้   ขอให้ท่านทักษิณทำการบวชที่วัดไทยในต่างประเทศตามพิธีการแห่งพุทธวิธีสายเถรวาท ... จากนั้นอนุญาตให้เดินทางเข้ามาจำวัดได้ในพื้นที่ประเทศไทยตามแต่ท่านศรัทธา ทั้งนี้โดยต้องมี

 1) เจ้าอาวาสเป็นพระที่มีปฏิปทาเป็นที่เคารพและยอมรับจากคนทุกสีเสื้อ

 2) เจ้าอาวาสตามข้อ  1 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 72 ปี  มีพรรษาไม่น้อยกว่า 24 พรรษา

  3) วัดที่เจ้าอาวาสครอง ต้องมีพื้นที่อยู่ในจังหวัดที่ประชาชนไม่โน้มเอียงไปทางสีเสื้อใดมากนัก เช่น  

 

ราชบุรี

ลพบุรี 

พิษณุโลก

 

 

 

...คนถางทาง (๓ พค. ๒๕๕๕)