ผู้เขียนชอบเดินตลาดสดแถวบ้าน เพราะมีของพื้นบ้านแปลกๆ ให้เลือกซื้อ แม้บางชนิดจะกินไม่เป็น แต่เมื่อเห็นก็จะต้องซื้อติดมือกลับบ้านด้วยทุกครั้ง...
วันหนึ่งแวะเวียนไปที่แผงแบกะดินตรงท้ายสุดของตลาดสด ซึ่งมักจะมีผักแปลกๆ (สำหรับคนเมืองกรุง ที่ได้กินผักสำเร็จรูปไม่กี่ชนิด) มาขาย คราวนี้ได้ผักขจรและผักเม็ก ก็ชี้ๆ ให้คนขายใส่ถุง พร้อมถามว่า เท่าไหร่
คนขายคนเดิมที่ซื้อทุกที ยิ้ม...พร้อมบอกราคา ซึ่งผู้เขียนก็เปิดกระเป๋าเงินหยิบให้ตามเคย...
ก่อนจะเดินจากมาคนขายทักว่า... พี่ๆ ถามหน่อยๆ ...
ผู้เขียน : ถามอะไรจ้ะ
คนขาย : พี่นี่คงรวยมากแน่เลย...
ผู้เขียน : ทำไมคิดว่าพี่รวยล่ะ พี่ก็คนกินเงินเดือนธรรมดานี่ล่ะ ตอบขำๆ สงสัยว่าราศีดี (อิอิ)
คนขาย : ก็...หนูสังเกต พี่ไม่เคยต่อของเลย บอกเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แถมทอนตังส์ไม่ครบก็ไม่ว่าด้วย พี่เป็นคนลึกลับมากเลย (เป็นงั้นไป)
ผู้่เขียน : อ้าว...งั้นหรือ ลึกลับเลยหรือ ต่อไปจะต้องต่อบ้างแล้วล่ะ อ่ะนะ แล้ววันนี้ทอนตังส์ครบไหมเนี่ย...

คุณแม่ใจดีจังค่ะ
คุณลูกก็เลยน่ารักและจิตใจดีเหมือนคุณแม่นี่เอง
ÄÄÄ..รู้แล้ว ว่า..อาชีพต่อไป..จะเป็นแม่ค้าขายของแถวๆ..บ้าน..คุณลึกลับ.."บ้านอยู่ไหนจ้ะ"...อย่างน้อยแน่ใจว่า..มีคน..ซื้อไม่ต่อ..แถมไม่นับเงินทอน..ตั้งหนึ่งคน...ิิ ิ ....ยายธีค่า...
คนติดการ shopping เพราะได้มีอำนาจ แต่ บทความนี้ ทำให้เห็นแง่มุมดีๆ ของการได้เป็นผู้ให้ด้วยค่ะ
ขอบคุณคุณครู
รัชดาวัลย์(อิงจันทร์)
ค่ะ
หากแม่ยังอยู่คงจะปลื้มใจน่าดูเลย
เป็นคำชมที่ชอบมาก น้อมรับด้วยความเต็มใจและเคารพยิ่งค่ะ
:)
สวัสดีค่ะคุณ
ยายธี
จะมากทม.ตั้งหลักปักฐานเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ
รออยู่ๆๆๆ ค่ะ
คิดถึงเหมือนเดิมค่ะ
ขอบคุณคุณหมอ
ป. ค่ะ
จะว่าไปแล้ว ของที่ขายแบกะดิน นั้น ราคามักจะไม่สูงจนเกินเหตุเกินผลอยู่แล้ว เพราะเขาไว้ขายผู้ที่มีรายได้ค่อนข้างน้อย การไม่ต่อรองของตัวเองนี่จึงไม่ใช่อะไรที่จิตใจดีงามหรือเสียสละอะไรกว่าปกติทั่วไปเลย
คิดถึงในห้างที่เราชอบไปเดินซื้อของเพราะแอร์เย็น สะอาดสะอ้าน ของบนห้างนั้น เราต่อไม่ได้แม้แต่คำเดียว แถมต้องยอมจ่ายค่าที่จอดรถ ค่าถุงสวย ๆ แพงๆ (เขาจัดให้แต่ก็บวกไว้กับราคาที่เราต้องจ่ายแล้ว) อีกด้วยค่ะ
ดังนั้นซื้อของที่ตลาด/แผงลอย หากราคาไม่เกินเหตุเกินผล ก็ให้แม่ค้าเขากำไรไปบ้าง 10-20 บาท คงไม่เป็นไร จริงไหมคะ :)
สวัสดีค่ะ เปลี่ยนชื่อใหม่จำไม่ได้เลยต้องมาอ่านจึงรู้ว่าที่แท้ก็คือ คนไม่มีราก ชื่อแต่ละชื่อนั้นมีความหมายมากนะคะ ขอบคุณที่ไปมอบดอกไม้และเพิ่งรู้ว่าคนที่ไม่ต่อรองราคาของผักในตลาดของแม่ค้าขายผักก็คงคิดเหมอนกันแบบนี้ค่ะ สงสารและเข้าใจที่ตัวเองก็เคยนั่งขายกว่าจะได้ 1 บาทมาช่างใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เหมาะมากคนลึกลับ ไม่นับตังค์ทอน
ขอเล่าถึงสมาชิก"คนลึกลับ"ด้วยค่ะ..
พี่ใหญ่ไม่ชอบต่อราคาเช่นกันค่ะ..คิดว่าอะไรที่เราทำเองไม่ได้ ควรเคารพผู้ขายที่อุตส่าห์หามาสนองเรา..
พอจะมีกำลังซื้อได้ก็ซื้อตามนั้น บางทีทิ๊ปอีกต่างหาก
ผลบุญมักส่งให้คนขายลดราคาเอง โดยยังไม่ได้ต่อรองสักคำ..
คนขายแบบนี้เป็นสมาชิก"คนลึกลับ"เช่นกัน
น่ารัก และมองโลกในแง่เดีมากเลยคะ
ครูนัดแวะมาเยี่ยมค่ะ เปลี่นชื่อนามแฝงแล้วเหรอคะ
ไว้ว่างๆต้องอัพบล็อกของตัวเองบ้าง (หายไปนานมากๆๆๆๆๆ)
สวัสดีค่ะพี่
Rinda
คนลึกลับไม่นับตังส์ทอน... อิอิ
ความจริงอาจเรียกว่าเป็นคน เลินเล่อ/ไม่รอบคอบ ก็ได้ค่ะ ไม่คิดว่าคนอื่นจะไม่นับเงินให้ถูกต้อง เพราะเห็นว่าเป็นเงินเล็กน้อย เลยทำเนียนๆ สวมรอย กลายเป็น "คนลึกลับ" ไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ...ฮาาาาา
น้องเคยไปช่วยเพื่อนนั่งขายมะนาวในตลาดค่ะ และคิดว่านั่งเฝ้านานมาก ได้กำไรนิดเดียว คนซื้อยังต่ออีก... ต่อไป ถ้าเราซื้อของ จะไม่ต่อหรือต่อให้น้อยที่สุดค่ะ :)
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
นาง นงนาท
สนธิสุวรรณ
จริงดังที่พี่ใหญ่ว่าเลยค่ะ หลังๆ ได้ผักผลไม้แปลกๆ แถมมากมายเลย เพราะอานิสงส์ของการไม่ต่อรองราคานี่เองค่ะ
สมาชิกคนลึกลับ นี่คงมีอีกไม่น้อยในสังคมนะคะ
ขอบคุณค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณ
ครูนัด
เปลี่ยนนามแฝงมาได้ระยะหนึ่งแล้วค่ะ
ดีใจที่ได้ทักทายกันอีกค่ีะ
ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ :)
:-)
ขอบคุณค่ะ :)
น่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น
เศรษฐีนีใจดี
จะเหมาะมากๆ เข้ากับเรื่องด้วยครับ
สวัสดีค่ะพี่คนไกลบ้าน
เศรษฐีนีใจดี....
คงเขินน่าดู...:)
มาหาเรื่องใหม่ๆ อ่านครับ ;)
สวัสดีค่ะคุณครู
ธ.วั ช ชั
ย
สงสัยจะเป็นคำชม... ว่าเรื่องที่เขียนเป็นเรื่องเก่าๆ...อิอิ
จะว่าไป เรื่องที่เล่า ก็เก่าทุกเรื่องเลยค่ะ
ขอบคุณที่มาเยือนค่ะ :)